เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ปริศนา “สุภาพร พิมพงษ์” เขย่าตลาดทุนไทย สั่นคลอนหน่วยงานกำกับ จับตา ก.ล.ต. ตรวจเชิงลึก
Finance ปริศนา “สุภาพร พิมพงษ์” เขย่าตลาดทุนไทย สั่นคลอนหน่วยงานกำกับ จับตา ก.ล.ต. ตรวจเชิงลึก
จับเทรนด์ ‘ศูนย์การค้า’ ไทย จากห้างขายของสู่พื้นที่ใช้ชีวิต
Business จับเทรนด์ ‘ศูนย์การค้า’ ไทย จากห้างขายของสู่พื้นที่ใช้ชีวิต
‘ดร.กอบศักดิ์’ มองดอกเบี้ย 1%-เงินบาทอ่อน เพิ่มแรงส่งเศรษฐกิจ คาดจีดีพี 1.5-2.0%
Finance ‘ดร.กอบศักดิ์’ มองดอกเบี้ย 1%-เงินบาทอ่อน เพิ่มแรงส่งเศรษฐกิจ คาดจีดีพี 1.5-2.0%
สภาฉลุย 306 เสียง คว่ำนิรโทษ ม.112 เยาวชน ปิดจ๊อบ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ชงขึ้นทูลเกล้าฯ
Politics สภาฉลุย 306 เสียง คว่ำนิรโทษ ม.112 เยาวชน ปิดจ๊อบ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ชงขึ้นทูลเกล้าฯ
SET วันนี้ (8 ก.ค.) ร่วงแรง 27.88 จุด ปิดตลาดดัชนีหลุดต่ำกว่า 1,600 จุด ปมอิหร่านโจมตีช่องแคบฮอร์มุซ
Finance SET วันนี้ (8 ก.ค.) ร่วงแรง 27.88 จุด ปิดตลาดดัชนีหลุดต่ำกว่า 1,600 จุด ปมอิหร่านโจมตีช่องแคบฮอร์มุซ
แอสเซทไวส์-ออริจิ้น ตุนยอดขายบ้าน-คอนโดฯ ครึ่งปีแรกคึก ลุยต่อครึ่งปีหลัง
Real Estate แอสเซทไวส์-ออริจิ้น ตุนยอดขายบ้าน-คอนโดฯ ครึ่งปีแรกคึก ลุยต่อครึ่งปีหลัง
“ศุภชัย” ปัดตอบปมสุภาพรถือหุ้นทรู 7% โยน ก.ล.ต.สอบ 
Finance “ศุภชัย” ปัดตอบปมสุภาพรถือหุ้นทรู 7% โยน ก.ล.ต.สอบ 
ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดผลงาน SET ครึ่งปีแรกหุ้นขึ้น 26.3% เดือน มิ.ย. พุ่ง 1.5%
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดผลงาน SET ครึ่งปีแรกหุ้นขึ้น 26.3% เดือน มิ.ย. พุ่ง 1.5%
เปิดตัว ‘NIA Venture’ กลไกรัฐถือหุ้น-ร่วมทุน ‘สตาร์ตอัพ’ เริ่มใช้จริง 1 ต.ค. 2569
Tech เปิดตัว ‘NIA Venture’ กลไกรัฐถือหุ้น-ร่วมทุน ‘สตาร์ตอัพ’ เริ่มใช้จริง 1 ต.ค. 2569
ราคาทองวันนี้ (8 ก.ค. 69) ร่วงลง 850 บาท รูปพรรณขายออก 65,100 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (8 ก.ค. 69) ร่วงลง 850 บาท รูปพรรณขายออก 65,100 บาท
ดูทั้งหมด

พลิกวิกฤตเป็นโอกาส “SCG” ชู “ESG” สร้างองค์กรยั่งยืน

17 ก.พ. 2564 | 09:46น.

การดำเนินธุรกิจตามหลัก ESG (environmental, social and governance) และแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน (circular economy) เป็นเรื่องที่ภาคเอกชนหลายแห่งกำลังให้ความสนใจ ทั้งยังมีการนำมาใช้ในแวดวงธุรกิจบ้างแล้ว ไม่เว้นแม้แต่ “เอสซีจี” ที่เริ่มทำ SCG circular way มาตั้งแต่ 2 ปีก่อน

ด้วยการขับเคลื่อนผ่าน 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ ซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง, เคมิคอลส์ และแพ็กเกจจิ้ง โดยการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดตั้งแต่การผลิต การใช้และวนกลับเข้าสู่กระบวนการผลิตจนเป็นวัตถุดิบใหม่

เพื่อคำนึงถึงการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม

นับตั้งแต่ปี 2564 เอสซีจีประกาศวิสัยทัศน์ว่า จะดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับแนวทางพัฒนายั่งยืน ด้วยการยึดหลัก ESG มากขึ้น ควบคู่การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ตลอดกระบวนการทำงาน พร้อมปรับตัวให้ทันการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ด้วยการให้ความสำคัญกับการบริหารความต่อเนื่องของธุรกิจ (business continuity management-BCM)

“รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส” กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี เผยว่า ในภาวะวิกฤตโควิด-19 ธุรกิจที่อยู่รอดได้ต้องเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค และจะต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว ซึ่งเอสซีจีเดินทางแนวนี้ และเห็นว่าทุกวิกฤตย่อมมีโอกาส หากปรับตัวได้เร็วจะยืนอยู่ได้ระยะยาว

ดังนั้น จึงเป็นที่มาว่าทิศทางการดำเนินธุรกิจในปีนี้ของเอสซีจีจะให้ความสำคัญกับการเติบโตแบบยั่งยืนมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องของการนำ ESG เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ขับเคลื่อนองค์กร

รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส
รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี

“เพราะในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานักลงทุนต่างให้ความสนใจกับเรื่อง ESG มากขึ้น ยกตัวอย่าง เช่น ในการประชุมกับนักลงทุน ผู้ถือหุ้น 10 ครั้ง จะมีคำถามในที่ประชุมประมาณ 3 ครั้ง เกี่ยวกับ ESG ว่า เอสซีจีมีแผนอย่างไรบ้าง ทั้งในเรื่องสังคม สิ่งแวดล้อม”

“รวมถึงจะทำอย่างไรต่อบ้าง ที่สำคัญ ในการประชุมทุกครั้งจะต้องพูดถึงประเด็นนี้อยู่เสมอ เพราะกลายเป็นส่วนหนึ่งในการประกอบการตัดสินใจของนักลงทุนก่อนจะลงทุนในบริษัทต่าง ๆ ซึ่งหากบริษัทใดมีความสามารถ หรือมีคะแนนสูงกว่าจะยิ่งได้เปรียบ ฉะนั้นอาจสรุปได้ว่า ไม่ว่าจะเป็นบริษัทรายใหญ่หรือรายเล็ก หรือเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯหรือไม่ ก็ต้องให้ความสำคัญกับ ESG มากขึ้น ไม่เช่นนั้นจะลำบาก”

“ในธุรกิจของเอสซีจีก็เช่นกัน เรามีบ้านอยู่ 3 หลัง แม้ว่าแต่ละหลังจะมีรูปแบบธุรกิจต่างกัน คู่แข่งต่างกัน ธรรมชาติของลูกค้าต่างกัน หรือแม้แต่แนวโน้มตลาดก็ต่างกันมาก แต่เรายึดหลัก ESG เดียวกันหมด ซึ่งเริ่มใช้มานานแล้ว แต่เรียกกันว่า sustainable development หรือการพัฒนายั่งยืน

เพราะเรามีความเชื่อว่า องค์กรของเราจะยั่งยืนไม่ได้ ถ้าสิ่งแวดล้อมไม่ดี หรือชุมชน สังคม ไม่เต็มใจให้เราทำงาน แต่ถึงแม้ว่าเราจะมีหลักการนี้ ขั้นต่อไปก็ต้องมองด้วยว่าจะทำอย่างไรให้เข้าไปอยู่ในดีเอ็นเอของธุรกิจ เป็น ESG integration หรือเอามารวมอยู่ในธุรกิจมากขึ้น”

“ดังนั้น ถ้าหากมองด้านสิ่งแวดล้อม (environmental) ผลิตภัณฑ์ หรือสินค้าต่าง ๆ จึงต้องพยายามไม่ให้เป็นปัญหาต่อสิ่งแวดล้อม อย่างในธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจีเดินตามแผนโรดแมปด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อมุ่งสู่ธุรกิจปิโตรเคมีเพื่อความยั่งยืน โดยโรดแมปที่วางไว้ครอบคลุมตลอดซัพพลายเชน ตั้งแต่การออกแบบเม็ดพลาสติกให้ใช้ทรัพยากรน้อยที่สุด แต่ยังคงมีประสิทธิภาพ จนถึงการนำพลาสติกใช้แล้วกลับเข้าสู่ระบบด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีรีไซเคิลพลาสติก”

โดยล่าสุดเมื่อช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา เอสซีจีมีการเปิดตัว Chemical Recycling ซึ่งเป็นการร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ ทั้งยังเป็นสตาร์ตอัพด้านเทคโนโลยีที่ร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีรีไซเคิลเพื่อเปลี่ยนพลาสติกใช้แล้วเป็นวัตถุดิบตั้งต้น หรือ renewable feedstock

นอกจากนั้น โรงงานปิโตรเคมีมีการพัฒนาต่อยอดเทคโนโลยีรีไซเคิลพลาสติกที่เป็น advanced technology ด้วยการใช้สารเร่งปฏิกิริยาจนทำให้กระบวนการรีไซเคิลมีอุณหภูมิต่ำ ทั้งยังช่วยลดการใช้พลังงานเพื่อเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และช่วยลดปัญหาการสะสมของปริมาณขยะพลาสติกในประเทศ นอกจากนี้ยังก่อสร้างโรงงานทดสอบการผลิต หรือ demonstration plant แห่งแรกในประเทศไทย ในพื้นที่บริเวณโรงงานจังหวัดระยอง ด้วยกำลังการผลิต renewable feedstock ประมาณ 4,000 ตันต่อปี และพร้อมที่จะขยายกำลังผลิตในอนาคต

ขณะที่ด้านสังคม (social) “รุ่งโรจน์” บอกว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เรามองเห็นความต้องการพื้นฐานของผู้บริโภคมากขึ้น ทั้งในเรื่องความสะอาด สุขภาพ ฉะนั้น สินค้าและบริการของเอสซีจีจะตอบโจทย์ด้านนี้มากขึ้น เช่น ในธุรกิจวัสดุก่อสร้าง พวกสุขภัณฑ์จะออกมาในลักษณะไร้สัมผัส (touchless)

“ไม่เพียงเท่านี้ ในส่วนของกิจกรรมซีเอสอาร์ที่เราทำเรื่องน้ำมากว่า 20 ปี ตั้งแต่การสร้างฝายในพื้นที่ป่า ชุมชน ที่อยู่ใกล้โรงงานเพื่อฟื้นฟูธรรมชาติ ฉะนั้น สเต็ปต่อไป เราจะทำเรื่องการใช้น้ำหมุนเวียน เพราะต้องยอมรับว่าแม้จะมีน้ำใช้ก็จริง แต่บางจุดไม่พอใช้ก็มี คำถามคือทำยังไงถึงจะมีระบบใช้น้ำหมุนเวียนได้ และได้อย่างคุ้มค่า”

“ทั้งยังต้องส่งเสริมให้เกิดอาชีพมั่นคงหรือดีขึ้น ยกตัวอย่าง 1 ปี ชาวบ้านปลูกพืชได้ 2 ครั้ง แต่พอใช้น้ำหมุนเวียนอาจปลูกได้ถึง 3-4 ครั้ง ทำให้ระยะเวลาหรือผลผลิตเชิงเกษตรดีขึ้น ผมมองว่าเป็นหน้าที่ของบริษัท ถ้ามีกำลังก็ควรทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของคนดีขึ้นด้วย ไม่ใช่แค่คนที่อยู่รอบโรงงาน แต่เป็นคนกลุ่มใหญ่”

“ส่วนอีกด้านคือบรรษัทภิบาล (governance) ความโปร่งใส เป็นพื้นฐานที่ทุกบริษัทต้องมี เพราะเป็นเรื่องยากที่นักลงทุนจะลงทุนในบริษัทที่เขาไม่รู้ว่าทำธุรกิจอย่างไร มีวัตถุประสงค์อะไร เปิดข่าวดี แต่ปิดข่าวไม่ดี แบบนี้เรียกว่าไม่โปร่งใส”

“นอกจากนั้นตอนนี้ เรามองเห็นเทรนด์เทคโนโลยีดิจิทัลกำลังมา โดยเอสซีจีมุ่ง 3 ด้าน คือ หนึ่ง ปรับปรุงการให้บริการ เช่น อีคอมเมิร์ซ ให้คนซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มได้ สอง ปรับปรุงด้านซัพพลายเชนมาใช้ดิจิทัลโลจิสติกส์ เพื่อทำให้ต้นทุนที่ส่งของจากโรงงานผู้ผลิตไปยังลูกค้าในต้นทุนต่ำสุด และตรงเวลา และสาม ดิจิทัลด้านการผลิต เป็นระบบอัตโนมัติ ด้วยการนำโรบอตมาใช้ในการผลิต ส่งของ การเก็บสิ่งของเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพความแม่นยำ”

สำหรับเรื่องสำคัญอย่างทิศทางการลงทุนในปี 2564 “รุ่งโรจน์” บอกว่า เน้นการรองรับการเติบโตที่ขยายตัวมากขึ้น โดยแผนลงทุนปี 2564 เราตั้งงบประมาณที่ 6-7.5 หมื่นล้านบาท เพื่อพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ ในกลุ่มธุรกิจซีเมนต์และวัสดุก่อสร้าง ที่จะเน้นการปรับปรุงสินค้าเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าด้านการซ่อมแซมที่อยู่อาศัย และอาคาร เพราะช่วงโควิดโครงการก่อสร้างภาคเอกชนลดลง แต่ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคที่ทำงานที่บ้านก็เริ่มหันมาซ่อมแซมปรับปรุงที่พักอาศัยมากขึ้น

“ส่วนธุรกิจปิโตรเคมี จะเน้นการพัฒนาสินค้านวัตกรรมใหม่เพื่อตอบโจทย์ยานยนต์สมัยใหม่ และรถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงการลงทุนตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียนในเทคโนโลยีการนำพลาสติกเก่ามารีไซเคิลใช้ไหม่ ส่วนการลงทุนโครงการปิโตรเคมีครบวงจรในเวียดนามที่ดำเนินมาตั้งแต่ปี 2561 ตอนนี้ยังคงเดินหน้าตามแผนที่วางไว้”

“ขณะนี้มีความคืบหน้า 70% และจะเปิดดำเนินการเริ่มผลิตภายใน 2-3 ปีนับจากนี้ ผมมองว่าเวียดนามยังมีศักยภาพ เฉพาะปี 2563 รับมือโควิดได้ดี GDP ประเทศเป็นบวก และปีนี้ตั้งเป้าว่าจะเป็นบวกอีก เพราะยังมีโอกาสทางธุรกิจ ส่วนแผนลงทุนประเทศอื่นมองว่าตลาดอาเซียนมีศักยภาพ เช่น อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ที่มีตลาดใหญ่ แต่ทั้ง 2 ประเทศได้รับผลกระทบจากโควิด-19 หนัก เราจึงต้องใช้เวลาฟื้นฟูเศรษฐกิจ แต่ก็ยังเป็นแผนต่อไป”

“ขณะที่ด้านธุรกิจบรรจุภัณฑ์ เราจะลงทุนนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดรับความต้องการของตลาดโลกที่เพิ่มขึ้น สำหรับในปัจจุบันสินค้านวัตกรรมที่มีมูลค่าสูงของเอสซีจี มีมูลค่าเป็นสัดส่วน 30% ของยอดขายทั้งหมด แต่สินค้ากลุ่มนี้บางชนิดผ่านไป 1-2 ปี จะกลายเป็นสินค้าพื้นฐาน ดังนั้น เราต้องลงทุนพัฒนานวัตกรรมเพิ่มมูลค่าสินค้า เพื่อตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าให้ได้มากที่สุดถึงจะทำให้เศรษฐกิจกลับมาดีขึ้น”

นับว่าเป็นวิสัยทัศน์ที่น่าสนใจทีเดียว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ESG เอสซีจี