เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

WTO ชมเวียดนามทำ FTA 15 ฉบับ-ลดความยากจน เหลือ 6% ดันจีดีพีโตฝ่าโควิด

13 พ.ค. 2564 | 09:37น.
เวียดนาม

สมาชิก WTO ถกทบทวนนโยบายการค้าเวียดนาม ชื่นชมเศรษฐกิจแข็งแกร่ง ฝ่าโควิด ปี 63 โต 2.9% หลังเร่งเครื่องเอฟทีเอ 15 ฉบับ พร้อมลดความยากจนที่จาก 70% เหลือ 6% คาดเข้าขยับเป็นประเทศรายได้สูงที่พัฒนาแล้วได้ ปี 2585 ด้านไทยใช้โอกาสนี้แสดงความกังวลเรื่องขั้นตอนการนำเข้ารถยนต์-การวางตลาดผลิตภัณฑ์ยา ขอยึดมั่นในข้อตกลงการค้าระหว่างประเทศที่ตนมีส่วนร่วมไว้อย่างเคร่งครัด

วันที่ 13 พฤษภาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางพิมพ์ชนก พิตต์ฟีลด์ เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การการค้าโลกและองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก เปิดเผยถึงโอกาสที่ได้เข้าร่วมและกล่าวถ้อยแถลงในการประชุมเพื่อทบทวนนโยบายการค้า (Trade Policy Review) ของเวียดนามครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2564 ที่ผ่านมาว่า

ในช่วงที่ผ่านมา พัฒนาการของเศรษฐกิจเวียดนามเป็นที่จับตาจากทั่วโลก โดยย้อนหลังไปปี 2557 – 2561 เศรษฐกิจเวียดนามขยายตัวเฉลี่ยที่ 6.6% ระหว่าง และในปี 2562 สามารถขยายตัวถึง 7%

พิมพ์ชนก พิตต์ฟีลด์
พิมพ์ชนก พิตต์ฟีลด์

โควิดไม่สะเทือนจีดีพี

“ล่าสุดปี 2563 ถึงแม้จะประสบกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เศรษฐกิจเวียดนามกลับขยายตัวได้ถึง 2.9% ทำให้รายได้เฉลี่ยต่อหัวของเวียดนามเพิ่มสูงกว่า 2,700 เหรียญสหรัฐ (เทียบกับไทยที่ 8,000 เหรียญ) และสามารถลดสัดส่วนความยากจนได้จาก 70% ในช่วงต้นทศวรรษที่ 90 ลงมาเพียง 6% ในปี 2562 โดยเวียดนามตั้งเป้าจะกลายเป็นประเทศรายได้สูงที่พัฒนาแล้วภายในปี 2585”

นางพิมพ์ชนก ยังกล่าวอีกว่า ปัจจัยแห่งความสำเร็จของเวียดนามอยู่ที่นโยบายส่งเสริมการส่งออก และสร้างความเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลก สะท้อนจากสัดส่วนการค้าต่อ GDP สูงถึง 210% ในปี 2562 เพิ่มจาก 165.1% ในปี 2556 ทำให้เวียดนามกลายเป็นหนึ่งใน 20 ประเทศสมาชิกที่มีมูลค่าการค้ามากที่สุดในโลก

โดยในปี 2563 คู่ค้าหลักของเวียดนาม ได้แก่ จีน สหรัฐอเมริกา และเกาหลีใต้ โดยไทยเป็นคู่ค้าอันดับที่ 7 ของเวียดนาม และเวียดนามเป็นคู่ค้าอันดับที่ 6 ของไทย

เวียดนามเปิดเอฟทีเอ เพียบ

นอกจากนี้ เวียดนามยังมุ่งเน้นการทำความตกลงการค้าระดับภูมิภาคและการหารือระดับทวิภาคี ซึ่งปัจจุบันนี้มีถึง 15 ฉบับ รวมถึงการมี FTA กับสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป สหราชอาณาจักร สหภาพเศษฐกิจยูเรเซีย และ CPTPP และกำลังเจรจา FTA กับสมาคมการค้าเสรียุโรป (EFTA) และอิสราเอล ซึ่งส่งผลให้เวียดนามต้องปฏิรูปกฎระเบียบหลายประการ เพื่อเพิ่มมาตรฐานและส่งเสริมสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ ให้สอดคล้องกับมาตรฐานระหว่างประเทศ

ประเด็นที่สมาชิกหลายประเทศแสดงความชื่นชมเวียดนามมากมี 2 ประเด็นหลัก คือ (1) การมีความตกลง FTA จำนวนมากกับหลายประเทศ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้มีเงินทุนเข้ามาในเวียดนามจำนวนมากแม้ในช่วงเกิดวิกฤตโควิด โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เช่น โทรศัพท์มือถือ ที่เป็นสินค้าส่งออกสำคัญของเวียดนามในปัจจุบัน เพราะการมี FTA ทำให้เวียดนามได้แต้มต่อในการส่งออกผ่านอัตราภาษีของประเทศคู่ค้าที่ต่ำกว่าอัตรา WTO ทำให้หลายประเทศสนใจเข้ามาลงทุนในเวียดนามอย่างมาก

และ (2) การผ่อนคลายกฎระเบียบการค้าการลงทุนหลาย ๆ ด้าน (Deregulation and Liberalisation) โดยเฉพาะในภาคบริการ ที่เวียดนามเลือกจำกัดเฉพาะสาขาที่เป็นสาขาอ่อนไหวหรือสำคัญกับความมั่นคง เช่น โทรคมนาคม สื่อต่าง ๆ โดยยังไม่ได้เปิดให้ต่างชาติถือหุ้น 100% แต่ก็ให้ถือหุ้นข้างมากได้ในบางกิจกรรมย่อย หรือการให้คนต่างชาติเข้ามาให้ทำงานเฉพาะด้านมากขึ้น รวมทั้งการลดขั้นตอนการขออนุญาตในเรื่องต่าง ๆ ที่เวียดนามปฏิบัติตามข้อแนะนำของ OECD ที่ให้ไว้ในการปฏิรูปประเทศอย่างเคร่งครัด เป็นต้น

สำหรับมาตรการดึงดูดการลงทุนของเวียดนามนั้น จากข้อมูลที่มีการนำเสนอ พบว่าเวียดนามมีแนวทางคล้ายกับไทย เช่น มีการลดภาษีและจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษรูปแบบต่าง ๆ แต่น่าสังเกตว่า เขตเศรษฐกิจของเวียดนามแม้จะมีจำนวนไม่มากนัก แต่ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่เรียกได้ว่าเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สนับสนุนการส่งออก เช่น ใกล้ท่าเรือหรือพรมแดนจีน จึงทำให้ใช้ประโยชน์เขตเศรษฐกิจพิเศษได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ระวังรัฐวิสาหกิจ-NTB อุปสรรคการค้า

อย่างไรก็ตาม มีบางเรื่องที่ประเทศสมาชิก WTO เห็นว่า เวียดนามควรจะระมัดระวัง เช่น บทบาทของรัฐวิสาหกิจหลายแห่งในเวียดนามซึ่งยังมีเป็นจำนวนมาก และเป็นผู้เล่นสำคัญในหลายสาขา อันทำให้ไม่มีการแข่งขันเพียงพอซึ่งอาจเป็นอุปสรรคการพัฒนาประเทศในช่วงต่อไปได้

อีกทั้งการที่เวียดนามใช้มาตรการที่ไม่ใช่ภาษี (NTBs) มากขึ้นในระยะหลัง ๆ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งเวียดนามกำลังเริ่มวางรากอย่างรวดเร็ว ทั้งรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปและรถไฟฟ้า เพื่อเป็นอุตสาหกรรมใหม่มาแทนที่โทรศัพท์มือถือ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการลงทุนของบริษัทต่างชาติ

นอกจากนี้ ประเทศสมาชิกได้ให้ความเห็นว่า เวียดนามควรมีส่วนร่วมมากขึ้นกรอบเจรจาหรือข้อตกลงอื่น ๆ ของ WTO และยังจำเป็นต้องยกระดับมาตรฐานและปรับปรุงกฎระเบียบภายในประเทศเพิ่มขึ้น

ไทยห่วงมาตรการ ยานยนต์-ยา

“ไทยได้แสดงความชื่นชมเวียดนามที่มีความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจอย่างโดดเด่นและเป็นประธานอาเซียนในช่วงที่ผ่านมาอย่างเรียบร้อย แต่ไทยยังมีความกังวลกับมาตรการโดยเฉพาะเรื่องการขออนุญาตวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาและส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ยา และข้อกำหนดเรื่องการรับรองมาตรฐานยานยนต์และการตรวจสอบรถยนต์ ที่มีการขอเอกสารเพิ่มเติมเกินความจำเป็นจากที่กำหนดในมาตรฐานระหว่างประเทศ“

โดยเวียดนามชี้แจงว่ามาตรการข้างต้นเกี่ยวกับยา เป็นไปเพื่อสร้างความมั่นใจในคุณภาพของผลิตภัณฑ์ยาที่ถูกนำเข้า แต่เวียดนามได้เร่งรัดกระบวนการตรวจสอบคำขออนุญาตวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาและส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ยาจากภาคเอกชนให้ได้เร็วที่สุด

และสำหรับเรื่องมาตรฐานยานยนต์ เวียดนามชี้แจงว่าการใช้ข้อกำหนดนี้เป็นไปตามการปฏิบัติทั่วไประหว่างประเทศ และเวียดนามจะยึดมั่นตามข้อผูกพันในข้อตกลงยอมรับร่วมผลการตรวจสอบและรับรองผลิตภัณฑ์ยานยนต์ของอาเซียน (APMRA) ทันทีที่มีผลบังคับใช้ต่อไป