ต่ออายุมาตรการ Thailand plus ดันลงทุนปี’64 เกิน 3 แสนล้าน
ดวงใจ อัศวจินตจิตร์
บอร์ดบีโอไอ เคาะแพคเกจลงทุนปี 2564 ดันโครงการลงทุนใหญ่ 1,000 ล้านบาท ลงทุนจริงภายในปี 64 รับสิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล 50% เพิ่มอีก 5 ปี พร้อมกระตุ้นการลงทุนในภูมมภาค ขยายขอรับส่งเสริมมาตรการเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน (SEZ) และชายแดนใต้ออกไปอีก 2 ปี (2565) หนุนการลงทุนปรับปรุงประสิทธิภาพเพิ่มประเภทกิจการดิจิทัลให้อีก
เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2563 นางสาวดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ที่ประชุมบอร์ดบีโอไอ ซึ่งมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้เห็นชอบมาตรการกระตุ่นการลงทุนปี 2564 เพื่อให้เกิดการลงทุนโดยเร็ว โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ สำหรับโครงการที่มีการลงทุนจริงอย่างร้อย 1,000 ล้านบาท ภายใน 12 เดือนหลังออกบัตรส่งเสริม จะได้สิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล 50% เป็นเวลา 5 ปี เพิ่มเติมจากเกณฑ์ปกติ เริ่มยื่นได้ตั้งแต่ 4 ม.ค. 2564 สิ้นสุด 30 ธ.ค. 2564

นอกจากนี้ ยังได้ต่ออายุมาตรการเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน (SEZ) ในพื้นที่ 10 จังหวัด เพื่อกระตุ้นการลงทุนในภูมิภาค โดยขยายเวลารับคำขอส่งเสริมการลงทุนออกไปอีก 2 ปี หรือสิ้นสุดคำขอวันที่ 30 ธ.ค. 2565 โดยจะครอบคลุมทุกประเภทกิจการกว่า 300 กิจการ
และเพิ่มอีก 5 ประเภทกิจการ คือ กิจการผลิตวัสดุก่อสร้าง/กิจการผลิตผลิตภัณฑ์คอนกรีต กิจการผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติก กิจการผลิตสิ่งของจากเยื่อกระดาษ กิจการพัฒนาอาคารสำหรับโรงงาน/คลังสินค้า
แต่หากเป็น 14 อุตสาหกรรมเป้าหมาย จะได้สิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปี และลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลให้ 50% เป็นเวลาอีก 5 ปี เช่น อุตสาหกรรมเกษตร ประมง สิ่งทอ เครื่องนุ่งห่มและเครื่องหนัง เครื่องเรือน อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องมือแพทย์ พลาสติก กิจการท่องเที่ยว เป็นต้น
ส่วนพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนใต้ ได้แก่ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส สตูล และ 4 อำเภอในสงขลา ก็ขยายเวลาขอรับการส่งเสริมเช่นกัน หรือสิ้นสุดคำขอวันที่ 30 ธ.ค. 2565 และการส่งเสริมการลงทุนภายใต้เมืองต้นแบบชายแดนใต้ 4 พื้นที่ ได้แก่ อ.หนองจิก ปัตตานี, อ.เบตง ยะลา, อ.สุไหงโกลก นราธิวาส, อ.จะนะ สงขลา
นอกจากนี้ยังเพิ่มกิจการเทคโนโลยีดิจิทัล สำหรับมาตรการปรับประสิทธิภาพการผลิต ต้องมีขนาดการลงทุนไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาท (ไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน) สำหรับผู้ประกอบการ SMEs กำหนดวงเงินลงทุนเพียง 500,000 บาท โดยต้องเสนอแผนลงทุนการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ยกระดับกระบวนการทำงาน โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนด้านเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ เช่น การนำซอฟต์แวร์หรือระบบสารสนเทศอื่นๆ เข้ามาบริหารจัดการทรัพยากรของกิจการการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) Machine Learning การนำ Big Data มาใช้ หรือการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) การนำซอฟต์แวร์หรือระบบสารสนเทศมาใช้ในการเข้าสู่ระบบ National E–Payment และระบบอื่นๆ ของหน่วยงานภาครัฐ เป็นต้น โดยจะได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 3 ปี ในสัดส่วน 50% ของเงินลงทุน โดยยื่นขอรับการส่งเสริมได้ถึงวันทำการสุดท้ายของปี 2565
“เราคาดว่าปีนี้ยอดขอส่งเสริมจะถึง 300,000 ล้านบาท และในปีหน้าหลายปัจจัยจะทำให้เรามียอดขอส่งเสริมการลงทุนมากกว่า 300,000 ล้านบาทแน่นอน”
