เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
SET ทะยาน Top 5 เอเชียส่องเทรนด์ครึ่งปีหลัง ตันแล้วหรือไปต่อ ?
Finance SET ทะยาน Top 5 เอเชียส่องเทรนด์ครึ่งปีหลัง ตันแล้วหรือไปต่อ ?
ระวังกระแสต้าน ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’
สามัญสำนึก ระวังกระแสต้าน ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’
คุยกับ Binance TH สินทรัพย์ดิจิทัลกลางกระแส ‘หุ้นเทคฯ-AI’
Tech คุยกับ Binance TH สินทรัพย์ดิจิทัลกลางกระแส ‘หุ้นเทคฯ-AI’
‘ประกันสุขภาพ’ เริ่มแบกรับต้นทุนไม่ไหวสัญญาณเตือนที่ทุกฝ่ายต้องร่วมแก้
World ‘ประกันสุขภาพ’ เริ่มแบกรับต้นทุนไม่ไหวสัญญาณเตือนที่ทุกฝ่ายต้องร่วมแก้
รัฐบาล เร่งร่างกรอบ กม.สกัดทุจริตสอบข้าราชการ จับตาใช้ยาแรงโยง ขรก.เจอโทษหนัก
Politics รัฐบาล เร่งร่างกรอบ กม.สกัดทุจริตสอบข้าราชการ จับตาใช้ยาแรงโยง ขรก.เจอโทษหนัก
ก.คมนาคม สั่งคุมเข้มตรวจสัมภาระผู้โดยสาร-ลูกเรือ เพิ่ม สุนัข K9 – ยกระดับการข่าว
Economic ก.คมนาคม สั่งคุมเข้มตรวจสัมภาระผู้โดยสาร-ลูกเรือ เพิ่ม สุนัข K9 – ยกระดับการข่าว
ขัตติยา อินทรวิชัย เขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ 81 ปี KBANK
50th Impact ขัตติยา อินทรวิชัย เขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ 81 ปี KBANK
สวนดุสิตโพล ชี้คนชม “ไทยช่วยไทยพลัส” ขณะที่ ”ปัญหายาเสพติด” กระทบเชื่อมั่น รบ.
Politics สวนดุสิตโพล ชี้คนชม “ไทยช่วยไทยพลัส” ขณะที่ ”ปัญหายาเสพติด” กระทบเชื่อมั่น รบ.
สิริพงศ์ คาดชงแผนเปลี่ยนผ่าน “รถสาธารณะ เป็น EV” เข้าบอร์ดกลั่นกรองฯ กลาง ก.ค.นี้
Economic สิริพงศ์ คาดชงแผนเปลี่ยนผ่าน “รถสาธารณะ เป็น EV” เข้าบอร์ดกลั่นกรองฯ กลาง ก.ค.นี้
เจาะลึกเทรนด์ “Pet Hotel” 3 หมื่นล้าน Pawtry ปั้นมาตรฐานใหม่ หนุนธุรกิจฝ่ากับดักเจ๊ง
Business เจาะลึกเทรนด์ “Pet Hotel” 3 หมื่นล้าน Pawtry ปั้นมาตรฐานใหม่ หนุนธุรกิจฝ่ากับดักเจ๊ง
ดูทั้งหมด

“เพื่อไทย” อ่านเกมแก้รัฐธรรมนูญ ลุ้นผ่านกับดัก 84 ส.ว.ร่างใหม่ทั้งฉบับ

07 มี.ค. 2564 | 17:41น.

ยังไม่ถึงวันเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ 17-18 มีนาคม เพื่อลงมติวาระที่ 3 ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับที่ .. พ.ศ. ….

บรรดาสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) สายตัวทำเกม ก็ออกมาเปิดหน้า ประกาศคว่ำร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ในวาระ 3 กันแล้ว ตามการเปิดเผยของ “เสธ.อู้” พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ส.ว.ที่บอกว่า ดูแนวโน้มน่าจะมี ส.ว.เห็นชอบไม่ถึง 84 เสียงค่อนข้างแน่ เห็นสัญญาณชัดเจนมาตั้งแต่การแก้รัฐธรรมนูญวาระ 2

“กิตติศักดิ์ รัตนวราหะ” ส.ว. กล่าวว่าจะเป็นหนึ่งเสียงที่ลงมติคว่ำร่างรัฐธรรมนูญวาระ 3 เพราะเห็นว่า ส.ส.ยังมีเจตนาให้แตะการแก้หมวด 1 และ 2 และพระราชอำนาจ 38 มาตรา

ถือว่าข้ามชอตการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งที่เพิ่งเปิดรับฟังความคิดเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง 4 คน คือ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ และ นายอุดม รัฐอมฤต ประกบกับความเห็น 6 หัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน ในฐานะเป็น ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับรัฐธรรมนูญ

จากกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของรัฐสภาในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ โดยมี ส.ส.ร.มายกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับได้หรือไม่

ตามคำร้องที่มีสารตั้งต้นมาจาก “ไพบูลย์ นิติตะวัน” รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ฝ่ายกฎหมาย และ สมชาย แสวงการ ส.ว. โดยศาลนัดลงมติ 11 มีนาคม 2564 เวลา 09.30 น.

อ่านเกม ส.ว.ขวางแก้ รธน.

ตามเกมรัฐธรรมนูญที่คนการเมืองคาดการณ์ไว้จึงมี 2 ทางแพร่ง ด่านแรกจบที่ศาลรัฐธรรมนูญ หากศาลระบุว่าไม่สามารถแก้ไขทั้งฉบับโดยมี ส.ส.ร.ได้ ทุกอย่างเป็นอันจบ นับหนึ่งแก้รายมาตราในรัฐสภา

หากฝ่าด่านศาลไปได้ ก็จะเจอการลงมติในวาระที่ 3 ซึ่งมีด่าน 84 เสียงของ ส.ว. ขวางอยู่ อันเป็นไปตามเงื่อนไขการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 256 (6) ที่ต้องใช้เสียง ส.ว. 1 ใน 3 หรือ 84 เสียง เห็นชอบด้วย หาก ส.ว. 84 คน “งดออกเสียง” ขึ้นมา ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ทำกันมา เท่ากับแท้งไปทั้งยวง

ทั้งนี้ ในมุมวิเคราะห์เกจิอาจารย์กฎหมายฝ่ายค้าน “ชูศักดิ์ ศิรินิล” รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานฝ่ายกฎหมาย วิเคราะห์ทางแพร่งแห่งเกมรัฐธรรมนูญ ทั้งในชั้นศาลรัฐธรรมนูญ และในการโหวตวาระ 3 โดยมือของรัฐสภา

“ชูศักดิ์” เริ่มต้นวิเคราะห์ว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ทั้งพรรครัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านได้เสนอญัตติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญมาตรา 256 เพิ่มเติมวิธีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยให้มี ส.ส.ร. ญัตติคล้ายกัน ไม่มีอะไรแตกต่างกันมาก เพราะสาระสำคัญ ส.ส.ฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลเห็นตรงกันว่า รัฐธรรมนูญนี้แก้ไขเพิ่มเติมได้

พอรัฐธรรมนูญผ่านวาระ 2 มีการไปยื่นญัตติขอให้รัฐสภาส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความอำนาจของตนเองว่า รัฐสภามีอำนาจหน้าที่แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญนี้หรือไม่ และมีอำนาจหน้าที่จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ซึ่งย้อนแย้งอยู่พอสมควร เพราะเป็นอำนาจของรัฐสภาอยู่แล้ว

“หรือจริง ๆ แล้วมีเจตนาไม่อยากแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือไม่ให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ เพราะทรรศนะของ ส.ว.ที่แสดงออกมาตลอดว่าไม่ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นรัฐธรรมนูญเพื่อเรามาตั้งแต่ต้น เพียงแต่กระแสสังคม ประชาชน นักเรียน นักศึกษา ต้องการให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และรัฐบาลก็แถลงไว้ในนโยบายของรัฐบาล ลึก ๆ ไม่อยากแก้ แต่จำเป็นต้องแก้ พอมีช่องทางก็ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย โดยคิดว่าศาลจะสกัดกั้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ”

ประชามติ = ยึดโยงประชาชน

ส่วนในคำร้องที่ส่งศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา โดยอ้างว่า “เพราะรัฐธรรมนูญไม่ได้เขียนให้อำนาจรัฐสภาแก้ไขทั้งฉบับ” แก้ได้เฉพาะ “รายมาตรา” รวมถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับได้นั้น ควรไปทำประชามติถามประชาชนในฐานะเจ้าของอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญก่อน ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ 18-22/2555 เมื่อปี 2555 นั้น “ชูศักดิ์” มองว่า

ถ้าใช้ถ้อยคำของศาลรัฐธรรมนูญว่า “อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญเป็นของประชาชน” สิ่งที่พรรคร่วมรัฐบาล และพรรคร่วมฝ่ายค้านทำ ไม่ได้หลีกหนีไปจากอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญของประชาชน

เราเสนอญัตติแก้ไขเพิ่มเติม 256 วิธีแก้รัฐธรรมนูญ ขอจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดย ส.ส.ร. ถ้ารัฐสภายินยอม เราก็มีร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ .. พ.ศ. …. ซึ่งร่างนี้เมื่อผ่านรัฐสภาวาระ 3 แล้ว บังคับว่าต้องทำประชามติ แปลว่า รัฐสภาเป็นจุดเริ่มต้นขอทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แบบนี้ แต่ยังไม่ยุติ จะยุติต่อเมื่อประชาชนลงประชามติเห็นด้วย

“หลักการยังยึดว่าอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญเป็นของประชาชน คือ เราทำให้แบบนี้แล้วให้ประชาชนเห็นชอบ เมื่อประชาชนเห็นชอบแล้วจึงทูลเกล้าฯ ให้ในหลวงทรงลงพระปรมาภิไธย จึงเป็นรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่สมบูรณ์ มี ส.ส.ร.”

เราไม่ได้หลีกหนีไปจากอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญของประชาชนเลย ที่บอกว่ากฎหมายไม่ให้อำนาจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ แต่จริง ๆ แล้วกฎหมายให้ทำ โดยยึดโยงกับประชาชน แล้วไปให้ประชาชนเห็นชอบ ไม่ได้หลีกหนีไปจากอำนาจที่แท้จริงของประชาชน

“เรายืนยันหลักการสถาปนาของประชาชนถึง 2 ครั้ง ดังนั้น อยู่ในครรลองของอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญเป็นของประชาชน ถ้าจัดทำรัฐธรรมนูญโดยวิธีนี้แล้วผิดกฎหมาย ผมไม่เห็นว่าผิดกฎหมายเลย และที่สำคัญ ประชาชนรับรู้ เห็นชอบทั้งขั้นตอนการแก้ไขเพิ่มเติมครั้งแรก และเมื่อมีกฎหมายฉบับใหม่แล้ว โดยเหตุนี้จึงคิดว่า ที่ทำอยู่เป็นการทำตามครรลองที่ถูกต้อง ตามประเพณีการปกครอง”

คาดศาลไฟเขียว เดินหน้าวาระ 3

มือกฎหมายฝ่ายค้านเปรียบเทียบ คำวินิจฉัยรัฐธรรมนูญ 2555 หรือเมื่อ 9 ปีที่แล้ว ที่มีสาระสำคัญว่า หากจะแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับควรให้ทำประชามติถามประชาชนก่อน ซึ่งนำมายึดโยงกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญในปัจจุบัน ที่จะต้องทำประชามติเช่นกันนั้น มีความแตกต่างกันหรือไม่…อย่างไร

“การที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 291 ขณะนั้นไม่มีเขียนเรื่องทำประชามติ แต่ศาลรัฐธรรมนูญให้ไปทำประชามติเสียก่อนโดยอ้างว่ารัฐธรรมนูญ 2550 ผ่านประชามติของประชาชน ซึ่งต่างจากรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 256 (8) ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ที่กำหนดให้มีการทำประชามติอยู่แล้ว”

“ดังนั้น โดยตรรกะและเหตุผล ที่เราทำอยู่คือขอประชามติ ไม่ได้เปลี่ยนแนวไปจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ โดยความเห็นส่วนตัว ศาลไม่น่าที่จะบอกว่า กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ถูกต้อง เพราะไม่มีช่องทางไปตัดสินว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นการกระทำไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ แม้จะอ้างคำวินิจฉัยเดิมก็ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ส่วนตัวยังคิดว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญยังคิดว่าไปได้ โหวตต่อในวาระ 3”

และการที่ “คำร้อง” ของ “ไพบูลย์-สมชาย” บอกว่า รัฐธรรมนูญไม่ได้เขียนให้อำนาจแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ทั้งฉบับนั้น เป็นเรื่องธรรมดา คงไม่มีผู้ร่างรัฐธรรมนูญคนไหนไปเขียนว่า “ให้แก้รัฐธรรมนูญของเราได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้” เพราะเท่ากับว่า ไม่มั่นใจว่ารัฐธรรมนูญที่ตัวเองร่างมันดี ถึงต้องไปเขียนให้แก้ไข จึงเป็นตรรกะธรรมดาว่า ไม่มีใครทำแบบนี้

“ใครจะบ้าเขียนแบบนี้ แม้จะยกรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557 ที่ระบุถึงหมวดการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ แต่นั่นคือ
เรื่องปกติ เพราะเป็นรัฐธรรมนูญชั่วคราว แต่รัฐธรรมนูญถาวรไม่มีการเขียนเลยแม้แต่ฉบับเดียว”

แนะรัฐสภายืนยันอำนาจ

อย่างไรก็ตาม หากประเมินเลวร้ายที่สุดว่า ถ้าศาลรัฐธรรมนูญตีตก รัฐสภาจะแสดงบทบาทอย่างไร “ชูศักดิ์” ตอบคำถามว่า ต้องแสดงบทบาทว่าอำนาจแท้จริงเป็นของรัฐสภา และอำนาจแท้จริงเป็นของประชาชน ถ้าให้ศาลมากำหนดว่า รัฐสภาต้องทำวิธีการนั้น วิธีการนี้ แปลว่า ที่รัฐสภาเอาอำนาจของรัฐสภาไปให้ศาล ศาลกลายเป็นซูเปอร์องค์กร ชี้ว่ารัฐสภาต้องตรากฎหมายแบบนั้นแบบนี้ ถอยหลังมากไป

ดังนั้น “ชูศักดิ์” เสนอให้เดินหน้าโหวตวาระ 3 ต่อ แม้ผลเป็นลบ แต่ก็คาดการณ์ว่าเป็นผลลบเพียงแค่ “ครึ่งเดียว” เพราะการแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 เรื่องวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 3 วาระในรัฐสภา เพื่อตัดอำนาจ 84 เสียงของ ส.ว.ทิ้งไป ไม่น่ามีปัญหาอะไร แต่ที่จะติดขัดคือ อาจตั้ง ส.ส.ร.ไม่ได้

“ก็โหวตสิ เราบอกว่าเราโหวต เพราะเป็นอำนาจของเรา มันต้องเข้าวาระ 3 อยู่แล้ว มันต้องเดินต่อ เพียงแต่ว่าอาจจะตั้ง ส.ส.ร.ไม่ได้ ประเด็นนี้ต้องดูว่าจะโหวตอย่างไร เพราะเชื่อว่าการแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 เรื่องวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในรัฐสภา ไม่มีปัญหาอะไร มันแก้ได้อยู่แล้ว”

อย่างไรก็ตาม “ชูศักดิ์” กังวล 84 เสียง ของ ส.ว.มากกว่าศาลรัฐธรรมนูญ เพราะเราเห็นว่าจุดยืนเดิมที่ ส.ว.แสดงออกมา ไม่ค่อยมีความสุขเท่าไหร่นักที่ทำแบบนี้ (แก้รัฐธรรมนูญ)

“พรรครัฐบาลไม่ห่วงเพราะเป็นคนเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ไม่มีเหตุผลว่าเขาจะตีตกในวาระ 3”

แต่เมื่อถามว่า 84 ส.ว.น่ากลัวกว่าศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ “ชูศักดิ์” กล่าวว่า “ใช่”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

แก้รัฐธรรมนูญ