เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ประมวลภาพสหรัฐจัดฉลองใหญ่ วันประกาศเอกราช 250 ปี -ทรัมป์ลั่น “เราจะเป็นที่หนึ่งตลอดไป”
World ประมวลภาพสหรัฐจัดฉลองใหญ่ วันประกาศเอกราช 250 ปี -ทรัมป์ลั่น “เราจะเป็นที่หนึ่งตลอดไป”
64 ปี “มูลนิธิเอสซีจี” มุ่งมั่นพัฒนาคน ให้โอกาสทางการศึกษา สร้างสังคมคุณภาพให้มีทั้งคนเก่งและคนดี
SD 64 ปี “มูลนิธิเอสซีจี” มุ่งมั่นพัฒนาคน ให้โอกาสทางการศึกษา สร้างสังคมคุณภาพให้มีทั้งคนเก่งและคนดี
10 บิ๊กอสังหาฯ สวนกระแส อัดงบซื้อที่ดิน 4.4 หมื่นล้าน SC กวาด 15 แปลงทำเลเด็ด
Real Estate 10 บิ๊กอสังหาฯ สวนกระแส อัดงบซื้อที่ดิน 4.4 หมื่นล้าน SC กวาด 15 แปลงทำเลเด็ด
‘สายมู’ ตะลุย ฮ่องกงกางทริป-เที่ยวปังตลอดปี
SD ‘สายมู’ ตะลุย ฮ่องกงกางทริป-เที่ยวปังตลอดปี
ส.ค.นี้เปิดใช้ M6 ช่วง “บางปะอิน-ปากช่อง” วันหยุดสุดสัปดาห์ วิ่งฉลุยตลอดสายปีใหม่
Real Estate ส.ค.นี้เปิดใช้ M6 ช่วง “บางปะอิน-ปากช่อง” วันหยุดสุดสัปดาห์ วิ่งฉลุยตลอดสายปีใหม่
SET ทะยาน Top 5 เอเชียส่องเทรนด์ครึ่งปีหลัง ตันแล้วหรือไปต่อ ?
Finance SET ทะยาน Top 5 เอเชียส่องเทรนด์ครึ่งปีหลัง ตันแล้วหรือไปต่อ ?
ระวังกระแสต้าน ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’
สามัญสำนึก ระวังกระแสต้าน ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’
คุยกับ Binance TH สินทรัพย์ดิจิทัลกลางกระแส ‘หุ้นเทคฯ-AI’
Tech คุยกับ Binance TH สินทรัพย์ดิจิทัลกลางกระแส ‘หุ้นเทคฯ-AI’
‘ประกันสุขภาพ’ เริ่มแบกรับต้นทุนไม่ไหวสัญญาณเตือนที่ทุกฝ่ายต้องร่วมแก้
World ‘ประกันสุขภาพ’ เริ่มแบกรับต้นทุนไม่ไหวสัญญาณเตือนที่ทุกฝ่ายต้องร่วมแก้
รัฐบาล เร่งร่างกรอบ กม.สกัดทุจริตสอบข้าราชการ จับตาใช้ยาแรงโยง ขรก.เจอโทษหนัก
Politics รัฐบาล เร่งร่างกรอบ กม.สกัดทุจริตสอบข้าราชการ จับตาใช้ยาแรงโยง ขรก.เจอโทษหนัก
ดูทั้งหมด

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยชี้โควิดเร่งเม็ดเงินใช้จ่าย Health Tech ในไทยโตเร็ว

14 ก.ค. 2564 | 13:39น.

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยชี้โควิด-19 เร่งเม็ดเงินในการใช้จ่าย Health Tech ในไทยโตเร็ว

วันที่ 14 กรกฎาคม 2564 ที่ผ่านมาธุรกิจสุขภาพและสถานพยาบาลได้ปรับตัวเพื่อตอบกระแสการดูแลสุขภาพแบบป้องกัน (Preventive Healthcare) ควบคู่ไปกับการรักษาโรค รวมถึงการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged Society) ของไทยในปี 2565 ที่จะมีจำนวนประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป รวมกว่า 14 ล้านคน ทำให้มีความต้องการสินค้าและบริการด้านสุขภาพเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย

โดยรูปแบบธุรกิจจะเปลี่ยนจากการรักษาโรคและดูแลผู้ป่วยเป็นหลัก ไปสู่การดูแลสุขภาพแบบครบวงจร โดย Health Tech ได้เข้ามามีบทบาทเพื่อตอบสนองความต้องการที่จะเพิ่มขึ้นดังกล่าว อีกทั้งสถานการณ์การระบาดโควิด-19 ก็เร่งให้เกิดการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้มากขึ้นในการช่วยลดความเสี่ยงและยกระดับการบริการ

Health Tech เริ่มมีการนำมาใช้ในไทยบ้างแล้ว แต่ส่วนใหญ่ยังเป็นเทคโนโลยีที่ไม่ซับซ้อน ทั้งในส่วนของการนำมาใช้สำหรับภาคธุรกิจ (B2B) และการใช้งานของผู้บริโภคโดยตรง (B2C) โดยที่ผ่านมาตลาดผู้ใช้งาน Health Tech ในไทยส่วนใหญ่ยังเป็นภาคธุรกิจในรูปแบบ B2B มากกว่าการใช้งานของผู้บริโภคแบบ B2C โดยเฉพาะการใช้ในธุรกิจโรงพยาบาลและบริการสุขภาพรายใหญ่ ในขณะเดียวกันพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาใส่ใจสุขภาพ ประกอบกับการระบาดของโควิด-19 ก็เร่งให้มีความต้องการด้านบริการสุขภาพและดูแลป้องกันโรคมากขึ้นด้วย

การใช้ Health Tech ของภาคธุรกิจ (B2B) ได้นำเทคโนโลยีเข้ามาใช้สำหรับการจัดการภายในองค์กรและยกระดับการบริการ เช่น ระบบจัดการข้อมูลผู้ป่วย ระบบการปรึกษาแพทย์ทางไกล หุ่นยนต์บริการดูแลผู้ป่วย โดยการลงทุนของภาคธุกิจใน Health Tech ส่วนใหญ่ยังจำกัดอยู่ในกลุ่มผู้เล่นรายใหญ่ เนื่องจากมีศักยภาพและความพร้อมในการลงทุน รวมถึงความคุ้มค่าในการใช้งานในระยะยาวมากกว่าผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม

ในขณะที่ตลาดผู้ใช้งาน Health Tech แบบ B2C พบว่า ผู้บริโภคมีแนวโน้มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมาทำกิจกรรมสุขภาพมากขึ้น และมีการใช้แอปพลิเคชั่นเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน พร้อมกับอุปกรณ์ตรวจวัดข้อมูลสุขภาพต่าง ๆ เช่น สมาร์ทวอช หรืออุปกรณ์ออกกำลังกายมากขึ้น โดยเฉพาะวัยทำงานอายุ 30-39 ปี เป็นกลุ่มที่มีความถี่และค่าใช้จ่ายในการใช้งาน Health Tech มากที่สุด

อาทิ คลาสออกกำลังกายออนไลน์ และปรึกษาแพทย์ทางไกล ถึงแม้ที่ผ่านมาการใช้งาน Health Tech อาจยังไม่แพร่หลายมากนัก แต่ในช่วงโควิด-19 ได้มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ ไม่ว่าจะเป็นการติดตามการแพร่ระบาด ประเมินอาการเบื้องต้น รวมถึงลงทะเบียนรับวัคซีน เพื่อช่วยลดความเสี่ยงและสร้างความคุ้นเคยการใช้งานแอปพลิเคชั่นและระบบสุขภาพออนไลน์มากขึ้น

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า เม็ดเงินการใช้จ่ายสำหรับ Health Tech ในไทยปี 2564 จะอยู่ที่ประมาณ 300-400 ล้านบาท และคาดว่าในระยะ 3-5 ปีข้างหน้า ตลาด Health Tech ของไทยน่าจะเติบโตได้ในช่วง 10-12% (CAGR) เป็นผลจากความต้องการบริการสุขภาพที่มีคุณภาพและทั่วถึงมากยิ่งขึ้น โดยมูลค่าตลาดส่วนใหญ่จะเป็นรูปแบบ B2B ผ่านการให้บริการของสถานพยาบาลและธุรกิจสุขภาพนำโดยผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีศักยภาพในการลงทุน มีสัดส่วน 65-75% ของมูลค่าตลาดรวม มากกว่าตลาดแบบ B2C

เช่น แอปพลิเคชั่นสุขภาพบนมือถือ เนื่องจากธุรกิจสามารถเข้าถึงผู้ใช้บริการได้จำนวนมากและมีค่าใช้จ่ายต่อหน่วยในการลงทุน Health Tech ที่สูงกว่า ในอีกทางหนึ่ง ก็แสดงถึงโอกาสในการเข้าถึงตลาด B2C สำหรับผู้เล่นระดับรองลงมา ทั้งผู้พัฒนาแอปพลิเคชั่นหรือผู้ให้บริการสุขภาพที่นำ Health Tech มาใช้เป็นจุดขาย ที่จะตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าสำคัญอย่างวัยทำงานที่มีกำลังซื้อและสนใจทดลองใช้งานเทคโนโลยีใหม่ ๆ

โดยการใช้งานในภาคธุรกิจจะขยายจากการใช้งานในโรงพยาบาลไปสู่บริการสุขภาพอื่น ๆ โดยเฉพาะธุรกิจ Nursing Home และ Retirement Community ที่มีจำนวนรวมกันไม่น้อยกว่า 2,000 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นธุรกิจ SME และคาดว่าจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นตามแนวโน้มสังคมผู้สูงอายุ ซึ่งจะนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ให้สามารถดูแลผู้รับบริการได้ทั่วถึงและสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย และการพัฒนาการให้บริการ Health Tech ของไทย น่าจะอยู่ในรูปแบบความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการรายเดิมในธุรกิจสุขภาพที่มีความเชี่ยวชาญกับผู้พัฒนาเทคโนโลยีรายย่อยหรือสตาร์ตอัพ ในการขยายตลาด Health Tech ในไทย

โดยเฉพาะการขยายการใช้งานในธุรกิจบริการสุขภาพนอกสถานพยาบาล และอุปกรณ์การแพทย์ที่บ้าน ทั้งนี้ ผู้ประกอบการจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัย ความแม่นยำ และบุคลากรที่ได้รับการรับรอง เพื่อให้สร้างความเชื่อมั่นในการใช้บริการ

ในขณะที่ความต้องการใช้งานของผู้บริโภคคาดว่าจะเพิ่มขึ้นจากปัจจัยความตระหนักด้านสุขภาพของผู้บริโภค แต่สถานการณ์โควิด-19 ก็ทำให้ผู้บริโภคมีค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพเพิ่มขึ้น ประกอบกับภาวะคนตกงานและขาดรายได้ในระยะนี้ ดังนั้นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของ Health Tech ก็จะเป็นกลุ่มที่อาจยังมีกำลังซื้อในการใช้จ่ายด้านสุขภาพเพิ่มเติมใน 3 กลุ่มหลัก คือ

1) กลุ่มผู้สูงอายุระยะต้น อายุ 60-69 ปี ที่มีสัดส่วนมากที่สุดในจำนวนประชากรผู้สูงอายุทั้งหมด ซึ่งเป็นกลุ่มที่อาจจะยังสามารถดูแลตนเองได้และยังต้องการทำกิจกรรมต่าง ๆ ทำให้มีความต้องการซื้อสินค้าและใช้บริการที่ใกล้เคียงกับวัยทำงาน แต่ปรับเปลี่ยนให้มีความสะดวกสบาย ปลอดภัย โดยใช้เทคโนโลยีที่ใช้ได้ง่ายมาช่วยในการบริการ

2) กลุ่มวัยทำงานที่อาศัยอยู่กับผู้สูงอายุหรือผู้ป่วย ซึ่งอาจไม่มีเวลาเพียงพอในการดูแลด้วยตนเอง ทำให้บริการและเทคโนโลยีที่มีความปลอดภัยสูง เชื่อมต่อกับอุปกรณ์พกพาให้สามารถติดตามกิจกรรมผู้สูงอายุจากระยะไกลได้

3) วัยทำงานมีแนวโน้มทำกิจกรรมสุขภาพมากขึ้น เป็นกลุ่มที่มีความคุ้นเคยในการใช้งานและสนใจทดลองใช้งานเทคโนโลยีใหม่ๆ และมักจะใช้งานอุปกรณ์บันทึกข้อมูลสุขภาพหรือใช้บริการสุขภาพ/ออกกำลังกายผ่านช่องทางออนไลน์ เนื่องจากมีความสะดวกในการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน อุปกรณ์ออกกำลังกาย รวมถึงแอปพลิเคชั่นวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพต่าง ๆ

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจจะต้องพิจารณาปัจจัยกำลังซื้อและการเข้าถึงเทคโนโลยีของผู้บริโภค เพื่อให้สามารถเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายได้ตรงจุด สำหรับตลาดกำลังซื้อปานกลาง จะเน้นการเข้าถึงการใช้งานของคนส่วนใหญ่ เน้นฟังก์ชั่นพื้นฐานที่ใช้งานง่าย และผู้บริโภคกว่า 48% ของกลุ่มตัวอย่าง ยังคงใช้บริการ Health Tech เฉพาะฟังก์ชั่นที่ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม หรือเป็นค่าใช้จ่ายที่รวมไปกับการให้บริการของสถานพยาบาล

ในขณะที่ตลาดกำลังซื้อสูง มีความเต็มใจที่จะจ่ายสูงกว่า แต่ต้องการฟังก์ชั่นและบริการแบบ 1:1 ที่ออกแบบเฉพาะบุคคลมากขึ้น ซึ่งสะท้อนด้วยว่าผู้บริโภคกลุ่มนี้มีโอกาสในการเข้าถึงและคุ้นเคยกับเทคโนโลยีมากกว่า แต่บริการที่มีค่าใช้จ่ายสูงก็ยังเป็นการรับบริการรักษาโรคที่มีความจำเป็นอย่าง Telemedicine หรือการให้คำปรึกษาสุขภาพ มากกว่าบริการสุขภาพทั่วไปที่ผู้บริโภคอาจมีทางเลือกที่หลากหลายมากกว่า นอกจากนี้ ปัจจัยที่จะทำให้ผู้บริโภคหันมาใช้ Health Tech มากขึ้น ยังมีประเด็นด้านความน่าเชื่อถือ ถูกต้องแม่นยำ รวมถึงมาตรฐานในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลด้วย

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย