เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ดีสมคำร่ำลือ! “เอ็ด ชีแรน” โชว์ยอดเยี่ยมในแบบ one (perfect) man show

17 พ.ย. 2560 | 21:12น.

การได้ดูคอนเสิร์ตของศิลปินที่กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นนั้นนับเป็นความโชคดีของบรรดาแฟนเพลง และยิ่งเป็นคอนเสิร์ตที่ดีมานด์สูงเกินความจุของสถานที่จัดงาน มีคนซื้อบัตรไม่ทัน…ผิดหวังอดดูเป็นจำนวนมาก ก็ยิ่งนับเป็นความโชคดีและน่าอิจฉาคนที่ได้ดู

คอนเสิร์ต เอ็ด ชีแรน (Ed Sheeran) ในเมืองไทย เมื่อคืนวันพฤหัสบดี ที่ 16 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา คือหนึ่งในคอนเสิร์ตแบบที่ว่า

เวลา 21.04 น. หนุ่มหัวแดงเพลิงปรากฏตัวบนเวทีเพียงคนเดียวกับกีตาร์คู่ใจท่ามกลางเสียงกรี๊ดต้อนรับดังสนั่นอิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี

นักร้องหนุ่มมากฝีมือเริ่มต้นคอนเสิร์ตของเขาด้วยเพลงสนุก ๆ Castle on the Hill ซิงเกิลเปิดตัว (ที่ออกมาพร้อมกับ Shape of You) จากอัลบั้ม ÷ (Divide) งานเพลงชุดล่าสุด ต่อด้วย Eraser อีกหนึ่งเพลงสนุก ๆ จากอัลบั้มล่าสุดเช่นกัน

ผ่านไปสองเพลงเอ็ดทักทายคนดู จากนั้นเข้าสู่เพลงกลาง ๆ The A Team ซิงเกิลเปิดตัวที่แจ้งเกิดชื่อเอ็ด ชีแรน จากอัลบั้ม + (Plus) เมื่อปี 2011 ซึ่งในเพลงนี้แฟนเพลงมีโปรเจ็กต์เปิดหน้าจอโทรศัพท์ที่เตรียมแบ็กกราวนด์สีส้มเอาไว้ส่องแสงสีส้มทั่วฮอล ให้ภาพสุดอบอุ่น

แล้วตัดอารมณ์ไปที่เพลง Don’t ที่โชว์สกิลการแร็ปอย่างเดียวไม่พอ ยังทำให้คนดูทึ่งในความสามารถด้วยการเอาเนื้อเพลง New Man มาแร็ปในดนตรีของเพลง Don’t ด้วย

จบสองเพลงเขาพักคุยกับแฟน ๆ อีกครั้ง ชวนแฟน ๆ ให้ช่วยกันร้องเสียงดังที่สุดเท่าที่จะดังได้ ในเพลง Dive เพลงช้าในดนตรีโซล เป็นเพลงซีนอารมณ์จากอัลบั้มใหม่ที่หนุ่มเอ็ดร้องได้ถึงอารมณ์สุด ๆ และแฟน ๆ ก็ช่วยกันร้องเสียงดังมาก เพลงนี้เป็นอีกหนึ่งเพลงที่แฟน ๆ มีโปรเจ็กต์เปิดหน้าจอสีฟ้า จบเพลงด้วยเสียงกรี๊ดลั่น ประทับใจกันทั้งศิลปินและคนดู

ช่วงนี้เอ็ดบอกแฟน ๆ ประมาณว่า “ผมมาจากเมืองที่เล็กมาก ๆ ผมไม่คิดว่าเพลงของผมจะดังมาไกลขนาดนี้ ไม่คิดว่าจะมีคนชอบเพลงของผมมากขนาดนี้”

ช่วงนี้อารมณ์กำลังได้ เครื่องกำลังร้อนขึ้น เหมาะมากกับเพลงต่อมาที่เขาวางไว้ก็คือ Bloodstream จากอัลบั้ม X (Multiply) ผลงานชุดที่สอง เพลงนี้เป็นที่มีดนตรีมีเสน่ห์และโดดเด่นมาก เป็นการผสมผสานทั้งอะคูสติก อาร์แอนด์บี และร็อก ยิ่งในการแสดงสดเอ็ดท่อนท้าย ๆ ที่ซาวนด์ลุกเร้าร้อนแรง จังหวะการลงน้ำหนักน้ำหนักจากแขนและมือไปที่สายกีตาร์ เรียกเสียงกรี๊ดและเสียงปรบมือจากแฟน ๆ ไปแบบดังสุด ๆ

หลังจากเพลงที่ร้อนแรงที่สุดในงานแล้วก็ผ่อนอารมณ์ลงเป็นเพลงช้าเศร้า ๆ จากอัลบั้มใหม่ล่าสุด คือเพลง Happier แล้วก็ต่อด้วยเพลงที่เอ็ดบอกว่าเป็น “one of my favorite song” ก็คือ Tenerife Sea เพลงช้าเพราะ ๆ จากอัลบั้ม X ที่ดนตรีให้ความรู้สึกอบอุ่น

จากเพลงช้าเปลี่ยนอารมณ์ไปที่ Galway Girl เพลงสนุก ๆ สไตล์ไอริช เป็นอีกเพลงที่ทำให้แฟน ๆ กรี๊ดหนักมาก เพราะเนื้อเพลงที่ว่า “She played the fiddle in an Irish band. But she fell in love with an English man” ซึ่งอิงลิชแมนที่สาว ๆ ทั้งฮอลกำลังตกหลุมรักก็คือเอ็ดที่สร้างความประทับใจให้ทุกคนในเวลานั้นนั่นเอง

สลับกลับไปเป็นเพลงช้าอีกครั้งด้วย How Would You Feel ซึ่งเป็นเพลงเดียวที่หนุ่มเอ็ดไม่ได้อยู่บนเวทีคนเดียว เพราะเขาชวนทีมงานขึ้นมาเล่นเปียโน เสียงเปียโนเพราะ ๆ กับเสียงร้องของเอ็ดที่ไม่มีที่ติ ก็ทำให้ประทับใจกันไปอีกเพลง

ต่อด้วยเพลงที่ทุกคนรอคอย Photograph เพลงฮิตจากอัลบั้มที่แล้ว เป็นเพลงที่ทุกคนร้องเสียงดังที่สุด ตามด้วยเพลงที่เจ้าตัวพูดเข้าเพลงว่า เป็นเพลงที่เพิ่งขึ้นอันดับ 1 ในเมืองไทย ก็คือเพลง Perfect เพลงช้าอารมณ์อินเลิฟเพราะ ๆ ที่เพิ่งปล่อยมิวสิควิดีโอออกมา เพลงหวานเพลงนี้ทำให้คนมีคู่ฟินกันถ้วนหน้า

จากนั้นก็สลับไปเพลงสนุก ๆ Nancy Mulligan จากอัลบั้มล่าสุด แล้วสลับไปเพลงช้าอีกครั้งกับ Thinking Out Loud อีกหนึ่งเพลงดังจากอัลบั้ม X แล้วก็เปลี่ยนอารมณ์ไปสนุกอีกครั้งด้วยเพลง Sing หนึ่งเพลงฮิตจากอัลบั้ม X

จบเพลง Sing ไฟดับลง เอ็ดเข้าไปหลังเวทีแว้บเดียว (แว้บเดียวจริง ๆ) คนดูยังไม่ทันได้ส่งเสียงอังกอร์เขาก็กลับขึ้นมาพร้อมกับ Shape of You ที่กลายเป็นเพลงชาติของเขาไปแล้ว และปิดท้ายด้วยเพลงสนุก ๆ จากอัลบั้มแรก You Need Me I Don’t Need You ที่คนดูทั้งร้องทั้งเต้นทิ้งท้ายอย่างเต็มเหนี่ยว

คำร่ำลือถึงคุณภาพการแสดงสดของเอ็ด ชีแรน เลื่องลือมากพอ ๆ กับความสามารถในการแต่งเพลงของเขา ซึ่งเรื่องความสามารถในการแต่งเพลงก็ยังพอหาเพลงฟังพิสูจน์กันได้ แต่ความสามารถในการแสดงสดนั้นพิสูจน์ยากซะหน่อย จนกระทั่งได้ฟังกับหูเห็นกับตาในคอนเสิร์ตครั้งนี้ ซึ่งเป็นครั้งแรกของเอ็ดในเมืองไทย และเป็นครั้งแรกของคนดูส่วนใหญ่ในวันนั้นด้วย

ทุกคนในฮอลได้เห็นแล้วว่าเอ็ดเก่งจริง เสียงร้องดีไม่มีตก เล่นกีตาร์ตัวเดียวเอาอยู่ ถึงแม้ว่าจะเปิดแบ็กกิ้งแทร็กช่วยในหลายเพลง แต่ก็ไม่ได้ทำให้แฟน ๆ รู้สึกทึ่งในตัวเขาน้อยลงเลย เพราะเอ็ดก็ยังขยันเล่นขยันร้องตลอดโชว์ ไม่ได้มีช่วงแผ่วปล่อยให้โปรแกรมทำงานแทนให้คนดูเสียอารมณ์ และการลงน้ำหนักแขนและมือไปที่สายกีตาร์ของเขา ชวนให้คิดว่านี่คือคนที่เพิ่งแขนหักมาเมื่อเดือนที่แล้วจริง ๆ หรอวะ

แอบสารภาพว่าตอนแรกที่เห็นเอ็ดสะพายกีตาร์ขึ้นเวทีมาคนเดียวก็มีคำถามว่า …คงไม่ได้เล่นคนเดียวทั้งโชว์หรอกนะ ? ในใจตอนนั้นกลัวว่าตัวเองจะเบื่อ เพราะที่ผ่านมาไม่ค่อยประทับใจการดูศิลปินเดี่ยวสักเท่าไหร่ แต่ไป ๆ มา ๆ ผ่านไปสองสามเพลงเริ่มรู้สึกว่า เออ…คนเดียวก็ได้วะ ดูไปเรื่อย ๆ จนจบโชว์ก็ต้องบอกว่าคอนเสิร์ตนี้เป็น one perfect man show ของจริง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คอนเสิร์ต เอ็ด ชีแรน