เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
Biz Movement สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
Business เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
Real Estate ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
SD 14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
ดูทั้งหมด

เงื่อนไข “ดิสนีย์” สุดหิน โรงหนังบอยคอต…สตาร์ วอร์ส

09 พ.ย. 2560 | 20:23น.

คอลัมน์ MARKET MOVE

“สตาร์ วอร์ส” ถือเป็นหนังฮอลลีวูดฟอร์มยักษ์ที่มีโอกาสทำกำไรแน่นอน 100% ซึ่งทุกโรงภาพยนตร์ทั้งในสหรัฐและทั่วโลกต้องรีบคว้ามาฉายหวังดึงดูดเม็ดเงินจากบรรดาแฟน ๆ ที่จะหลั่งไหลเข้ามารับชมจนแน่นขนัดแบบไม่สนราคาค่าตั๋ว ทำให้ที่ผ่านมาไม่ว่าจะเจ้าของลิขสิทธิ์รายปัจจุบันอย่าง “วอลต์ ดิสนีย์” จะตั้งเงื่อนไขโหดหินหรือกำหนดราคาสูงลิ่วอย่างไรก็ต้องกัดฟันยอมรับเพื่อให้ได้สิทธิ์ฉาย

แต่สำหรับ “สตาร์ วอร์ส เดอะ ลาส เจได” ที่เป็นภาคล่าสุดนั้น ดูเหมือนความอดทนของฝ่ายผู้ประกอบการโรงภาพยนตร์ในสหรัฐบางรายจะสิ้นสุดลง เมื่อสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โรงภาพยนตร์หลายแห่งในสหรัฐอาจตัดสินใจไม่ฉายภาพยนตร์ฮิตเรื่องนี้ เนื่องจากรับไม่ได้กับเงื่อนไขใหม่ซึ่งผู้จัดจำหน่ายบางรายกล่าวว่า เป็นเงื่อนไข “โหดที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา”

โดยแม้รายละเอียดจะเป็นความลับ แต่แหล่งข่าวใกล้ชิดกับวงการภาพยนตร์เปิดเผยว่า เงื่อนไขการฉายภาพยนตร์สตาร์ วอร์สภาคล่าสุดที่วอลต์ ดิสนีย์ประกาศออกมานั้น กำหนดให้โรงภาพยนตร์ในสหรัฐและแคนาดาที่ขายตั๋วได้เกิน 500 ล้านเหรียญสหรัฐ ต้องแบ่งรายได้ 65% จากการขายตั๋วตลอดช่วงการฉายให้กับดิสนีย์ และยังบังคับให้ฉายภาพยนตร์เรื่องนี้ในโรงขนาดใหญ่ที่สุดที่สาขานั้น ๆ มีต่อเนื่องอย่างน้อย 4 สัปดาห์อีกด้วย

นอกจากนี้ ยังมีบทลงโทษกรณีผิดเงื่อนไข ไม่ว่าจะเป็นยกเลิกรอบฉาย หรือทำการตลาดก่อนได้รับอนุญาต ซึ่งทางโรงภาพยนตร์จะต้องถูกปรับโดยเสียส่วนแบ่งรายได้จากการขายตั๋วอีก 5% ให้วอลต์ ดิสนีย์หรือรวมเป็น 70%

แตกต่างจากเงื่อนไขของสตูดิโออื่น ๆ ที่จะลดส่วนแบ่งรายได้ลงในสัปดาห์หลัง ๆ ให้สอดคล้องกับจำนวนผู้ชม เช่นเดียวกับระยะเวลาฉายที่สตูดิโออื่นจะกำหนดขั้นต่ำที่ 2 สัปดาห์เท่านั้น เช่นเดียวกับส่วนแบ่งรายได้จากการขายตั๋วซึ่งมักกำหนดไว้ที่ 55-60% แม้แต่ดิสนีย์เองเมื่อครั้งฉายภาค “ฟอร์ส อเวกเคนนิ่ง” ยังคิดส่วนแบ่งสูงสุดที่ 64% และไม่มีมาตรการลงโทษเมื่อผิดสัญญา

เรื่องนี้ถือเป็นปัญหาใหญ่สำหรับโรงภาพยนตร์ขนาดกลาง-เล็ก ที่มีลูกค้ามากพอจะสร้างรายได้ถึง 500 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ไม่มากพอที่จะฉายภาพยนตร์เรื่องเดียวต่อเนื่องถึง 1 เดือน เช่น “ลี เอคิน” เจ้าของโรงภาพยนตร์ในเมืองเอลเคเดอร์ รัฐไอโอวา ซึ่งกล่าวว่าเมืองนี้มีประชากรเพียงแค่ 1,213 คน แค่ 2 สัปดาห์ก็คงดูกันครบทั้งเมืองแล้ว เท่ากับว่า 2 สัปดาห์สุดท้ายจะไม่มีรายได้เลย

ด้านผู้เชี่ยวชาญในวงการจัดจำหน่ายภาพยนตร์ตั้งข้อสังเกตว่า การให้ยืนโรงนานถึง 4 สัปดาห์นั้น มุ่งเป้าที่การสกัดขาคู่แข่ง เนื่องจากช่วงปลายปีถือเป็นอีกหนึ่งไฮซีซั่นของวงการที่จะมีภาพยนตร์จากสตูดิโอใหญ่ ๆ ต่อคิวเข้าฉายแน่นขนัด อาทิ จูแมนจี้ของโซนี่ พิกเจอร์ส และเดอะ เกรทเทส สโนว์แมน ของทเวนตี้เซ็นจูรีฟ็อกซ์

อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่วอลต์ ดิสนีย์ออกเงื่อนไขแบบสะเทือนวงการ โดยเมื่อปี 2558 ดิสนีย์บังคับให้โรงภาพยนตร์ทั่วสหรัฐใช้เรตราคากลางในการคำนวณรายได้ ทำให้บรรดาผู้ประกอบการต้องรวมตัวกันยื่นหนังสือประท้วง จนสตูดิโอยักษ์ยอมถอย

สภาพนี้สะท้อนถึงอิทธิพลของวอลต์ ดิสนีย์ซึ่งพุ่งสูงขึ้นหลังทุ่มทุนซื้อสตูดิโอดังอย่างมาร์เวล และลูคัสฟิล์มเข้ามา โดยปีที่แล้วสตูดิโอมีภาพยนตร์ใหม่เพียง 13 เรื่อง แต่ได้ส่วนแบ่งรายได้ในตลาดสหรัฐถึง 26% ตรงข้ามกับวอร์เนอร์บราเธอร์สที่เปิดตัวภาพยนตร์ 23 เรื่อง แต่มีส่วนแบ่งแค่ 17% เท่านั้น

จากนี้ต้องรอดูว่าจะมีการผ่อนปรนเงื่อนไข หรือข้อยกเว้นใดออกมาช่วยโรงภาพยนตร์ขนาดกลาง-เล็กหรือไม่

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ดิสนีย์ วอลต์ ดิสนีย์