เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ศูนย์การค้า Happitat แลนด์มาร์กใหม่ย่านบางนา พร้อมเปิดบริการ 21 ส.ค.นี้
Real Estate ศูนย์การค้า Happitat แลนด์มาร์กใหม่ย่านบางนา พร้อมเปิดบริการ 21 ส.ค.นี้
อรรษิษฐ์ เผย มติ กสถ. โละบัญชีสอบท้องถิ่น เรียงลำดับใหม่ทั้งหมด 5,924 คน
Politics อรรษิษฐ์ เผย มติ กสถ. โละบัญชีสอบท้องถิ่น เรียงลำดับใหม่ทั้งหมด 5,924 คน
ไปรษณีย์ไทย ปลุกเทรนด์ส่งท้ายบอลโลก 2026 ดัน “โปสต์การ์ดออนไลน์” ลุ้นทอง 7 ล้าน
Biz Movement ไปรษณีย์ไทย ปลุกเทรนด์ส่งท้ายบอลโลก 2026 ดัน “โปสต์การ์ดออนไลน์” ลุ้นทอง 7 ล้าน
กสถ. สัปดาห์หน้า ลงนามเพิกถอน 5,924 คน พร้อมประกาศบัญชีใหม่
Politics กสถ. สัปดาห์หน้า ลงนามเพิกถอน 5,924 คน พร้อมประกาศบัญชีใหม่
เริ่มแล้วเทศกาลความเร็ว “IMPACT Speed Fest 2026”  
Automotive เริ่มแล้วเทศกาลความเร็ว “IMPACT Speed Fest 2026”  
อนุทิน ถก ‘สี จิ้นผิง’ เปิดประตูความร่วมมือไทย–จีน ดึง AI การลงทุน และอุตสาหกรรมอนาคต
Politics อนุทิน ถก ‘สี จิ้นผิง’ เปิดประตูความร่วมมือไทย–จีน ดึง AI การลงทุน และอุตสาหกรรมอนาคต
ไต้หวันต่อฟรีวีซ่า 14 วันคนไทยอีก 1 ปี ถึง 31 ก.ค. 70
Business ไต้หวันต่อฟรีวีซ่า 14 วันคนไทยอีก 1 ปี ถึง 31 ก.ค. 70
ORN กวาดยอดขาย 80% ลุยคอนโด “ภูเก็ต-สมุย”
Real Estate ORN กวาดยอดขาย 80% ลุยคอนโด “ภูเก็ต-สมุย”
เปิดรายละเอียดสูตรบำนาญ CARE เพิ่มบำนาญเฉลี่ย 10% กองทุนสำรองเพิ่ม 2.7 แสนล้าน
HR เปิดรายละเอียดสูตรบำนาญ CARE เพิ่มบำนาญเฉลี่ย 10% กองทุนสำรองเพิ่ม 2.7 แสนล้าน
ราคาทองวันนี้ (17 ก.ค. 69) ร่วงลง 400 บาท รูปพรรณบาทละ 64,500 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (17 ก.ค. 69) ร่วงลง 400 บาท รูปพรรณบาทละ 64,500 บาท
ดูทั้งหมด

เมื่อโควิด-19 เข้ามาใกล้ตัว

01 พ.ค. 2564 | 08:46น.
คอลัมน์ Healthy Aging

ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ

ในขณะที่ผมเขียนบทความนี้ ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อ COVID-19 รายใหม่เป็นพันรายติดต่อกันมาหลายวันแล้ว และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อไป ซึ่งแตกต่างและร้ายแรงกว่าครั้งก่อน ๆ อย่างแน่นอน เพราะครั้งนี้คนใกล้ตัวเราไปตรวจและพบการติดเชื้อเป็นจำนวนมาก

ทำให้ต้องนำเอาข้อมูลเกี่ยวกับความเสี่ยงที่การติด COVID-19 จะนำไปสู่การป่วยและการเสียชีวิตกลับมาพลิกดูอีกครั้ง ซึ่งผมได้รวบรวมเอาไว้ในหนังสือ “สุขภาพดีตลอดไป Healthy Always)” ในบทส่งท้ายพิเศษ (Epilogue)

เพราะในช่วงนั้นเชื่อว่าความเสี่ยงจากการป่วยและเสียชีวิตจาก COVID-19 ของคนไทยนั้นน่าจะลดลงไปเรื่อย ๆ เพราะกำลังจะได้รับวัคซีนมาฉีดกันอย่างถ้วนหน้า แต่กลับไม่เป็นเช่นนั้น ดังที่ทราบกันว่าประเทศไทยฉีดวัคซีนน้อย และล้าหลังประเทศอื่น ๆ อย่างมาก

นอกจากนั้น ประเทศอินเดียก็กำลังเผชิญกับการระบาดที่หนักหน่วง (มีผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงกว่า 2 แสนคนต่อวัน) และประเทศพม่าก็มีปัญหาความไม่สงบทางการเมือง ทำให้ระบบสาธารณสุขหมดสภาพในการสกัดกั้นหรือป้องกันการระบาดของ COVID-19

ดังนั้น จึงสามารถคาดการณ์ได้ว่าการระบาดของไทยในขณะนี้นั้นอาจยืดเยื้อไปได้อีกนานนับเดือนและรุนแรงกว่าครั้งก่อน ๆ ในขณะที่วัคซีนนั้นกว่าจะนำมาฉีดให้คนไทยในจำนวนมากและอย่างทั่วถึงนั้น คงจะต้องรอจนกระทั่งเดือนมิถุนายนหรือหลังจากนั้น

ข้อมูลที่ผมรวบรวมมาเกี่ยวกับการป่วยและเสียชีวิตจาก COVID-19 นั้น คือ ข้อมูลจาก Center for Disease Control and Prevention (CDC) ของสหรัฐ โดยวิเคราะห์ชาวอเมริกันที่ยืนยันว่าติดเชื้อเป็น COVID-19 จำนวน 1.3 ล้านคน และเสียชีวิต 103,700 คน ในช่วง 22 มกราคมถึง 30 พฤษภาคม 2020 ซึ่งเป็นช่วงที่สหรัฐประสบวิกฤตจากการระบาด COVID-19 เพราะไม่ได้เตรียมตัวรับมือเอาไว้และยังไม่รู้จักโรคนี้

นอกจากนั้นก็ยังไม่มียาหรือวัคซีนป้องกันแต่อย่างใด จึงน่าจะสรุปได้ว่าผู้ที่หายป่วยนั้น ส่วนใหญ่น่าจะเป็นผลมาจากการทำงานที่ค่อนข้างจะมีประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกันของตัวเอง จากข้อมูลดังกล่าวสัดส่วนการเสียชีวิตนั้นสรุปได้จากตารางข้างล่างนี้

จะเห็นได้ว่าโดยภาพรวมนั้น ผู้ชายมีโอกาสเสียชีวิตจาก COVID-19 ได้มากกว่าผู้หญิง (6.0% กับ 4.8%) แต่ที่สำคัญ คือ หากมีโรคประจำตัวแล้ว ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นอีกกว่า 10 เท่าตัว สำหรับทั้ง 2 เพศ

เปรียบเทียบกับคนที่ไม่มีโรคประจำตัว กล่าวคือผู้ชายที่ไม่มีโรคประจำตัว มีโอกาสเสียชีวิตเพียง 1.7% และความเสี่ยงสำหรับผู้หญิงคือ 1.5%

ดังนั้นการดูแลสุขภาพของตัวเองให้ดี ปราศจากโรค จึงย่อมจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ในภาวะที่อันตรายจาก COVID-19 กำลังคืบเข้ามาใกล้ตัว

ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่ตามมา คือ อายุ กล่าวคือคนที่อายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไปนั้น เริ่มจะมีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตจาก COVID-19 เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว แต่สำหรับผู้สูงอายุที่ไม่มีโรคประจำตัวนั้น ความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตจาก COVID-19 จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่อายุ 70 ปีขึ้นไป

น่าจะเป็นเพราะว่าระบบภูมิคุ้มกันของมนุษย์นั้นจะเสื่อมตัวลงไปเรื่อย ๆ ตั้งแต่อายุ 55 ปี เป็นต้นไป

ประโยชน์ของการดูแลตัวเองให้สุขภาพดีนั้น เห็นได้จากการเปรียบเทียบกลุ่มคนอายุ 30-39 ปี ที่มีโรคประจำตัว จะมีอัตราการเสียชีวิตจาก COVID-19 เท่ากับ 2.8% ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่สูงกว่าคนอายุ 60-69 ปี ที่มีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตจาก COVID-19 เท่ากับ 2.4% หมายความว่า สุขภาพไม่ดีทำให้คนอายุ 30-39 ปี มีความเสี่ยงมากกว่าคนอายุ 60-69 ปี

ที่จะเป็นข้อกังวลอีกประการหนึ่งคือ การติด COVID-19 แล้ว ทำให้ต้องได้รับการรักษาอาการป่วยในโรงพยาบาล เพราะมีความเป็นไปได้มากว่า สถานการณ์ในประเทศไทยที่มีการระบาดรุนแรงมากขึ้นนั้นจะทำให้จำนวนเตียงในโรงพยาบาลขาดแคลน ซึ่งเกิดขึ้นในประเทศอื่น ๆ รวมทั้งที่สหรัฐ และที่ยุโรป ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็มีตัวเลขของ CDC สหรัฐ ดังปรากฏในตาราง 2 สำหรับสถิติการต้องเข้ารักษาอาการป่วยในโรงพยาบาล

จากข้อมูลดังกล่าวนั้น ผมเข้าใจว่าคนจำนวนมากที่ติดเชื้อ COVID-19 ในสหรัฐ และยุโรปนั้นกักตัวเองและรักษาตัว ณ ที่อยู่อาศัยของตัวเอง มีเพียงส่วนน้อยที่มีอาการป่วยมากจนต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล กล่าวคือในสหรัฐ จากผู้หญิงที่เป็น COVID-19 จำนวน 100 คน มีจำนวน 12.4 คน ที่ต้องเข้ารับการรักษาอาการป่วยที่โรงพยาบาล และมีจำนวนผู้ชาย 15.6 คน ที่ต้องเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล

ที่สำคัญคือคนที่มีโรคประจำตัวนั้น ประมาณครึ่งหนึ่งต้องเข้ารับการรักษาอาการป่วยที่โรงพยาบาล ในขณะที่ผู้ที่ดูแลสุขภาพตัวเองให้แข็งแรงนั้น มีเพียง 8-9% (ไม่ถึง 1 ใน 10) ที่ต้องเข้ารับการ
รักษาตัวที่โรงพยาบาล ซึ่งน่าจะเป็นแรงจูงใจอย่างสูงให้ทุก ๆ คนดูแลสุขภาพตัวเองให้สมบูรณ์และแข็งแรงที่สุด

ในขณะเดียวกันก็ต้องยอมรับว่า ผู้สูงอายุนั้นมีความเสี่ยงสูงกว่าผู้ที่มีอายุน้อยอย่างมากในการต้องพึ่งพาการรักษาตัวที่โรงพยาบาล เช่น ในกลุ่มของผู้ที่ไม่มีโรคประจำตัวนั้น ผู้ที่อายุเกินกว่า 50 ปี มีความเสี่ยง 10% หรือมากกว่าที่จะต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล เป็นต้น

โรคประจำตัวซึ่งเป็นโรคที่ไม่ติดต่อซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญในการทำให้ผู้ที่เป็น COVID-19 จะต้องได้รับการรักษาที่โรงพยาบาลและเสี่ยงต่อการเสียชีวิต มีโรคใดบ้าง ?

ตรงนี้หลายคนคงจะจำได้แล้ว แต่ผมขอนำมาเสนออีกครั้งหนึ่ง โดยนำเอาข้อมูลเกี่ยวกับสัดส่วนความชุกของโรค (Percent of Prevalence) มาเสนอด้วย แต่เป็นข้อมูลจากชาวอเมริกัน ไม่ใช่คนไทย แต่สัดส่วนนั้นไม่น่าจะแตกต่างกันมาก โดยเฉพาะสำหรับคนไทยที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ ๆ ครับ

โรคที่ CDC สหรัฐกล่าวถึงข้างต้นนั้น มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับการมีน้ำหนักตัวสูงเกินเกณฑ์ หรือเป็นโรคอ้วน และอาการความดันโลหิตสูง ซึ่งก็มีความสัมพันธ์กันเองอีกเช่นกัน

ดังนั้น การมีสุขภาพที่แข็งแรงนั้นจึงจะต้องควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ที่เกณฑ์ (รอบเอวประมาณ 45-49% ของความสูง) และควรมี lifestyle ที่ส่งเสริมสุขภาพ คือ การกินอาหารอย่างจำกัด การนอนหลับให้เพียงพอ และการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเกือบทุกวัน ครั้งละประมาณ 1 ชั่วโมงครับ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สุขภาพ