เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
บูม Health & Wellness ในเวที WTM 2026 ปลุกตลาด UK-ยุโรป
Business บูม Health & Wellness ในเวที WTM 2026 ปลุกตลาด UK-ยุโรป
เนรมิตคูโบต้า พาวิลเลียน โซลูชั่นเพื่ออนาคตเกษตรไฮเทค
Economic เนรมิตคูโบต้า พาวิลเลียน โซลูชั่นเพื่ออนาคตเกษตรไฮเทค
“สุชาติ” รื้อถอนหาดฟรีด้อม คืนหาดทราย ของขวัญปีใหม่คนไทย
Economic “สุชาติ” รื้อถอนหาดฟรีด้อม คืนหาดทราย ของขวัญปีใหม่คนไทย
“พิพัฒน์” เร่ง 2 โปรเจ็กต์ทล. 4 เชื่อมเศรษฐกิจไทย-มาเลเซีย
Economic “พิพัฒน์” เร่ง 2 โปรเจ็กต์ทล. 4 เชื่อมเศรษฐกิจไทย-มาเลเซีย
‘องค์กรนักข่าวไร้พรมแดน’ กังวล สื่อไทยใต้อิทธิพลจีน สู่มณฑลไท่กั๋ว
World ‘องค์กรนักข่าวไร้พรมแดน’ กังวล สื่อไทยใต้อิทธิพลจีน สู่มณฑลไท่กั๋ว
เปลี่ยนผ่านพลังงาน ไม่ใช่แค่ ‘โซลาร์รูฟท็อป’
สามัญสำนึก เปลี่ยนผ่านพลังงาน ไม่ใช่แค่ ‘โซลาร์รูฟท็อป’
แฮรี่ เคน
คุยกับเอกราช แฮรี่ เคน
“สวนสยาม”ตรวจสอบเครื่องเล่นสวนสนุก-สวนน้ำ พร้อมเปิด 19 พ.ย.นี้
Real Estate “สวนสยาม”ตรวจสอบเครื่องเล่นสวนสนุก-สวนน้ำ พร้อมเปิด 19 พ.ย.นี้
อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
World อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
ขยะภูเก็ตล้นเมือง 1.2 ล้านตัน เทศบาลประกาศงดรับขยะไม่มีกำหนด เร่งปรับพื้นที่ฝังกลบ
เศรษฐกิจภูมิภาค ขยะภูเก็ตล้นเมือง 1.2 ล้านตัน เทศบาลประกาศงดรับขยะไม่มีกำหนด เร่งปรับพื้นที่ฝังกลบ
ดูทั้งหมด

Divergent Recovery… การฟื้นตัวเศรษฐกิจโลกยุคโควิด

20 เม.ย. 2564 | 10:44น.
คอลัมน์ เลียบรั้วเลาะโลก
ขวัญใจ เตชเสนสกุล 
EXIM BANK

ตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจโลกของหน่วยงานสำคัญหลายแห่งมองไปในทิศทางเดียวกันว่า เศรษฐกิจโลกปี 2564 จะฟื้นตัวได้ค่อนข้างเร็ว โดยจะขยายตัวได้ 5-6% จากหดตัว 3.5% ในปี 2563 จากผลกระทบของวิกฤตโควิด-19

หากเป็นเช่นนั้นจริง จะทำให้มูลค่าเศรษฐกิจโลกสามารถกลับสู่ระดับเดียวกับช่วงก่อนเกิดโควิดได้ภายในปี 2564

ซึ่งอาจเรียกได้ว่าฟื้นตัวแบบ V-shape อย่างไรก็ตาม ในรายละเอียดจะเห็นว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกรอบนี้ต่างจากวิกฤตครั้งก่อน ๆ ที่เศรษฐกิจทุกประเทศจะฟื้นตัวไปพร้อมกัน ด้วยกระแสโลกาภิวัตน์ (globalization) และระบบห่วงโซ่อุปทานโลก (global supply chain) ที่เชื่อมโยงเศรษฐกิจประเทศต่าง ๆ ไว้ด้วยกัน ผ่านกลไกการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ

แต่วิกฤตรอบนี้เศรษฐกิจแต่ละประเทศจะฟื้นตัวเร็วหรือช้าแตกต่างกันค่อนข้างมาก

ซึ่ง IMF ให้นิยามการฟื้นตัวในรูปแบบนี้ว่า “divergent recovery” ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการที่ต้นตอของวิกฤตในรอบนี้มาจากโควิด ทำให้การฟื้นตัวของแต่ละประเทศขึ้นอยู่กับปัจจัยพื้นฐานของแต่ละประเทศเอง ไม่ว่าจะเป็นความสามารถในการควบคุมการแพร่ระบาด ความสามารถในการจัดหาและกระจายวัคซีน รวมถึงประสิทธิภาพของนโยบายการเงินการคลังในการกระตุ้นเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ สามารถแบ่งกลุ่มประเทศตามการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจได้ ดังนี้ 1.กลุ่มประเทศเศรษฐกิจฟื้นตัวเร็ว ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งจนกลับมาอยู่ในระดับเดียวกับช่วงก่อนเกิดโควิดได้ภายในปี 2564 อาทิ สหรัฐ ที่ได้อานิสงส์จากการกระจายวัคซีนที่ทำได้อย่างรวดเร็วราว 3 ล้านโดสต่อวัน สูงที่สุดในโลก รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่คิดเป็นมูลค่าสูงราว 26% ของ GDP

เช่นเดียวกับ จีน ไต้หวัน และเวียดนาม ที่ได้อานิสงส์จากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดที่มีประสิทธิภาพจากจำนวนผู้ติดเชื้อที่ไม่ถึง 0.01% ต่อประชากร

ขณะเดียวกันเศรษฐกิจทั้ง 3 ประเทศก็เป็นเพียงไม่กี่ประเทศในโลกที่ยังขยายตัวได้ในปี 2563 ทำให้บาดแผลทางเศรษฐกิจ (economic scarring) อาจน้อยกว่าประเทศอื่น ๆ ซึ่งจะหนุนให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจยังขยายตัวได้ต่อเนื่อง

ซึ่งประเทศในกลุ่มนี้จะเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกที่สำคัญในปี 2564 โดยเฉพาะสหรัฐ และจีนที่มีขนาดเศรษฐกิจรวมกันคิดเป็นสัดส่วนกว่า 40% ของ GDP โลก

2.กลุ่มประเทเศรษฐกิจฟื้นตัวปานกลาง ฟื้นตัวได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป จะกลับไปอยู่ในระดับเดียวกับช่วงก่อนเกิดโควิด ได้ในปี 2565 ซึ่งประเทศส่วนใหญ่ในโลกจะฟื้นตัวในลักษณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นเยอรมนี ฝรั่งเศส สิงคโปร์ ฮ่องกง แคนาดา รวมถึงไทย

และ 3.กลุ่มประเทศที่ฟื้นตัวช้า ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3 ปี หรืออย่างน้อยจนถึงปี 2566 ที่เศรษฐกิจจะฟื้นตัวกลับไปอยู่ในระดับเดียวกับช่วงก่อนเกิดโควิด อาทิ เม็กซิโก อิตาลี สเปน เอกวาดอร์ เป็นต้น

หากพิจารณามูลค่าส่งออกของไทยรายตลาดพบว่า มีการฟื้นตัวที่แตกต่างกันสอดคล้องไปกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจแต่ละประเทศ โดยมูลค่าส่งออกของไทยในช่วง 2 เดือนแรกปี 2564 ไปยังกลุ่มประเทศที่ฟื้นตัวเร็ว ล้วนขยายตัวดีทุกตลาด ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐ (ขยายตัว 16%) จีน (ขยายตัว 13%) เวียดนาม (ขยายตัว 13%) และเกาหลีใต้ (ขยายตัว 9%) เป็นต้น

สวนทางกับมูลค่าส่งออกของไทยในช่วง 2 เดือนแรกไปยังประเทศที่ฟื้นตัวช้าที่ส่วนใหญ่ยังคงหดตัว อาทิ เม็กซิโก (หดตัว 2.7%) อิตาลี (หดตัว 14%) สเปน (หดตัว 13.2%) และเอกวาดอร์ (หดตัว 57.6%) เป็นต้น

แม้ทิศทางเศรษฐกิจโลกจะมีสัญญาณฟื้นตัว แต่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกในรูปแบบ “divergent recovery” อาจทำให้การส่งออกของไทยไม่ได้ฟื้นตัวทุกตลาดเหมือนการฟื้นตัวหลังวิกฤตเศรษฐกิจหลายรอบที่ผ่านมา ดังนั้น ผู้ส่งออกต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด

โดยเฉพาะข่าวสารด้านเศรษฐกิจของประเทศต่าง ๆ รวมถึงกลยุทธ์การเจาะตลาดส่งออกที่เศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะช่วยให้ภาคส่งออกไทยฟื้นตัวตาม และกลับมาเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอีกครั้ง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เศรษฐกิจ