เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ประมวลภาพสหรัฐจัดฉลองใหญ่ วันประกาศเอกราช 250 ปี -ทรัมป์ลั่น “เราจะเป็นที่หนึ่งตลอดไป”
World ประมวลภาพสหรัฐจัดฉลองใหญ่ วันประกาศเอกราช 250 ปี -ทรัมป์ลั่น “เราจะเป็นที่หนึ่งตลอดไป”
64 ปี “มูลนิธิเอสซีจี” มุ่งมั่นพัฒนาคน ให้โอกาสทางการศึกษา สร้างสังคมคุณภาพให้มีทั้งคนเก่งและคนดี
SD 64 ปี “มูลนิธิเอสซีจี” มุ่งมั่นพัฒนาคน ให้โอกาสทางการศึกษา สร้างสังคมคุณภาพให้มีทั้งคนเก่งและคนดี
10 บิ๊กอสังหาฯ สวนกระแส อัดงบซื้อที่ดิน 4.4 หมื่นล้าน SC กวาด 15 แปลงทำเลเด็ด
Real Estate 10 บิ๊กอสังหาฯ สวนกระแส อัดงบซื้อที่ดิน 4.4 หมื่นล้าน SC กวาด 15 แปลงทำเลเด็ด
‘สายมู’ ตะลุย ฮ่องกงกางทริป-เที่ยวปังตลอดปี
SD ‘สายมู’ ตะลุย ฮ่องกงกางทริป-เที่ยวปังตลอดปี
ส.ค.นี้เปิดใช้ M6 ช่วง “บางปะอิน-ปากช่อง” วันหยุดสุดสัปดาห์ วิ่งฉลุยตลอดสายปีใหม่
Real Estate ส.ค.นี้เปิดใช้ M6 ช่วง “บางปะอิน-ปากช่อง” วันหยุดสุดสัปดาห์ วิ่งฉลุยตลอดสายปีใหม่
SET ทะยาน Top 5 เอเชียส่องเทรนด์ครึ่งปีหลัง ตันแล้วหรือไปต่อ ?
Finance SET ทะยาน Top 5 เอเชียส่องเทรนด์ครึ่งปีหลัง ตันแล้วหรือไปต่อ ?
ระวังกระแสต้าน ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’
สามัญสำนึก ระวังกระแสต้าน ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’
คุยกับ Binance TH สินทรัพย์ดิจิทัลกลางกระแส ‘หุ้นเทคฯ-AI’
Tech คุยกับ Binance TH สินทรัพย์ดิจิทัลกลางกระแส ‘หุ้นเทคฯ-AI’
‘ประกันสุขภาพ’ เริ่มแบกรับต้นทุนไม่ไหวสัญญาณเตือนที่ทุกฝ่ายต้องร่วมแก้
World ‘ประกันสุขภาพ’ เริ่มแบกรับต้นทุนไม่ไหวสัญญาณเตือนที่ทุกฝ่ายต้องร่วมแก้
รัฐบาล เร่งร่างกรอบ กม.สกัดทุจริตสอบข้าราชการ จับตาใช้ยาแรงโยง ขรก.เจอโทษหนัก
Politics รัฐบาล เร่งร่างกรอบ กม.สกัดทุจริตสอบข้าราชการ จับตาใช้ยาแรงโยง ขรก.เจอโทษหนัก
ดูทั้งหมด

ศุภจี ดุสิตธานี : Next Chapter ท่องเที่ยว ตั้งการ์ดพร้อมรับทุกวิกฤต

06 ธ.ค. 2563 | 19:18น.
ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน)

ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน)

การชะลอตัวของภาคธุรกิจท่องเที่ยวทั่วโลกรวมถึงไทยยังคงเป็นประเด็นที่ท้าทายอย่างมากสำหรับการปรับตัวของกลุ่มผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวในช่วงปีสองปีนี้

โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจโรงแรม เนื่องจากประเทศไทยยังไม่พร้อมสำหรับเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ประกอบกับปริมาณการท่องเที่ยวของคนไทยเที่ยวในประเทศนั้นไม่สามารถทดแทนได้ ทำให้มีปริมาณซัพพลายเหลือในตลาดเป็นจำนวนมาก

“ศุภจี สุธรรมพันธุ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวบนเวทีสัมมนา THAILAND 2021 # New Game New Normal ในหัวข้อ Next Chapter ท่องเที่ยวไทย ที่จัดโดยหนังสือพิมพ์ “ประชาชาติธุรกิจ” โดยยอมรับว่าปีนี้ภาคธุรกิจท่องเที่ยวทั่วโลกได้รับผลกระทบอย่างหนัก

และโรงแรมก็เป็นธุรกิจหนึ่งที่น่าจะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดมากที่สุด แต่ส่วนตัวได้พยายามให้กำลังใจตัวเองว่าสถานการณ์ต้องกลับมาได้เร็วกว่า 4 ปี แต่ทุกอย่างก็คงต้องขึ้นอยู่กับระบบเศรษฐกิจในภาพรวม (ecosystem) ด้วยว่าจะต้องทำอย่างไรเพื่อให้การท่องเที่ยวพลิกกลับมาได้เร็ว

หลากหลายปัจจัยมาก่อนโควิด

“ศุภจี” บอกว่า หากพูดถึงผลกระทบ ส่วนตัวมองว่าการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เป็นเรื่องหนึ่งที่สร้างผลกระทบแต่หากมองย้อนกลับไปก็จะพบว่าก่อนหน้าที่จะมีเรื่องไวรัสโควิดก็มีเรื่องหลายประเด็นที่ส่งผลกระทบอยู่แล้ว เช่น การเข้ามาของเทคโนโลยีใหม่ หรือ digital disruption ที่ส่งผลต่อทุกอุตสาหกรรม รวมถึงอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและโรงแรม

“การเข้ามาของเทคโนโลยีใหม่ ๆ นั้น จะเป็นผลบวกหรือผลกระทบขึ้นอยู่กับว่าเราจะทำอย่างไร บางคนมองว่าเทคโนโลยีมาทำให้เกิดการดิสรัปชั่น แต่บางคนมองว่าเป็นตัวที่เข้ามาช่วยให้เราทรานส์ฟอร์มและแข็งแรงขึ้น ดังนั้น เราควรรู้ว่าโจทย์และปัญหาของเราคืออะไร โอกาสของเราอยู่ที่ไหน แล้วเอาเทคโนโลยีมาช่วยเสริมเพื่อให้เราเข้าถึงโอกาสและแก้ไขปัญหาอุปสรรคนั้นได้”

อีกประเด็นที่เกิดขึ้น คือ platform economy โดยที่ผ่านมาเรามักได้ยินเรื่องของเศรษฐกิจแบบแบ่งปัน หรือ sharing economy อย่าง Airbnb, Uber ฯลฯ ใครมีแอสเซตเหลือก็แชร์ให้คนอื่นได้ใช้ ซึ่งทำให้เกิดแพลตฟอร์มใหม่ขึ้นมาและกลายเป็นบิสซิเนสโมเดลใหม่ ซึ่งบางคนมักพูดว่าในยุคสมัยนี้การทำธุรกิจให้ยิ่งใหญ่ไม่จำเป็นต้องมีทรัพย์สินมากอีกต่อไป

แพลตฟอร์มใหม่ที่เกิดขึ้นของพวก sharing economy จึงเป็นเรื่องของการเข้าถึงแอสเซตจำนวนมาก ๆ ของคนอื่น และสามารถสร้างการเติบโตได้โดยไม่ต้องมีภาระเรื่องการลงทุนมหาศาลอีกต่อไป

อีกเรื่องที่สำคัญและทุกคนต้องเข้าใจ คือ พฤติกรรมผู้บริโภค (consumer behaviour) เพราะเมื่อเรารู้ว่าพฤติกรรมผู้บริโภคเราเปลี่ยนไปอย่างไรก็จะสามารถปรับในเรื่องของการให้บริการ ทำโปรดักต์ให้ตอบโจทย์ได้

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของการแข่งขันทางธุรกิจ (cross-sector competition) เพราะคู่แข่งทางธุรกิจของเราจะไม่ใช่ธุรกิจเดียวกับเราอีกต่อไป ยกตัวอย่างเช่น คู่แข่งของธนาคารในวันนี้ก็ไม่ใช่แต่ธนาคาร แต่ยังมีร้านสะดวกซื้อ, บริษัททำโทรศัพท์มือถือ ฯลฯ ในธุรกิจโรงแรมก็เช่นกัน คนที่เราแข่งด้วยไม่ใช่เฉพาะคนทำโรงแรมอีกต่อไป

“ศุภจี” ย้ำว่า กระแสการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเหล่านี้มันเกิดขึ้นอยู่แล้ว และมาก่อนการแพร่ระบาดของโควิด เพียงแต่ส่วนใหญ่เรามักคิดว่ายังไม่ต้องเปลี่ยนก็ได้ หรือค่อย ๆ เปลี่ยนก็ได้ ไม่ได้รู้สึกว่าต้องเปลี่ยนเลยทันที แต่การมาของไวรัสโควิดทำให้เราคิดว่าต้องเปลี่ยนทันที ไม่เปลี่ยนไม่ได้แล้ว

“ดุสิตธานี” กระทบตั้งแต่ต้นปี

“ศุภจี” บอกด้วยว่า สำหรับกลุ่มดุสิตธานีนั้นเดิมทีเดียวเมื่อตอนปีที่แล้วคิดว่าปี 2563 นี้น่าจะเป็นปีที่ดีมาก ๆ แต่ก็พบว่าธุรกิจได้รับผลกระทบตั้งแต่เดือนมกราคม เริ่มมีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดในจีน ซึ่งกลุ่มดุสิตธานีมีโรงแรมในจีนถึง 9 แห่ง ตอนนั้นก็คิดว่าไม่เป็นไรเพราะเรายังมีนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น เกาหลี ยุโรป ฯลฯ และมองว่าสัก 6 เดือน หรือประมาณเดือนกรกฎาคมก็น่าจะกลับสู่ภาวะปกติเหมือนเมื่อครั้งการระบาดของโรคซาร์ส

แต่ความจริงที่เกิดขึ้น คือ การแพร่ระบาดของโควิดได้ลุกลามจากเอเชียสู่ยุโรปและภูมิภาคอื่น ๆ ทุกอย่างยิ่งหนักขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลให้ทุกประเทศทำการล็อกดาวน์ประเทศ และเกิดกระแส social distancing ฯลฯ สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ทำให้ทุกอย่างต้องเปลี่ยนเร็วขึ้นและต้องเปลี่ยนทันที

“ตัวเลขการท่องเที่ยวในช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้สวยมาก มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 6.5 ล้านคน แต่หลังจากเดือนเมษายนทุกอย่างหายไปหมด วันนี้ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติรวมอยู่ที่ 6.7 ล้านคน และคาดว่าตลอดทั้งปีก็น่าจะอยู่ในระดับประมาณนี้ เหลือแต่นักท่องเที่ยวภายในประเทศที่ภาครัฐออกมาช่วยกระตุ้นแต่ก็ยังมีจำนวนไม่มากนัก จากเดิมที่คาดว่าคนไทยจะมีการเดินทางภายในประเทศประมาณ 172 ล้านคนครั้ง แต่ตอนนี้คิดว่าจะปิดได้เต็มที่ราว 75 ล้านคนครั้ง และในปีหน้าก็คงเติบโตมากกว่าปีนี้เล็กน้อย”

ตั้งการ์ดรับทุก “วิกฤต”

พร้อมอธิบายว่า เมื่อดีมานด์หายแต่ซัพพลายยังมีเท่าเดิม ทุกคนก็แข่งกันลดราคา โรงแรม 5 ดาวที่เคยขายหลักหมื่นก็ลดเหลือหลักพัน แล้วโรงแรม 3 ดาว 2 ดาว หรือโรงแรมบูทีคจะอยู่กันอย่างไร ประเด็นเหล่านี้จึงเป็นอะไรที่เราต้องมาช่วยกันคิดว่าแล้วเราจะทำอย่างไร

เพราะประเด็นที่น่ากลัวกว่านั้นคือ ปัญหาที่จะตามมามีอีกเยอะแน่ ๆ หลังโควิดจบแล้วก็จะมีปัญหาอื่นตามมา ดังนั้น ผู้ประกอบการต้องเตรียมพร้อมทั้งเรื่องของจิตใจและบิสซิเนสโมเดล ตั้งการ์ดตลอดเวลาเพื่อที่จะทำให้เราสามารถเดินต่อไปข้างหน้าได้

“ศุภจี” ยังประเมินการฟื้นตัวของธุรกิจท่องเที่ยวด้วยว่า น่าจะแบ่งออกเป็น 3 เฟส คือ เฟสแรก การลดการพึ่งพาต่างชาติแล้วหันมาพึ่งพาคนไทยด้วยกันเอง (focus on domestic tourism) โดยคิดและทำบริการโปรดักต์ทุกอย่างเพื่อคนไทย

เฟส 2 การท่องเที่ยวกลุ่มเล็ก (small cluster travelling) เน้นเปิดรับนักท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่ม, การเดินทางเพื่อธุรกิจ รวมถึงเปิดการท่องเที่ยวระหว่างเมือง (travel bubble)

และเฟส 3 การเตรียมพร้อมรับนักท่องเที่ยว (traveling ban relief) และรีแบรนด์ประเทศไทยให้เป็น workation เป็นเมืองที่เหมาะสำหรับการตั้งสำนักงานใหญ่ รวมถึงสร้างจุดเด่นในเรื่องของสุขภาพ หรือเฮลท์แอนด์บีอิ้ง เพราะไทยเป็นประเทศที่มีความปลอดภัย

ปรับ Mindset รับธุรกิจยุคใหม่

“ศุภจี” บอกด้วยว่า หากถามว่าแล้วธุรกิจจะต้องตั้งหลักอย่างไร ส่วนตัวมองว่าสิ่งที่ธุรกิจจะต้องเตรียมตัวมีอยู่ 3 เรื่องด้วยกัน คือ 1.โครงสร้างด้านการเงิน (financial model) ซึ่งต้องพยายามลดต้นทุนเพื่อให้มีเงินทุนหมุนเวียนได้ต่อในระยะยาว และตอบโจทย์เรื่องบิสซิเนสโมเดลใหม่

2.ปรับเปลี่ยนโครงสร้างการบริหาร (organization model) โดยต้องทำทั้งในเรื่องของ business transformation และ technology transformation โดยดูว่าโครงสร้างเป็นอย่างไร คนในองค์กรมีทักษะพอหรือไม่ ฯลฯ รวมถึงปรับไมนด์เซต (mindset) ของคนในองค์กรด้วย เพื่อทำให้ทุกคนเดินไปในทิศทางเดียวกัน

และ 3.ปรับโครงสร้างธุรกิจ (business model) ทั้งทรานส์ฟอร์มและไดเวอร์ซิฟายธุรกิจเพื่อบาลานซ์ธุรกิจในภาพรวม

ซีอีโอกลุ่มดุสิตธานีย้ำทิ้งท้ายว่าเรื่องโครงสร้างทางการเงิน โครงสร้างการบริหาร และโครงสร้างธุรกิจ เป็นเรื่องที่จะต้องคิดและปรับปรุงแก้ไข ซึ่งส่วนตัวมองใน 3 รูปแบบด้วยกัน ได้แก่

1.การทำงานร่วมกัน (collaboration) โดยต้องมองว่าโลกยุคนี้อยู่รอดคนเดียวไม่ได้ต้องเป็น ecosystem มีพาร์ตเนอร์ทั้งในธุรกิจเดียวกันและข้ามธุรกิจ แทนที่จะเป็นคู่แข่งก็มาร่วมเป็นพันธมิตร

2.มีนวัตกรรม (innovation) โดยการนำเทคโนโลยีมาช่วยให้แตกต่างจากคนอื่น เพราะเชื่อว่าหากเรามีความเป็นยูนิคแบรนด์จะอยู่ได้และมีความชัดเจนในตลาด ที่สำคัญอินโนเวชั่นนั้นจะต้องมีทั้งในส่วนของโปรดักต์และบริการด้วย

และ 3.คิดถึงสังคม (contribution) การทำธุรกิจในยุคอนาคตจำเป็นต้องคิดเผื่อคนอื่นและคอมมิวนิตี้

3 กลยุทธ์รับเทรนด์ปี 2021

อย่างไรก็ตาม ซีอีโอกลุ่มดุสิตธานียังบอกด้วยว่า เทรนด์ของการท่องเที่ยวในปีหน้าต้องตอบโจทย์ 3 ประเด็น ดังนี้

1.ความสะดวกสบาย หรือ convenience คือทำให้ลูกค้าเข้าถึงและได้รับบริการได้ดี

2.ประสบการณ์ (experience) โดยใช้ดาต้าและเทคโนโลยีเข้ามาช่วยส่งมอบประสบการณ์ที่ดี ๆ ให้ลูกค้า

และ 3.คุณค่า (value) โดยเน้นกลยุทธ์ในเรื่องของความคุ้มค่า ดี มีมาตรฐานมากกว่าการแข่งขันด้านราคา

หากสามารถตอบโจทย์ทั้ง 3 เรื่องนี้ได้ก็จะสามารถทำธุรกิจที่ตอบโจทย์ในอนาคตได้ และสอดรับกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นและเป็นบริบทใหม่ ๆ ของธุรกิจและสังคม