เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
แซมบ้าตายแล้ว
Columns แซมบ้าตายแล้ว
ผู้ว่าฯ ธปท. เร่งเครื่องกำกับ ‘ซื้อก่อนผ่อนทีหลัง’ หวั่นเด็กก่อหนี้เกินจำเป็น เล็งเริ่มสิ้นปีนี้
Finance ผู้ว่าฯ ธปท. เร่งเครื่องกำกับ ‘ซื้อก่อนผ่อนทีหลัง’ หวั่นเด็กก่อหนี้เกินจำเป็น เล็งเริ่มสิ้นปีนี้
ด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ บูมสงขลาฮับโลจิสติกส์
Economic ด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ บูมสงขลาฮับโลจิสติกส์
แบงก์ชาติ ยกระดับสกัดทุนเทา ดีเดย์ ต.ค.นี้ คุมเข้ม ‘ฝากเงินสดเกิน 5 ล้าน-แลกแบงก์ย่อย 10 ล้าน’
Finance แบงก์ชาติ ยกระดับสกัดทุนเทา ดีเดย์ ต.ค.นี้ คุมเข้ม ‘ฝากเงินสดเกิน 5 ล้าน-แลกแบงก์ย่อย 10 ล้าน’
อิหร่าน-สหรัฐ ‘ระอุ’ รอบใหม่ บีบ ‘เฟด’ แข็งกร้าวเงินเฟ้อ
World อิหร่าน-สหรัฐ ‘ระอุ’ รอบใหม่ บีบ ‘เฟด’ แข็งกร้าวเงินเฟ้อ
‘ปลัด มท.’ หนุนสางปัญหาทุจริต ต้องไปให้สุด ขออย่าเหมา รวม ขรก.ทั้งกระทรวง
Politics ‘ปลัด มท.’ หนุนสางปัญหาทุจริต ต้องไปให้สุด ขออย่าเหมา รวม ขรก.ทั้งกระทรวง
มหาดไทย สั่งปรับปรุงมาตรการรับรองบุตรต่างชาติ ป้องกัน “พ่อทิพย์”
Politics มหาดไทย สั่งปรับปรุงมาตรการรับรองบุตรต่างชาติ ป้องกัน “พ่อทิพย์”
อสังหาฯซบเซาเขย่า ‘แลนด์ลอร์ด’ ที่ดินขายไม่ออก ตัดใจหั่นราคา 50%
Real Estate อสังหาฯซบเซาเขย่า ‘แลนด์ลอร์ด’ ที่ดินขายไม่ออก ตัดใจหั่นราคา 50%
2 ปี มงคล ประธานวุฒิสภา ฝ่าคดีฮั้ว สว. ‘ไม่มีอะไรง่าย แต่ผ่านได้ทุกที’
Politics 2 ปี มงคล ประธานวุฒิสภา ฝ่าคดีฮั้ว สว. ‘ไม่มีอะไรง่าย แต่ผ่านได้ทุกที’
‘ชัชชาติ’ วิ่งจากทองหล่อ ลุยตรวจถนนทรุดวงเวียนใหญ่ สั่งรื้อสะพานลอยลดแรงกดทับ อัดซีเมนต์อุ้มชั้นดิน สกัดเสี่ยง
News ‘ชัชชาติ’ วิ่งจากทองหล่อ ลุยตรวจถนนทรุดวงเวียนใหญ่ สั่งรื้อสะพานลอยลดแรงกดทับ อัดซีเมนต์อุ้มชั้นดิน สกัดเสี่ยง
ดูทั้งหมด

“ทีวีดิจิทัล” พลิกตำราหาทางรอด ชงรัฐลดภาระ MUX-เวนคืนคลื่น

21 ต.ค. 2560 | 21:41น.

ยังคงเดินหน้าหาทางออกอย่างต่อเนื่อง สำหรับผู้ประกอบการช่องทีวีดิจิทัล แม้จะเคยเข้าพบรองนายกรัฐมนตรี “วิษณุ เครืองาม” เพื่อให้ช่วยหาทางอยู่รอดของช่องทีวีดิจิทัลที่ประสบปัญหาขาดทุนอย่างหนักมาแล้วหลายครั้ง หลังจากทั้ง 24 ช่องธุรกิจต่างแข่งกันเคาะราคาดุเดือด จบประมูลด้วยเงินรวมกันกว่า 5 หมื่นล้านบาท เมื่อ ธ.ค. 2556 แต่ยังไม่ทันจ่ายค่าประมูลของปีที่ 2 ก็จอดำไปแล้ว 2 ช่อง วันนี้เหลืออยู่รอดแค่ 22 ช่อง และเกือบทั้งหมดขาดทุนยับ

จนเป็นที่มาของคำสั่ง คสช.ที่ 76/2559 ให้ยืดเวลาชำระเงินประมูลช่อง (มีดอกเบี้ย) และให้สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) นำเงินจากกองทุนวิจัยและพัฒนาฯ มาใช้สนับสนุนค่าเช่าช่องสัญญาณดาวเทียมสำหรับนำช่องทีวีดิจิทัลไปออกอากาศผ่านระบบทีวีดาวเทียม แต่ทางออกที่ผู้ประกอบการหลายรายต้องการคือ “การคืนใบอนุญาตได้โดยไม่ต้องจ่ายเงินค่าประมูลในส่วนที่เหลือ” ยังไม่ได้รับการตอบรับใด ๆ โดยเลขาธิการ กสทช. “ฐากร ตัณฑสิทธิ์”

กล่าวย้ำทุกครั้งที่มีการเรียกร้องให้ช่วยเหลือช่องทีวีดิจิทัลว่า “อะไรที่ กสทช.มีอำนาจทำได้ เราทำให้หมดแล้ว ที่เหลือคือกฎหมายไม่เปิดช่องให้ทำได้ ต้องแล้วแต่นโยบายรัฐบาล”

ชงรัฐเวนคืนไปประมูล 4G-5G

ล่าสุด สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิทัล (ประเทศไทย) ได้มีข้อเสนอใหม่ และเริ่มเดินสายเข้าพบหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง เริ่มจากรองนายกรัฐมนตรี “วิษณุ เครืองาม” ที่ทำเนียบรัฐบาล และ “จิรชัย มูลทองโร่ย” ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ด้านสื่อสารมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศ สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) สาระสำคัญของ “ข้อเสนอในเชิงนโยบายเพื่อปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมโทรทัศน์ และอุตสาหกรรมโทรคมนาคม เพื่ออนาคตประเทศไทย 4.0”

“สุภาพ คลี่ขจาย” นายกสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิทัล (ประเทศไทย) กล่าวว่า คือการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมโทรทัศน์และโทรคมนาคม ด้วยให้ กสทช.เรียกคืนคลื่นความถี่ 700 MHz ที่ปัจจุบันใช้สำหรับทีวีดิจิทัล นำกลับไปจัดสรรใหม่สำหรับอุตสาหกรรมโทรคมนาคม ให้เร็วขึ้นกว่าแผนที่ กสทช.วางกรอบไว้ว่าจะดำเนินการในปี 2563 ตามข้อตกลงที่ทำไว้กับประเทศอาเซียน และ ITU (สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ) เนื่องจากปัจจุบันทั่วโลกใช้คลื่น 700 MHz สำหรับกิจการโทรคมนาคม และเป็นคลื่นที่มีมูลค่าสูง หากนำมาประมูลจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ประเทศได้มหาศาล

“หลังจากประมูลช่องทีวีดิจิทัลเมื่อปี 2556 มีความเปลี่ยนแปลงอย่างมากของเทคโนโลยีที่ทำให้พฤติกรรมผู้บริโภค และสภาพอุตสาหกรรมเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว การจะเดินหน้าเปลี่ยนผ่านสู่ทีวีดิจิทัลอย่างเดิม ไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้นแล้ว กสทช.น่าจะปรับแผนแม่บทกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ ฉบับที่ 2 ที่กำลังยกร่าง โดยปรับแผนเดิมที่จะกันคลื่นไว้สำหรับทีวีดิจิทัลถึง 48 ช่องให้ลดลง เพราะตอนนี้ก็เห็นแล้วว่า มันมีช่องมากเกินไป เพื่อให้รัฐเวนคืนคลื่นไปประมูลใหม่สำหรับโทรคมนาคม เป็นการใช้คลื่นให้เกิดประโยชน์สูงสุด และกฎหมายใหม่ก็เปิดช่องให้ กสทช.เรียกคืนคลื่นก่อนกำหนดได้ ส่วนเมื่อรีฟาร์มมิ่งคลื่นแล้วจะเหลือทีวีดิจิทัลกี่ช่อง เป็นประเด็นที่ กสทช.จะศึกษา”

ที่ผ่านมาช่องทีวีดิจิทัลได้จ่ายเงินค่าประมูลให้ กสทช.ไปแล้วราว 3.4 หมื่นล้านบาท จากวงเงินทั้งหมด 5 หมื่นล้านบาท ขณะที่รัฐตั้งราคาขั้นต้นในการประมูลไว้ 1.5 หมื่นล้านบาทเท่านั้น ขณะที่หากภาครัฐไม่มีการช่วยเหลืออะไรเพิ่ม ในอนาคตผู้ประกอบการก็อาจจะล่มสลายทั้งอุตสาหกรรม และรัฐจะไม่ได้อะไรเลย

“สถานการณ์หลังการประมูล เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี (technology disruption) ที่ทำให้คนดูทีวีในรูปแบบเดิมน้อยลง มีสื่อใหม่อย่างไลน์ทีวี เฟซบุ๊กไลฟ์ ซึ่งมีฐานผู้ใช้งานจำนวนมาก เข้ามาเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค เข้ามากระทบสื่อเดิม และเป็นการให้บริการโดยไม่ต้องเสียค่าใบอนุญาตหรือเงินประมูลใด ๆ”

อีกด้านที่เห็นชัดคือ ตั้งแต่เกิดมีทีวีดิจิทัลขึ้น ข้อมูลของสมาคมมีเดียเอเยนซี่โฆษณาแห่งประเทศไทย ระบุว่า เม็ดเงินโฆษณาในสื่อทีวีที่เคยเติบโตอย่างน้อย 5-10% กลับลดลงเฉลี่ย 8-16%

งดออกไลเซนส์ช่องสาธารณะ

ด้าน “อดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ” ที่ปรึกษาสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิทัล (ประเทศไทย) กล่าวว่า การประสบภาวะขาดทุนนี้ ทำให้เริ่มเห็นธุรกิจยักษ์ใหญ่เข้าซื้อช่องทีวีดิจิทัลมากขึ้น ซึ่งเสี่ยงที่จะนำไปสู่การผูกขาดแบบเดิมที่มีกลุ่มผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเพียง 5-6 ราย สิทธิในการรับรู้ของประชาชนก็จะเกิดการกระจุกตัวของเนื้อหาเหมือนเดิม โดยคาดว่าหากไม่มีการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมจะมีผู้ประกอบการกว่า 95% ขาดทุนมากขึ้นเรื่อย ๆ จนไม่มีเงินใช้ผลิตคอนเทนต์ที่ดี รวมถึงส่งผลกระทบต่อการจ่ายค่าเช่าโครงข่าย (MUX) ด้วย หรืออาจจะเลือกคืนใบอนุญาตโดยขอความคุ้มครองจากศาลปกครองเหมือนกรณี 2 ช่องของบริษัทไทยทีวี ที่คดียังอยู่ในศาล ซึ่งทำให้คลื่นความถี่ที่ช่องดังกล่าวใช้งานจะกลายเป็นที่รกร้าง ไม่สามารถใช้งานได้จนกว่าคดีจะถึงที่สุด ถือเป็นการสูญเสียโอกาสในการใช้งานคลื่นความถี่ ทั้งยังจะกระทบกับสถาบันการเงินที่เป็นผู้ออกแบงก์การันตีให้ผู้ประกอบการช่อง ที่ต้องเสี่ยงกับภาวะหนี้สงสัยจะสูญ ซึ่งจะกระทบกับเสถียรภาพทางการเงินของสถาบันทางการเงินและระบบเศรษฐกิจของประเทศ

“สมาคมอยากให้ผู้ประกอบการช่องทีวีดิจิทัลทุกราย รอดไปด้วยกัน จึงอยากให้ช่วยลดภาระทางการเงินสำคัญของผู้ประกอบการก้อนใหญ่สุดคือ ค่าเช่า MUX ซึ่ง กสทช.เคยสัญญาไว้ว่าจะทบทวนใหม่ทุก 4 ปี แต่ยังไม่ได้ดำเนินการ”

ขณะที่แผนเดิมของ กสทช.ที่จะมีทีวีดิจิทัล 48 ช่อง ควรให้มีคณะทำงานพิจารณาอย่างเร่งด่วน เพื่อหาแนวทางที่จะลดจำนวนช่องทีวีดิจิทัลภาคธุรกิจลง 1 ใน 3 เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพธุรกิจ งดการออกไลเซนส์ช่องบริการสาธารณะเพิ่ม เพื่อไม่ให้เป็นภาระด้านงบประมาณรัฐ และจำกัดการใช้คลื่นความถี่ให้เหลือแค่ช่วง 500-600 MHz และเวนคืนคลื่นที่เหลือในช่วง 600-700 MHz ไปใช้ในกิจการโทรคมนาคมที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงกว่ากิจการโทรทัศน์

ช่องรายได้พุ่งไม่รวมยื่นข้อเสนอ

เป็นที่น่าสังเกตว่า การยื่นข้อเสนอใหม่นี้ มีกลุ่มผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลที่เข้ายื่นข้อเสนอนี้มี 13 ช่องรายการ โดยไม่มีรายชื่อของบริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด “ช่อง 7HD” ซึ่งเมื่อปีที่ผ่านมา มีรายได้มากที่สุด 2,576 ล้านบาท และเป็นช่องที่มีรายได้เพิ่มขึ้นจากปี 2558 มากที่สุดถึง 907 ล้านบาท รวมถึงบริษัท ไทยบรอดคาสติ้ง จำกัด ช่อง “Workpoint” ผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่มีรายได้ขึ้นมาเป็นอันดับ 2 ทั้งแง่ของรายได้รวม 2,121 ล้านบาท และยอดรายได้ที่เพิ่มขึ้นถึง 422 ล้านบาท รวมถึง 2 ช่องที่มีรายได้ติด 5 อันดับแรกอย่าง “ช่อง 8” ของบริษัท อาร์เอส เทเลวิชั่น จำกัด ช่อง MONO29 ของบริษัท โมโน บรอดคาซท์ จำกัด และ 2 บริษัทผู้ประกอบการรายเดิมอย่างบริษัท บีอีซี มัลติมีเดีย จำกัด เจ้าของช่อง 13 Family ช่อง 3SD และช่อง 33HD รวมถึง บมจ.อสมท เจ้าของช่อง MCOT Family และ MCOT HD ด้วย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กสทช. ทีวีดิจิทัล