เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

หุ้น 12 กลุ่มอ่วมพิษโควิดระลอก 3 ฉุดดัชนี SET เม.ย. ชี้ 4 กลุ่มปรับลงแรง

29 เม.ย. 2564 | 08:45น.
ตลาดหุ้นร่วง

“เอเซีย พลัส” เปิดโผหุ้นไทย 12 กลุ่มร่วงหนักโดนหางเลขโควิดระลอก 3 กด SET index ฮวบ -2.7% เผยกลุ่ม “ท่องเที่ยว-มีเดีย-ขนส่ง-รับเหมา” ปรับตัวลงแรงสุด หลังนักลงทุน “สถาบันในประเทศ-ต่างชาติ” แห่ขายร่วม 2 หมื่นล้านบาท

นายชาญชัย พันทาธนากิจ ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า นับตั้งแต่วันที่ 5 เม.ย. 2564 ที่ประเทศไทยต้องเผชิญกับวิกฤตโควิด-19 ระบาดเป็นระลอก 3

โดยตั้งแต่หลังสงกรานต์เป็นต้นมาตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเร็วจนทำให้รัฐบาลต้องออกมาตรการที่เข้มงวดขึ้นและมีการประกาศปิดสถานที่เสี่ยง 31 แห่งในกรุงเทพฯ ซึ่งถือเป็นบรรยากาศเชิงลบต่อตลาดหุ้น

ทั้งนี้ ตั้งแต่เกิดระบาดระลอก 3 จนถึง ณ วันที่ 23 เม.ย. 2564 SET index ปรับตัวลงไปแล้ว -2.7% และจนถึง ณ วันที่ 26 เม.ย. 2564 ปรับดีขึ้นเล็กน้อยอยู่ที่ -2.4%

“ถ้าพิจารณาเป็นรายเซ็กเตอร์จะพบว่า กลุ่มที่ underperform (ต่ำกว่า) ตลาด และแนะนำหลีกเลี่ยงช่วงสั้นจะเป็น 4 เซ็กเตอร์หลักที่ปรับตัวลงแรงสุดในช่วงโควิด-19 ระบาดระลอก 3 ได้แก่

1.หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวที่ -9.3% 2.หุ้นกลุ่มสื่อสิ่งพิมพ์ -8.5% 3.หุ้นกลุ่มขนส่ง -7.5% และ 4.หุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง -6.1% ซึ่งทั้ง 4 เซ็กเตอร์เคยได้รับผลกระทบในช่วงไตรมาส 2/2563 จนผลประกอบการพลิกมาเป็นขาดทุน และในระยะสั้นยังอยู่ในภาวะที่ผันผวนอยู่”

ขณะที่ถัดมาจะเป็นกลุ่มหุ้นที่ค่อนข้างจะ outperform (ดีกว่า) ตลาด ได้แก่ 1.กลุ่มเหล็กเพิ่มขึ้น 20.6% 2.กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ 6.3% 3.กลุ่มวัสดุก่อสร้าง 4% และ 4.กลุ่มเกษตร 0.1%

ซึ่งหุ้นทั้งหมดนี้เป็นกลุ่มที่อิงกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเหล็กฟื้นตัวจากทิศทางราคาเหล็กที่ปรับสูงขึ้นในช่วงนี้

ขณะที่กลุ่มวัสดุก่อสร้างฟื้นตัวค่อนข้างดี หลัก ๆ ได้แรงหนุนจากความคาดหวังกำไรของ บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) ที่จะฟื้นตัวได้ค่อนข้างเด่นในปีนี้โดยเฉพาะธุรกิจปิโตรเคมี ขณะที่ผลกระทบโควิดต่อกำไรค่อนข้างจำกัด ส่วนกลุ่มหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการระบาดอย่างกลุ่มโรงพยาบาลปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.9% และกลุ่มสื่อสาร 1.4%

“ดังนั้น ในยามที่ตลาดผันผวนจากความกังวลการระบาดของโควิด-19 แนะนำหลีกเลี่ยงกลุ่มหุ้นที่ได้รับผลกระทบในระยะสั้น และเข้าลงทุนในกลุ่มหุ้นที่น่าจะ outperform ได้ดี”

นายชาญชัยกล่าวอีกว่า ในส่วนเม็ดเงินลงทุนในตลาดหุ้นไทยช่วงวันที่ 5-23 เม.ย. 2564 พบว่านักลงทุนสถาบันในประเทศเทขายมากที่สุดอยู่ที่ 13,700 หมื่นล้านบาท นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 6,353 ล้านบาท นักลงทุนบัญชีหลักทรัพย์ขายสุทธิ 2,044 ล้านบาทขณะที่นักลงทุนรายย่อยซื้อสุทธิ 22,114 ล้านบาท

ส่วนผลกระทบการระบาดของโควิดระลอก 3 ต่อประมาณการกำไรบริษัทจดทะเบียนปีนี้จะค่อนข้างจำกัด เพราะโครงสร้างกำไร บจ.อ้างอิง 4 เซ็กเตอร์ที่ถูกกระทบจากมาตรการล็อกดาวน์ในช่วงไตรมาส 2/2563 ที่พลิกจากกำไรเป็นขาดทุน

ทั้งหุ้นมีเดีย ขนส่งทางอากาศ ยานยนต์ และท่องเที่ยว ซึ่งคิดเป็น 4% ของกำไรตลาดโดยรวมเท่านั้น ในขณะที่หุ้นที่ได้ประโยชน์จากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ปีนี้อยู่ในระดับสูง เช่น หุ้นพลังงาน, ปิโตรเคมี, วัสดุก่อสร้าง ซึ่ง 3 เซ็กเตอร์นี้คิดเป็นสัดส่วนกำไร 37% ของกำไรสุทธิรวม และหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ซึ่งมีสัดส่วนกำไรราว 20% ของกำไรสุทธิรวม

และจากการรายงานงบฯไตรมาส 1/2564 ไม่มีดาวน์ไซด์เพิ่มเติม ดังนั้น ยังไม่ได้ทำให้ประมาณการกำไร บจ.ปรับลดลง

“หุ้นพลังงาน, ปิโตรเคมี, วัสดุก่อสร้าง ซึ่งมีน้ำหนักต่อตลาดมากกว่าและกลับมีอัพไซด์กำไรเพิ่ม โดยเชื่อว่าหลังรายงานงบฯไตรมาส 1 มีโอกาสจะเห็นการปรับประมาณการกำไรสูงขึ้น ปัจจุบันประเมินกำไรต่อหุ้น (EPS) อยู่ที่ 70.2 บาทต่อหุ้น โดย consensus (ความเห็นส่วนใหญ่) มองทิศทางปรับประมาณการกำไร บจ.ขึ้น EPS ที่ ราว 80 บาทต่อหุ้น

ส่วนประมาณการการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย ขณะนี้อยู่ระหว่างทบทวน ซึ่งมีโอกาสปรับลดลง ทั้งนี้ กำลังรอความชัดเจนเกี่ยวกับมาตรการการช่วยเหลือจากภาครัฐว่าคิดเป็นเม็ดเงินเท่าไร เพื่อนำมาประเมินผลกระทบได้ เบื้องต้นที่ประมาณการไว้ที่ 2.6% อาจจะมีดาวน์ไซด์ลงมาเหลือราว 2% บวกลบ” นายชาญชัยกล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ดัชนีหุ้น บล.เอเซีย พลัส