ภูเก็ตชี้รัฐแก้ปมต่างพื้นที่ อย่าเหมารวม…ยกเข่ง
แหลมพรมเทพ
คอลัมน์ ชั้น 5 ประชาชาติ โดย กฤษณา ไพฑูรย์
การประชุม ครม.สัญจรเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 ที่จังหวัดภูเก็ต ดูเหมือนว่าจะสร้าง “ความผิดหวัง” ให้กับภาคเอกชน ในพื้นที่ 6 จังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันอย่างมาก
เนื่องจากข้อเสนอหลัก ครม.ไม่ได้มีมติเห็นชอบตามแนวทางที่ผู้ประกอบการใน 6 จังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน “คาดหวัง” ในการขอรับการสนับสนุนช่วยเหลือภาคบริการ ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการหารายได้
โดยเฉพาะ 2 ข้อเสนอหลักของจังหวัดภูเก็ต ที่หมายมั่นว่า ครม.น่าจะอนุมัติงบประมาณให้ เนื่องจากที่ผ่านมา จังหวัดภูเก็ตสร้างเม็ดเงินเข้าประเทศปีละกว่า 4 แสนล้านบาท
ได้แก่ “โครงการยกระดับท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจังหวัดภูเก็ต สู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก” หรือ Medical Hub ของโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต วงเงินงบประมาณ 2,967 ล้านบาท
ที่ผู้ประกอบการภูเก็ตมองว่า จะช่วย “พลิกวิกฤตการท่องเที่ยว” ให้ฟื้นกลับมาได้อย่างยั่งยืน
และ “โครงการศูนย์สุขภาพนานาชาติอันดามัน” ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) วิทยาเขตภูเก็ต ซึ่งต้องการจะเปิดโรงเรียนการแพทย์ เพื่อผลิตบุคลากรทางการแพทย์สนับสนุนโครงการ Medical Hub
โดยรัฐบาลให้เหตุผลว่า ทั้ง 2 โครงการดังกล่าวใช้งบประมาณค่อนข้างมาก จึงให้ไปพิจารณาในรูปแบบการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ หรือ PPP net cost แทนที่จะอนุมัติงบประมาณดำเนินโครงการให้
ทั้งที่ก่อนหน้านี้ นายแพทย์เฉลิมพงษ์ สุคนธผล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ได้บอกว่า โครงการ Medical Hub นี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา “เห็นชอบ” เพื่อให้ภูเก็ตนำร่อง และขยายไปสู่ที่อื่น
เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2563 ทางกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง ได้ประชุมกัน และบอกจะมอบที่ดินราชพัสดุตำบลไม้ขาว อำเภอถลาง เนื้อที่ 141-2-64 ไร่ เป็นพื้นที่สวยงามติดชายทะเลชายหาดไม้ขาวให้จังหวัดภูเก็ต โดยจะมอบผ่านกระทรวงสาธารณสุข เพราะใช้งบประมาณกระทรวงสาธารณสุขก่อสร้าง จะมีการมอบที่ดินอย่างเป็นทางการที่กรุงเทพฯ
“โครงการนี้ค่อนข้างชัดเจน เกิดขึ้น แน่นอน จะเสนอขอในการประชุม ครม.สัญจรที่จังหวัดภูเก็ต ในวันที่ 3 พ.ย. 2563 ถ้า ครม.เห็นชอบอนุมัติ คงเดินหน้าต่ออีก 2 ปีข้างหน้า
ซึ่งโครงการนี้จะสร้างความยั่งยืนทางการท่องเที่ยวของภูเก็ต เป็นการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมีมูลค่าสูงครบวงจร นักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวและอยากมาดูแลสุขภาพ จะเป็นการเปลี่ยนโลกทัศน์ของภูเก็ต จะเกิดจ้างงานคนมากขึ้นหลายพันคน เป็นการพลิกฟื้นเศรษฐกิจของภูเก็ตในการเปลี่ยนรูปแบบการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ” นายแพทย์เฉลิมพงษ์กล่าวไว้อย่างมั่นใจ
แต่แล้วทุกอย่างพลิกไม่เป็นท่า ! อย่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้ความเห็นชอบไว้
จึงสร้างความผิดหวังให้กับผู้ประกอบการภูเก็ตอยู่ไม่น้อย กับการยกทีม ครม.บินลงใต้มาประชุมถึงภูเก็ต
แม้โครงการดังกล่าวจะเดินตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub) ตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในอนาคต
นอกจากนี้ ในส่วนข้อเรียกร้องเรื่องการขอพักชำระหนี้เงินต้น 3 ปี พร้อมลดดอกเบี้ยเหลือ 2% เพื่อต้องการให้รัฐบาลอุ้มอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั้งระบบ โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรม ที่พัก ฯลฯ ของคนไทย ไม่ให้ตกไปอยู่ในมือของต่างชาติเมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัวกลับมา
ที่ประชุม ครม.พิจารณา ช่วยเฉพาะการเข้าถึงแหล่งเงินทุนมาเสริมสภาพคล่อง แต่ไม่พักชำระหนี้ให้ เพราะเกรงว่าหากให้ 6 จังหวัดอันดามัน ทางจังหวัดอื่น ๆ เช่น เชียงใหม่ พัทยา จ.ชลบุรี และเกาะช้าง จ.ตราด ฯลฯ ก็มีรายได้หลักจากนักท่องเที่ยวต่างชาติเช่นกัน จึงเป็นเรื่องยากที่ ครม.จะฟันธงให้
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการฝั่งอันดามันอยากให้รัฐบาลมองการแก้ปัญหาแต่ละพื้นที่แตกต่างกัน จะแก้ปัญหาโดยใช้มาตรการเหมารวมยกเข่งทั้งประเทศเหมือนกันไม่ได้
โดยขอให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาทุกอย่างให้ทันท่วงที ก่อนลมหายใจสุดท้ายของธุรกิจจะหมดลง และต้องขายให้ต่างชาติที่จ้องเข้ามากว้านซื้อกันยกเกาะ อย่างหมดหนทางเดิน