อินเดีย ติดโควิด-19 ต่ำสุดรอบเกือบ 2 เดือน อาจผ่านจุดเลวร้ายสุดแล้ว
สถานการณ์การระบาดโควิด-19 ระลอก 2 ที่ประเทศอินเดีย อาจผ่านจุดเลวร้ายสุดแล้ว แต่ปัญหาที่ยังอยู่คือ โครงการฉีดวัคซีนของประเทศที่ดำเนินไปอย่างล่าช้า แม้จะมีฐานผลิตวัคซีนที่ใหญ่ที่สุดในโลก
วันที่ 28 พฤษภาคม 2564 สำนักข่าวแชนเนล นิวส์ เอเชีย รายงานว่า สถานการณ์การระบาดโควิด-19 ระลอก 2 ที่ประเทศอินเดียเริ่มดีขึ้น และอาจผ่านจุดที่เลวร้ายที่สุดไปแล้ว โดยล่าสุดพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั้งหมด 186,364 คน และผู้เสียชีวิตอีก 3,660 คน ภายในช่วง 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นตัวเลขผู้ติดเชื้อที่น้อยที่สุด ตั้งแต่วันที่ 14 เม.ย. ที่ผ่านมา
ก่อนหน้านี้ อินเดียได้เริ่มโครงการฉีดวัคซีน สำหรับประชาชนอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นประเทศที่มีฐานผลิตวัคซีนยักษ์ใหญ่อย่าง “สถาบันเซรุ่มแห่งอินเดีย” ซึ่งผลิตวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า และบริษัท “ภารัต ไบโอเทค” ซึ่งผลิตวัคซีน “โคแวกซีน” แต่ซัพพลายก็ยังคงไม่เพียงพอ ต่อความต้องการของประชาชนอยู่ดี
โดย “นเรนทระ โมที” นายกรัฐมนตรีอินเดีย ก็โดนตำหนิหนัก ทั้งในด้านการปล่อยสถานการณ์การระบาดให้เลวร้ายถึงขั้นนี้ รวมถึงการบริหารจัดการวัคซีน โดยตอนนี้ประชาชนทั่วประเทศเพียง 3% จากประชากร 1.3 พันล้านคน ได้ฉีดวัคซีนครบโดส ซึ่งน้อยที่สุดในประเทศท็อป 10 ที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุด
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสำรองวัคซีน เพื่อให้ตอบสนองความต้องการของคนในประเทศ ทางการได้หยุดส่งออกวัคซีนตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา หลังจากบริจาค หรือขายวัคซีนให้กับต่างประเทศมากถึง 66 ล้านโดส และได้ทำให้ ประเทศอย่างบังกลาเทศ, เนปาล, ศรีลังกา, รวมถึงประเทศแถบทวีปแอฟริกา ต้องเร่งหาซัพพลายวัคซีนทางเลือกอื่น
อย่างไรก็ดี ถึงแม้จำนวนผู้ติดเชื้อลดลง แต่มีความกังวลว่าโควิดสายพันธุ์ “B.1.617” ซึ่งถูกค้นพบครั้งแรกที่อินเดีย กำลังระบาดหนักตามชนบทของประเทศ ซึ่งขาดระบบสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญยังเชื่อว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อที่แท้จริงมีมากกว่านี้ แต่ตามชนบท ขาดประสิทธิภาพในการเก็บข้อมูล