เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ประมวลภาพสหรัฐจัดฉลองใหญ่ วันประกาศเอกราช 250 ปี -ทรัมป์ลั่น “เราจะเป็นที่หนึ่งตลอดไป”
World ประมวลภาพสหรัฐจัดฉลองใหญ่ วันประกาศเอกราช 250 ปี -ทรัมป์ลั่น “เราจะเป็นที่หนึ่งตลอดไป”
64 ปี “มูลนิธิเอสซีจี” มุ่งมั่นพัฒนาคน ให้โอกาสทางการศึกษา สร้างสังคมคุณภาพให้มีทั้งคนเก่งและคนดี
SD 64 ปี “มูลนิธิเอสซีจี” มุ่งมั่นพัฒนาคน ให้โอกาสทางการศึกษา สร้างสังคมคุณภาพให้มีทั้งคนเก่งและคนดี
10 บิ๊กอสังหาฯ สวนกระแส อัดงบซื้อที่ดิน 4.4 หมื่นล้าน SC กวาด 15 แปลงทำเลเด็ด
Real Estate 10 บิ๊กอสังหาฯ สวนกระแส อัดงบซื้อที่ดิน 4.4 หมื่นล้าน SC กวาด 15 แปลงทำเลเด็ด
‘สายมู’ ตะลุย ฮ่องกงกางทริป-เที่ยวปังตลอดปี
SD ‘สายมู’ ตะลุย ฮ่องกงกางทริป-เที่ยวปังตลอดปี
ส.ค.นี้เปิดใช้ M6 ช่วง “บางปะอิน-ปากช่อง” วันหยุดสุดสัปดาห์ วิ่งฉลุยตลอดสายปีใหม่
Real Estate ส.ค.นี้เปิดใช้ M6 ช่วง “บางปะอิน-ปากช่อง” วันหยุดสุดสัปดาห์ วิ่งฉลุยตลอดสายปีใหม่
SET ทะยาน Top 5 เอเชียส่องเทรนด์ครึ่งปีหลัง ตันแล้วหรือไปต่อ ?
Finance SET ทะยาน Top 5 เอเชียส่องเทรนด์ครึ่งปีหลัง ตันแล้วหรือไปต่อ ?
ระวังกระแสต้าน ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’
สามัญสำนึก ระวังกระแสต้าน ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’
คุยกับ Binance TH สินทรัพย์ดิจิทัลกลางกระแส ‘หุ้นเทคฯ-AI’
Tech คุยกับ Binance TH สินทรัพย์ดิจิทัลกลางกระแส ‘หุ้นเทคฯ-AI’
‘ประกันสุขภาพ’ เริ่มแบกรับต้นทุนไม่ไหวสัญญาณเตือนที่ทุกฝ่ายต้องร่วมแก้
World ‘ประกันสุขภาพ’ เริ่มแบกรับต้นทุนไม่ไหวสัญญาณเตือนที่ทุกฝ่ายต้องร่วมแก้
รัฐบาล เร่งร่างกรอบ กม.สกัดทุจริตสอบข้าราชการ จับตาใช้ยาแรงโยง ขรก.เจอโทษหนัก
Politics รัฐบาล เร่งร่างกรอบ กม.สกัดทุจริตสอบข้าราชการ จับตาใช้ยาแรงโยง ขรก.เจอโทษหนัก
ดูทั้งหมด

พิษโควิดดันคนไทยกลุ่มเปราะบางพุ่ง 22.1% กสิกรไทยชี้จับตา 4 โจทย์เศรษฐกิจ

10 มิ.ย. 2564 | 14:19น.
หนี้ครัวเรือน

หนี้ครัวเรือน

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินโควิดระลอก 3 กระทบสถานะการเงินคนไทยถดถอย รายได้หด-ค่าใช้จ่ายไม่ลดตาม-มีหนี้เกิน 50% สะท้อนตัวเลขคนกลุ่มเปราะบางพุ่งจาก 10.8% มาอยู่ที่ 22.1% คาดสิ้นปีหนี้ครัวเรือนแตะ 90% หนี้เสีย 3.2-3.5% ระบุคงจีดีพีปี 64 อยู่ที่ 1.8% รอดูความคืบหน้าการฉีดวัคซีน จับตาโจทย์เศรษฐกิจ 4 ด้าน ภาระการคลัง-เงินเฟ้อ-หนี้ครัวเรือน-ต้นทุนธุรกิจ

วันที่ 10 มิถุนายน 2564 นางสาวธัญญลักษณ์ วัชระชัยสุรพล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า จากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอก 3 พบว่ากดดันสถานะการเงินของคนไทยให้ถดถอยมากขึ้น และจากภาวะหนี้ครัวเรือนที่เร่งตัวขึ้น โดยคาดว่าภายในสิ้นปีนี้หนี้ครัวเรือนจะไต่ระดับแตะ 90% จากสิ้นปี 2563 อยู่ที่ 89.3% ซึ่งเป็นโจทย์เศรษฐกิจที่ไทยต้องเผชิญ

ธัญญลักษณ์ วัชระชัยสุรพล

ทั้งนี้ หากดูจำนวนบัญชีสินเชื่อต่อรายพบว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากในเดือนมีนาคม 2564 เฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 2.1 บัญชี เพิ่มเป็น 2.2 บัญชีในเดือนมิถุนายน โดยมีกลุ่มเปราะบางที่เผชิญทั้งปัญหารายได้ลด ค่าใช้จ่ายไม่ลด และภาระหนี้สูงเกินกว่า 50% ต่อรายได้ เพิ่มขึ้นจาก 10.8% ในโควิดรอบ 2 มาที่ 22.1% เช่นเดียวกับมีภาระหนี้ต่อรายได้ (DSR) เฉลี่ยสูงขึ้นจากระดับ 42.8% มาอยู่ที่ 46.9% และหากดูผู้ที่ต้องการรับความช่วยเหลือทางการเงินเพิ่มขึ้นจาก 23.2% มาอยู่ที่ 39.1% โดยภายหลังจากโควิด-19 ระลอก 3 ลูกหนี้มีความกังวลสถานะหนี้ของตัวเองแย่ลงถึง 7.8% ในไตรมาส 1

“ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้นและน่าจะแตะระดับ 90% ต่อจีดีพีภายในปีนี้ จะมีผลให้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต้องกลับมาดูแลอย่างจริงจัง หลังผ่านโควิดรอบนี้ และโจทย์ธนาคารจากเรื่องการแก้หนี้ไปเป็นการเริ่มต้นธุรกิจอย่างไร และคนต้องการสภาพคล่องเพิ่มเป็น 46.6% ส่วนคุณภาพหนี้เรามีมุมมองว่าจะต้องเพิ่มขึ้นตามลำดับ โดยในสิ้นปีนี้หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) น่าจะอยู่ที่ 3.2-3.5% ขยับเพิ่มขึ้นจากสิ้นปีก่อนที่อยู่ 3.12% แม้ว่าไตรมาสแรกจะลดลงมาอยู่ที่ 3.10% โดยกลุ่มที่ต้องติดตามยังเป็นกลุ่มเอสเอ็มอีและรายย่อยในส่วนของบ้าน บัตร และส่วนบุคคล”

นางสาวณัฐพร ตรีรัตน์ศิริกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงประมาณการอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) อยู่ที่ระดับ 1.8% โดยมีมุมมองเป็นบวกต่อภาคการส่งออกจึงมีการปรับประมาณการเติบโตจากระดับ 7% เป็น 9% อย่างไรก็ดี จากการระบาดของโควิด-19 ยังคงมีความไม่แน่นอน นอกจากปัจจัยเรื่องการควบคุมการระบาดของโควิด-19 และการกระจายวัคซีน จะเห็นว่าเศรษฐกิจไทยยังเผชิญโจทย์สำคัญ 4 ด้านด้วยกัน ได้แก่ ภาระทางการคลัง เงินเฟ้อ หนี้ครัวเรือน และต้นทุนธุรกิจ

ณัฐพร ตรีรัตน์ศิริกุล

 

โดยโจทย์แรก คือ ภาคการคลัง แม้ว่าระยะสั้น การขาดดุลการคลังที่เพิ่มขึ้นและการขยายเพดานหนี้สาธารณะยังไม่น่าจะเป็นประเด็น โดยคงจะเห็นการขยับกรอบเพดานหนี้สาธารณะเกิน 60% ภายในปี 2565 แต่โจทย์ในระยะกลางและยาว หากมีการระบาดของโควิด-19 และมีการขาดดุลการคลังในระดับสูงอย่างต่อเนื่องภายใน 3-5 ปี อาจจะนำมาสู่ประเด็นความเชื่อมั่น เนื่องจากภายหลังจากสถานการณ์โควิด-19 หายเป็นปกติ เชื่อว่านักลงทุนต่างชาติอยากเห็นระดับหนี้สาธารณะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

และโจทย์สอง คือ อัตราเงินเฟ้อ แม้ว่าจะเป็นโจทย์ที่มีทั่วโลกจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ทำให้มีความต้องการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น และธุรกิจสามารถกลับมาดำเนินได้ปกติจึงเป็นตัวเร่งสินค้าโภคภัณฑ์ ขณะที่ในฝั่งอุปทานลดลงจากการลดการผลิต อย่างไรก็ดี มองว่าอัตราเงินเฟ้อเป็นเพียงปัจจัยชั่วคราว และมีบริบทแตกต่างกันในแต่ละประเทศ ซึ่งของไทยเชื่อว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงิน

โดยสิ่งที่จับตาจะเป็นสหรัฐที่จะมีผลต่อการดำเนินนโยบายการเงิน โดยเฉพาะมองว่าจะเริ่มถอยนโยบายการเงินผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) จะมีผลต่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตร (บอนด์ยีลด์) ที่ปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อบอนด์ยีลด์ทั่วโลกเร่งตัวขึ้น และเป็นต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นในระยะอีก 1 ปีข้างหน้า

“ปัจจัยการเติบโตเศรษฐกิจขึ้นอยู่กับการกระจายวัคซีน และจำนวนผู้ติดเชื้อ คาดว่าน่าจะสามารถบบรรเทาได้ภายในเดือนกรกฎาคมนี้ได้หากดูการฉีดวัคซีนที่ทำได้ดีขึ้นวันละ 4 แสนโดส คาดว่าน่าจะทำได้ตามเป้า 100 ล้านโดสเป็นการปูพรมฉีด และปัจจัยมาตรการภาครัฐทั้งคนละครึ่งเฟส 3 ยิ่งใช้ยิ่งได้ เชื่อว่าเศรษฐกิจน่าจะชัดเจนขึ้นในไตรมาส 4 อย่างไรก็ดี หากดูตัวเลขการขยายตัวทั้งปีจะพบว่า จีดีพีในไตรมาสที่ 1 หดตัว -2.6% และไตรมาสที่ 2 เกิดการระบาดของโควิด-19 ระลอก 3 น่าจะขยายตัวได้ 1% และไตรมาส 3 น่าจะขยายตัวได้ทั้ง QoQ และ YoY และไตรมาส 4 หลังนักท่องเที่ยวกลับมาได้การขยายตัวน่าจะอยู่ที่ 5% โดยเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 1.8% ตามที่มองไว้”

นางสาวเกวลิน หวังพิชญสุข ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่าการปรับขึ้นของต้นทุนหรือราคาสินค้าที่มีผลซ้ำเติมผู้ประกอบการธุรกิจกระทบต่อธุรกิจซื้อมาขายไปในยามไม่ปกติที่โควิดฉุดกำลังซื้อและตลาดมีการแข่งขันสูง ซึ่งผู้ประกอบการส่วนใหญ่เป็นเอสเอ็มอี โดยประเมินเบื้องต้นว่า ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่เพิ่มขึ้น 1% จะกระทบค้าปลีกกลุ่มเอสเอ็มอีประมาณ 23,600-23,800 ล้านบาท ภายใต้เงื่อนไขที่ผู้ประกอบการเผชิญข้อจำกัดในการผลักภาระไปให้กับผู้บริโภค โดยสัดส่วนการรับภาระของผู้ขาย 20% และผู้ซื้อ 80%

เกวลิน หวังพิชญสุข

อย่างไรก็ดี จากมาตรการภาครัฐจะเข้ามาช่วยสนับสนุนภาระของผู้ขายเหลือเพียง 10% แต่ทั้งนี้ ยังพบว่ามีประชาชนส่วนหนึ่งที่ยังไม่สามารถเข้าถึงมาตรการภาครัฐได้ ทำให้ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 23,800 ล้านบาท

“มาตรการรัฐมีส่วนช่วยบรรเทาผลกระทบต่อผู้บริโภคและผู้ประกอบการ ในทางตรงข้าม หากเศรษฐกิจดี ปัญหาหรือผลกระทบนี้ คงมีขนาดที่ลดลง ทั้งนี้ ต้องติดตามความเชื่อมั่นของผู้บริโภคหลังจากนี้ ซึ่งจะมีผลต่อเส้นทางการฟื้นตัวของธุรกิจค้าปลีกในช่วงที่เหลือของปี และหากการฉีดวัคซีนสามารถทำได้ดี ตัวเลขอาจจะปรับดีขึ้นโดยมองตัวเลขค้าปลีกจะหดตัวอยู่ที่ระดับ -1.8%”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย