ศบค. เจออีก 7 คลัสเตอร์ใหม่ “ตลาด-รพ.-ร้านอาหาร-บริษัทเอกชน”
แพทย์หญิงอภิสมัย ศรีรังสรรค์
ศบค. เจออีก 7 คลัสเตอร์ใหม่ ในพื้นที่ 7 จังหวัด ทั้ง “ตลาดสด ร้านอาหาร รพ.เอกชน บริษัทชิปปิ้ง บริษัทเอกชน เผยคลัสเตอร์ใหญ่ ร.ร.มัรกัส ที่ยะลา ยอดติดเชื้อพุ่งเกิน 1,047 รายแล้ว ขณะที่ผู้ป่วยอาการหนักยังเพิ่มไม่หยุด 2,895 ราย ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ 747 ราย
วันที่ 12 กรกฎาคม 2564 แพทย์หญิงอภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) กล่าวแถลงสถานการณ์การติดเชื้อประจำวันว่า การติดเชื้อ COVID-19 ในประเทศวันนี้ ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2564 พบผู้ป่วยรายใหม่ 8,656 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสม 316,164 ราย หายป่วยแล้ว 224,232 ราย เสียชีวิตสะสม 2,697 ราย
ส่วนข้อมูลสะสมตั้งแต่ปี 2563 มีผู้ป่วยยืนยันสะสม 345,027 ราย หายป่วยแล้ว 251,658 ราย เสียชีวิตสะสม 2,791 ราย
สำหรับตัวเลขผู้ที่รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล มีจำนวน 90,578 ราย อาการหนัก 2,895 ราย ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ 747 ราย

ทั้งนี้เมื่อแยกจำนวนผู้ติดเชื้อยังพบว่าในพื้นที่ กทม.วันนี้ยังเพิ่มสูงสุดคือ 4,420 ราย ขณะที่จังหวัดอื่นอีก 67 จังหวัด ซึ่งไม่รวมภาคใต้ก็มีจำนวนเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน โดยตัวเลขอยู่ที่ 3,450 ราย ส่วน 4 จังหวัดภาคใต้อยู่ที่ 689 ราย
ส่วนผู้รับการฉีดวัคซีน ณ วันที่ 11 กรกฎาคม 2564 มีผู้รับการฉีดวัคซีน เข็มที่ 1 จำนวน 87,809 ราย เข็มที่ 2 จำนวน 12,216 ราย และระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์-11 กรกฎาคม 2564 มีผู้รับวัคซีนสะสมทั้งหมด จำนวน 12,569,213 โดส

สำหรับสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ทั่วโลก ข้อมูล ณ วันที่ 12 กรกฎาคม 2564 เวลา 10.00 น. มียอดผู้ติดเชื้อรวม 187,632,756 ราย อาการรุนแรง 78,292 ราย รักษาหายแล้ว 171,584,218 ราย และเสียชีวิต 4,049,071 ราย
อันดับประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด อับหนึ่ง 1. สหรัฐอเมริกา จำนวน 34,732,753 ราย 2. อินเดีย จำนวน 30,873,907 ราย 3. บราซิล จำนวน 19,089,940 ราย 4. ฝรั่งเศส จำนวน 5,812,639 ราย 5. รัสเซีย จำนวน 5,783,333 ราย โดยประเทศไทย อยู่ในอันดับที่ 60 มีจำนวนผู้ติดเชื้อสะสม 345,027 ราย
10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด (ตามกราฟิก) อันดับหนึ่งยังเป็น กทม. มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ จำนวน 2,399 ราย รวมยอดสะสม 98,944 ราย เกือบจะแสนรายแล้ว อันดับ 2 สมุทรสาคร 591 ราย สมุทรปราการ 405 ราย ชลบุรี 399 ราย ปทุมธานี 397ราย นครปบม 315 ราย นนทบุรี 313 ราย ปัตตานี 215 ราย ยะลา 201 ราย และสงขลา 188 ราย

ส่วนจำนวนผู้เสียชีวิต 80 รายวันนี้ อยู่ใน กทม. มากที่สุด 44 ราย สมุทรปราการ 6 ราย ปทุมธานี 3 ราย สมุทรสาคร 3 ราย ปัตตานี 5 ราย ยะลา 2 ราย สงขลา 1 ราย กำแพงเพชร 2 ราย ที่เหลือจังหวัดละ 1 ราย (ตามตราง)

พบ 7 คลัสเตอร์ใหม่ ใน 7 จังหวัด
แพทย์หญิงอภิสมัยกล่าวต่อว่า สำหรับ “คลัสเตอร์ใหม่” วันนี้ พบในจังหวัดปริมณฑลและจังหวัดอื่น ๆ ดังนี้
- ชลบุรี อ.ศรีราชา ตลาดสดรัตนากร พบติดเชื้อ 29 ราย
- ปทุมธานี อ.ลำลูกกา บริษัทผลิตอุปกรณ์แก๊ส พบติดเชื้อ 13 ราย
- สุราษฎร์ธานี อ.เมือง โรงพยาบาลเอกชน พบติดเชื้อ 7 ราย
- นครศรีธรรมราช อ.เมือง ร้านอาหาร พบติดเชื้อ 12 ราย
- กาญจนบุรี อ.เมือง ตลาดสายหยุด พบติดเชื้อ 7 ราย
- ปราจีนบุรี อ.เมือง บริษัทอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ พบติดเชื้อ 22 ราย
- ตาก อ.แม่สอด บริษัทชิปปิ้ง พบติดเชื้อ 7 ราย
ส่วนคลัสเตอร์เดิม ซึ่งเป็นคลัสเตอร์ใหญ่ โรงเรียนมัรกัส จ.ยะลา มีการติดเชื้อกระจายไปใน 12 จังหวัดภาคใต้ พบติดเชื้อเพิ่มอีก 8 ราย รวมยอดสะสมเพิ่มขึ้นไป 1,047 รายแล้ว
ชี้คลัสเตอร์ “ตลาด” พบติดเชื้อต่อเนื่อง
แพทย์หญิงอภิสมัยกล่าวต่อว่า ที่กรมควบคุมโรคสรุปในวันนี้ จะเห็นได้ชัดว่า แม้ว่าเราจะเน้นย้ำเตือนในเรื่องตลาดมาอย่างตลอด และมีความพยายามที่จะนำมาตรการเข้าไปเพื่อกำหนดมาตรฐาน แต่เราก็ยังพบอยู่อย่างต่อเนื่อง และที่สำคัญ เมื่อมีการติดเชื้อในตลาดหรือชุมชน ทำให้เรามีการนำไปแพร่เชื้อในชุมชน ครอบครัว คนใกล้ชิด รวมทั้งสถานที่ทำงานด้วย
“กรมควบคุมโรคยังรายงานการสังสรรค์ การจัดงานวันเกิด มีการรวมกลุ่มกันเป็น 100 คน ต่อให้ทุกท่านอยู่ในพื้นที่จังหวัดที่อาจจะไม่เป็นพื้นที่สีแดงเข้ม แต่ก็ต้องมีความระมัดระวังสูง อย่างที่เราเน้นย้ำอยู่ตลอดว่า มีการเดินทางข้ามพื้นที่อยู่ตลอดเวลา คนที่เข้ามาร่วมงาน หรือรับประทานอาหารกับท่าน อยู่ในสถานที่เดียวกัน ชุมชนใกล้เคียงกัน” แพทย์หญิงอภิสมัยกล่าวและว่า
นอกจากนี้วันนี้ยังมีการพูดคุยถึงแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาโควิดเชิงรุกในพื้นที่ กทม. ซึ่งพบว่ายังมีประชาชนต้องการเตียงสูงมาก โดยภารกิจจะมีการดำเนินการคือ 1.การเฝ้าระวังและคัดกรองตรวจหาเชื้อให้ตรงกับเป้าหมาย 2.จัดให้มี Home Isolation และการกักตัวในชุมชน Community Isolation (CI) และ รพ.สำหรับการรักษาพยาบาล โดยมีการส่งต่อกันอย่างเป็นระบบ และ 3.การฉีดวัคซีนให้กลุ่มเสี่ยง (ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว) และพื้นที่ระบาดเป็นกลุ่มก้อน

“ในระดับชุมชนจะมีการจัดทีมเคลื่อนที่เร็วแบบเบ็ดเสร็จ หรือเรียกว่า CCRT ทีมนี้จะเป็นทีมเคลื่อนที่เร็ว มีหลายหน่วยงานเข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งบุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่เขต ฝ่ายความมั่นคง ทั้ง 50 เขตทั่ว กทม. โดยการทำงานของทีมนี้จะพยายามค้นหาผู้ป่วยในชุมชน เมื่อค้นพบมีการติดเชื้อจะดูแลให้การรักษาเบื้องต้น
กล่าวคือหากเป็นผู้ป่วยสีเขียว ก็อาจจะให้แยกกักที่บ้าน ถ้ามีการติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อนก็อาจจะให้อยู่ในสถานที่พักคอยในชุมชน หรือ รพ.สนามในชุมชน เป็นต้น และทีมนี้จะมีการติดตามผู้ป่วยตลอดเวลา
เตือนใช้ Rapid Test Kit อาจไม่แม่นยำ แนะตรวจซ้ำ
แพทย์หญิงอภิสมัยยังกล่าวถึงการตรวจหาเชื้อโควิด ด้วยชุดตรวจ แรพิด เทสต์ คิต (Rapid Test Kit) ว่า ก่อนหน้านี้ไม่แนะนำให้มีการใช้ แรพิด เทสต์ คิต เพื่อตรวจหาเชื้อเนื่องจากความแม่นยำต่ำ แต่ด้วยสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป จึงต้องมีการใช้แรพิด เทสต์ คิต ที่มีมาตรฐานยอมรับได้ มาใช้ตรวจให้ประชาชน
อย่างไรก็ตาม ต้องทำความเข้าใจว่า แรพิดเทสต์มีหลากหลายแบบ มีทั้งตรวจหาเชื้อด้วยแอนติเจน แอนติบอดี้ ทางกระทรวงสาธารณสุขจึงต้องมีการวางทิศทางนโยบายการตรวจด้วยแรพิดเทสต์ และจะแถลงต่อประชาชนต่อไป
“สำหรับผู้ที่ตรวจด้วยแรพิด เทสต์ และมีผลลบ ก็อย่างนิ่งนอนใจ ขอให้เฝ้าระวังอาการต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติเสี่ยงสูง ระหว่างที่เฝ้าระวังอาการ ต้องแยกกักตัว แม้จะมีผลลบ แต่มีคำแนะนำให้ตรวจซ้ำอีก 5-7 วัน ซึ่งจะเป็นระยะที่เชื้อมีปริมาณมากขึ้น ส่วนกลุ่มที่ตรวจครั้งแรก แล้วผลเป็นบวก ขอให้ติดต่อที่ 1330 เพื่อเข้าระบบ นำไปสู่การตรวจด้วยวิธีมาตรฐานและเข้าระบบรักษาอย่างปลอดภัย” แพทย์หญิงอภิสมัยกล่าว
- ศบค. พบผู้ติดเชื้อโควิดวันนี้ (12 ก.ค.) พุ่ง 8,656 ราย ตายเพิ่มอีก 80 คน
- สธ.เตรียมฉีดแอสตร้าเซนเนก้า เข็ม 3 ให้บุคลากรทางการแพทย์สัปดาห์หน้า



