เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ยอดขอลงทุน BOI แตะ 3 แสนล้าน สงขลาสูงสุด ลงทุนถุงมือยาง

24 ธ.ค. 2563 | 15:52น.

แทบไม่น่าเชื่อว่าในที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ครั้งสุดท้ายของปี 2563 ซึ่งมี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีการรายงานยอดขอรับส่งเสริมการลงทุนสะสมล่าสุด 11 เดือนบวกกับแนวโน้มอีก 1 เดือนสุดท้าย ว่า “ไทย” จะสามารถฝ่าฟันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก และการประกอบกิจกรรมทางธุรกิจต่าง ๆ ไปจนมียอดขอบีโอไอถึง 3 แสนล้านบาทได้

นางสาวดวงใจ อัศวจินตจิตร์เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ปีนี้ยอดขอส่งเสริมคงไม่ต่ำกว่า 300,000 ล้านบาท และเราได้ประเมินภาพรวมปี 2564 คาดหวังว่าแนวโน้มการลงทุนจะยังดีขึ้น ต้องทำให้เกิน 300,000 ล้านบาทแน่นอน

โดยปัจจัยมาจากทิศทางการลงทุนในบางอุตสาหกรรมยังขยายตัวได้ดี เช่น สมาร์ทอิเล็กทรอนิกส์ อาหาร การแพทย์ ซึ่งล่าสุดที่ประชุมบอร์ดบีโอไอประกาศให้มหาวิทยาลัยบูรพา (บางแสน) เป็นเขตส่งเสริมเพื่อกิจการพิเศษการแพทย์จีโนมิกส์ด้วย

สำหรับมาตรการส่งเสริมการลงทุนที่จะขับเคลื่อนต่อไปนั้น ที่ประชุมเห็นชอบต่ออายุมาตรการกระตุ้นการลงทุน หรือ Thailand Plus ที่ออกมาปลายปี 2562 และกำลังจะสิ้นสุดมาตรการในวันที่ 30 ธ.ค. 2563 นี้ ให้สามารถเริ่มยื่นขอรับการส่งเสริมได้ตั้งแต่ 4 ม.ค. 2564 สิ้นสุด 30 ธ.ค. 2564

BOI ขยายมาตรการส่งเสริมการลงทุน
BOI ขยายมาตรการส่งเสริมการลงทุน

มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นให้เกิดการลงทุนโดยเร็วแบบต่อเนื่องในปี 2564 โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ ทั้งยังได้ปรับเงื่อนไขจากเดิมที่กำหนดให้วงเงินลงทุนที่จำนำเข้ามาใช้ และกำหนดกรอบระยะเวลาให้ลงทุนให้ทันในปี 2563 ซึ่งทำให้นักลงทุนที่ยื่นขอรับการส่งเสริมในช่วงปลายปีเสียเปรียบ เพราะไม่อาจจะนำเงินลงทุนเข้ามาได้ทันตามที่เงื่อนไข

ดังนั้น ไทยแลนด์พลัส จึงได้กำหนดเงื่อนไขใหม่ว่า ไม่ว่านักลงทุนจะยื่นขอส่งเสริมเมื่อใดก็ตาม ต้องนำเงินเข้ามาลงทุนจริงให้ได้ อย่างน้อย 1,000 ล้านบาท ภายใน 12 เดือนหลังออกบัตรส่งเสริมแล้ว จึงจะได้สิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล 50% เป็นเวลา 5 ปี เพิ่มเติมจากเกณฑ์ปกติ

นอกจากนี้ยังเพิ่มกิจการเทคโนโลยีดิจิทัล สำหรับมาตรการปรับประสิทธิภาพการผลิต เพื่อสนับสนุนให้เอกชนมีการลงทุนนำเทคโนโลยีเข้ามาพัฒนาการผลิต เช่น การนำซอฟต์แวร์หรือระบบ IT เข้ามาบริหารเก็บข้อมูลในคลาวด์ ได้สิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 3 ปี ในสัดส่วน 50% ของเงินลงทุน สิ้นสุดการยื่นขอรับการส่งเสริมสิ้นปี 2565

นอกจากนี้ ยังได้ต่ออายุมาตรการเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน (SEZ) ในพื้นที่ 10 จังหวัด และ 5 จังหวัดชายแดนใต้ เพื่อกระตุ้นการลงทุนในภูมิภาคไปอีก 2 ปี หรือสิ้นสุดคำขอวันที่ 30 ธ.ค. 2565 โดยจะครอบคลุมทุกประเภทกว่า 300 กิจการ

รวมถึงได้เพิ่มอีก 5 ประเภทกิจการ คือ กิจการผลิตวัสดุก่อสร้าง, ผลิตภัณฑ์คอนกรีต, ผลิตสิ่งปรุงแต่งประทินร่างกาย, ผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติก, ผลิตสิ่งของจากเยื่อกระดาษ, พัฒนาอาคารสำหรับโรงงาน/คลังสินค้า ซึ่งแต่ละกิจการจะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามกลุ่ม A และ B บวกเพิ่มให้อีก 3 ปี

แต่หากเป็น 14 อุตสาหกรรมเป้าหมาย จะได้สิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปี และลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลให้ 50% เป็นเวลาอีก 5 ปี

โดยยอดขอรับการส่งเสริมใน SEZ นับตั้งแต่เริ่มนโยบายปี 2558-ก.ย. 2563 มีคำขอ 84 โครงการมูลค่า 19,000 ล้านบาท โดย จ.ตาก เป็นจังหวัดที่มีจำนวนโครงการมากที่สุด ขณะที่ จ.สงขลา เป็นจังหวัดที่มีเงินลงทุนมากที่สุด โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเกษตร โรงไฟฟ้า ถุงมือยาง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

บีโอไอ BOI