เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) ปรับลง 550 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,650 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) ปรับลง 550 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,650 บาท
แฮกครั้งใหญ่ เขย่าคริปโตฯ โลก Binance โดนกว่า 1.8 แสนล้าน
Tech แฮกครั้งใหญ่ เขย่าคริปโตฯ โลก Binance โดนกว่า 1.8 แสนล้าน
หุ้นไทยแนวโน้มลงต่อ! ฟันด์โฟลว์ไม่หนุน InnovestX ชู 4 ธีมสู้ตลาดผันผวน
Finance หุ้นไทยแนวโน้มลงต่อ! ฟันด์โฟลว์ไม่หนุน InnovestX ชู 4 ธีมสู้ตลาดผันผวน
เกือบสูญเปล่าการศึกษา เมื่อหลงคารม ผู้นำ IMF
Columns เกือบสูญเปล่าการศึกษา เมื่อหลงคารม ผู้นำ IMF
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังตลาดคาดหวังการเจรจาสันติภาพสหรัฐ-อิหร่าน
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังตลาดคาดหวังการเจรจาสันติภาพสหรัฐ-อิหร่าน
UHG รุก ‘ไฮบริดโฮเทล’ โมเดลเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์
Business UHG รุก ‘ไฮบริดโฮเทล’ โมเดลเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์
COP17 วันสุดท้าย ทบทวนครั้งแรก-โลกยังห่างเป้าปี 2030
SD COP17 วันสุดท้าย ทบทวนครั้งแรก-โลกยังห่างเป้าปี 2030
ค่าเงินบาทวันนี้ (30 ต.ค. 69) เปิดตลาด 33.73 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (30 ต.ค. 69) เปิดตลาด 33.73 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
ค้าปลีกญี่ปุ่นลุ้น Tax Refund หนุนดีมานด์นักช็อปต่างชาติพุ่ง
Business ค้าปลีกญี่ปุ่นลุ้น Tax Refund หนุนดีมานด์นักช็อปต่างชาติพุ่ง
ดูทั้งหมด

ม.หอการค้า ชี้เอสเอ็มอีเชื่อเศรษฐกิจผ่านจุดต่ำสุดแล้ว แต่ยังไม่มั่นใจลงทุน

19 ต.ค. 2560 | 17:23น.

นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยสถานการณ์ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็ม) ของไทยในไตรมาส 3/2560 จาก 1,592 กลุ่มตัวอย่างทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 25 กันยายน – 12 ตุลาคม 2560 พบว่ากว่า 61.6% เห็นว่ายอดขายใกล้เคียงกับปีก่อน อีก 24.9% เห็นว่าต่ำกว่าปีก่อน และ 13.6% เห็นว่าสูงกว่าปีก่อน

เมื่อถามถึงภาพรวมว่ากิจการฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดแล้วหรือยัง พบว่า 68.8% เห็นว่ากิจการฟื้นจากจุดต่ำสุดแล้ว อีก 20.8% ตอบว่าไม่ทราบ, ยังไม่แน่ใจ และ 10.4% เห็นว่ายังไม่ฟื้นตัว โดยหากแยกตามขนาดตามการฟื้นตัวพบว่าธุรกิจขนาดกลาง อยู่ที่ 74.9% ส่วนธุรกิจขนาดเล็กอยู่ที่ 67.1% และเมื่อแบ่งเป็นรายภาค พบว่าภาคใต้ฟื้นตัวสูงสุด 89% จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) 85.7% กรุงเทพฯและปริมณฑล 79.5% ภาคเหนือ 60% ภาคตะวันออก 52.7% และภาคกลางน้อยที่สุด 22.5% จากปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ โดยเฉพาะราคาข้าว

นางเสาวณีย์กล่าวว่า เมื่อสอบถามกลุ่มเอสเอ็มอีดังกล่าวว่าจะเริ่มต้นลงทุนอีกครั้งเมื่อใด พบว่า 38.8% ตอบว่าไม่ทราบและไม่แน่ใจ, 19% จะกลับมาลงทุนในปี 2562, 13.6% ตอบว่าช่วงไตรมาส 1/2556, 13% ตอบว่าครึ่งหลังของปี 2561, 12.6% เป็นช่วงไตรมาส 2/2561 และ 3% ช่วงไตรมาส 4/2561 สำหรับความกังวลในช่วงเวลาที่เหลือของปี 2560 เรียงตามลำดับ พบว่า 1.ภาวะเศรษฐกิจโลกมีผลต่อภาคส่งออกและภาคการท่องเที่ยว 2.ภาวะการแข่งขันที่รุนแรง 3.กำลังซื้อภายในประเทศลดลง 4.ความไม่สงบทางการเมือง และ 5.การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค

นางเสาวณีย์กล่าวว่า สำหรับดัชนีวัดความสามารถในการแข่งขันของเอสเอ็มอีไทยในไตรมาส 3/2560 อยู่ที่ระดับ 47.7 ลดลงจากไตรมาสก่อนที่อยู่ระดับ 47.9 สะท้อนว่าเอสเอ็มอียังมีความเชื่อมั่นในความสามารถในการแข่งขันระดับหนึ่งแต่ยังไม่สูงมากนัก โดยเมื่อแบ่งเป็นดัชนีสถานการณ์ธุรกิจเอสเอ็มอีอยู่ที่ 41.1 ปรับตัวลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสสองที่อยู่ระดับ 41.3 เนื่องจากเห็นว่าสถานการณ์ด้านยอดขายเริ่มฟื้นตัวและผลดำเนินงานอยู่ในภาวะทรงตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ส่วนดัชนีความสามารถในการทำธุรกิจมีการปรับตัวลดลงเล็กน้อยที่ระดับ 50.3 จากไตรมาสก่อนที่ระดับ 50.5 เนื่องจากธุรกิจยังเห็นว่าต้นทุนในการประกอบการยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูงและยอดขายที่ยังไม่เพิ่มสูงนักทำให้กำไรของธุรกิจยังคงทรงตัว และดัชนีความยั่งยืนธุรกิจ อยู่ที่ระดับ 51.7 ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนที่ระดับ 51.8 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ปกติที่ระดับ 50 แสดงว่าเอสเอ็มอีไทยเห็นว่าธุรกิจของตนสามารถปรับตัวได้อย่างยั่งยืนในอนาคต

นายธนวรรธน์ พลวิชัย รองอธิการบดีอาวุโสวิชาการและงานวิจัยและผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจหรือจีดีพีของเอสเอ็มอีไทยในปี 2560 คาดว่าจะมีการขยายตัว 4.5% เพิ่มขึ้นจากคาดการณ์ก่อนหน้าที่จะขยายตัวเพียง 4.2% โดยธุรกิจขนาดย่อมจะขยายตัว 4.4% และธุรกิจขนาดกลางจะขยายตัว 4.9% ตามคาดการณ์ของภาวะเศรษฐกิจไทยที่ขยายตัวดีขึ้นที่ระดับ 3.9% จากปัจจัยบวกของภาคการส่งออกและภาคการท่องเที่ยวที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องเกินกว่าคาดการณ์ที่วางไว้ ทั้งนี้คาดว่า ภาวะเศรษฐกิจเอสเอ็มอีไทย จะขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และในปี 2564 น่าจะขยายตัวได้ที่ 5.1% สะท้อนให้เห็นว่าเอสเอ็มอีไทยจะมีภาวะธุรกิจที่ดีขึ้นเป็นลำดับตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในอนาคต

นายธนวรรธน์กล่าวว่า ในปี 2561 ทางมหาวิทยาลัยประเมินว่าเศรษฐกิจไทยจะได้อานิสงส์เชิงบวกจากการดำเนินนโยบายของภาครัฐที่สำคัญ 2 เรื่อง คือ 1.การเลือกตั้งในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2561 ซึ่งน่าจะทำให้เงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจอย่างน้อย 30,000 ล้านบาท และก่อให้เกิดวงรอบเศรษฐกิจอีกประมาณ 2 รอบ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 70,000 ล้านบาท และ 2. นโยบายช่วยเหลือคนจนผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐซึ่งมีค่าใช้จ่ายไม่ต่ำกว่าปีละ 50,000 ล้านบาท ก่อให้เกิดการหมุนวงรอบเศรษฐกิจประมาณ 2 – 3 รอบ น่าจะช่วยสร้างมูลค่ารวมกันหลายแสนล้านบาท จึงเชื่อว่าจะช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจภายในประเทศขยายตัวเพิ่มขึ้นอีก 0.5 – 1%

 

ที่มา : มติชนออนไลน์