กรุงไทย ชี้ โอกาสเงินบาทแตะ 31 บ./ดอลลาร์ หากเฟดไร้ท่าทีต่อตลาดบอนด์
แบงก์ประเมินกรอบค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอ่อนค่าระดับ 30.50-31.00 บาทต่อดอลลาร์ จับตาผลการประชุม FOMC วันที่ 16-17 มี.ค.นี้ ส่งสัญญาณคงนโยบายการเงิน-บอนด์ยีลด์วิ่งขึ้นต่อ ชี้ โอกาสบาทอ่อนหลุด 31 บาทต่อดอลลาร์ ตลาดเผชิญแรงเทขายสินทรัพย์
วันที่ 14 มีนาคม 2564 นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กรอบเงินบาทสัปดาห์หน้า (15-19 มี.ค.64) เคลื่อนไหวอ่อนค่าอยู่ในกรอบ 30.50-31.00 บาทต่อดอลลาร์ โดยปัจจัยที่ต้องติดตามจะเป็นเรื่องผลการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงินธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 16-17 มีนาคมนี้ โดยตลาดรอดูการส่งสัญญาณของการประชุม ซึ่งมีความเป็นไปได้ทั้ง 2 ทาง
โดยหากมีการส่งสัญญาณว่าแม้เศรษฐกิจจะฟื้นตัว แต่ยังนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย โดยคงอัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ และยังคงดำเนินมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) อาจจะเห็นตลาดเทขายพันธบัตรรัฐบาล 10 ปี ส่งผลให้ผลตอบแทนพันธบัตร (บอนด์ยีลด์) 10 ปีปรับเพิ่มขึ้นได้ ทำให้ดอลลาร์มีโอกาสแข็งค่า และบาทอ่อนค่าได้ ขณะเดียวกัน หากเฟดส่งสัญญาณว่าเห็นความผิดปกติในตลาดพันธบัตร และดำเนินมาตรการอะไรออกมา จะทำให้บอนด์ยีลด์ปรับลดลงได้ เงินบาทอาจจะปรับแข็งค่าได้
“ตอนนี้ตลาดรอดูผลการประชุม FOMC หากบอนด์ยีลด์ขึ้นไปสูงกว่า 1.6% หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 0.01% เราอาจเห็นเงินบาทมีโอกาสอ่อนค่าแตะ 31 บาทต่อดอลลาร์ได้ แต่ไม่น่าจะหลุดไกลเกิน 31.20-31.30 บาทต่อดอลลาร์ เพราะเชื่อว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คงเข้ามาดูถ้าหลุด 31 บาท”
สำหรับกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย (ฟันด์โฟลว์) ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาวันที่ 8-12 มีนาคม 2564 จะเห็นว่าในตลาดหุ้นมีแรงซื้อสุทธิเล็กน้อยอยู่ที่ 760 ล้านบาท เช่นเดียวกับตชาดพันธบัตรซื้อสุทธิอยู่ที่ 1,600 ล้านบาท
นางสาวรุ่ง สงวนเรือง ผู้อำนวยการสายงานวางแผนโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สำหรับทิศทางค่าเงินบาทสัปดาห์หน้าระหว่างวันที่ 15-19 มีนาคม 2564 ธนาคารให้กรอบเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 30.40-30.90 บาทต่อดอลลาร์ โดยปัจจัยสำคัญ อยู่ที่การประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) วันที่ 16-17 มีนาคม 2564 หากมีการส่งสัญญาณใช้มาตรการเพิ่มเติมเพื่อชะลอการปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (บอนด์ยิลด์) ระยะยาว จะกดดันค่าเงินดอลลาร์ให้อ่อนลง และเงินบาทแข็งค่าได้ และในทางกลับกัน หากเฟดไม่แสดงท่าทีกังวลมากนักต่อตลาดบอนด์ เงินดอลลาร์จะได้แรงหนุนต่อเนื่อง และสินทรัพย์เสี่ยง อย่างตลาดหุ้น, สกุลเงินตลาดเกิดใหม่ จะเผชิญแรงขายสินทรัพย์
นอกจากนี้ ตลาดติดตามผลการประชุมธนาคารกลางอังกฤษ (บีโออี) วันที่ 18 มีนาคม 2564 และธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) วันที่ 19 มีนาคม 2564 ทั้งนี้ ตลาดรอดูผลการประชุมของบีโอเจว่าจะมีการปรับนโยบายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมหรือไม่ แต่จะเห็นว่าทางเลือกมีค่อนข้างจำกัดมากแล้ว