เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
News ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
Economic บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
Economic ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
Business SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
News 148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
Tech เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
Finance มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
Finance ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
Uncategorized โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
Economic ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
ดูทั้งหมด

หมอเกรียงศักดิ์ จับโกหก องค์การเภสัช ปมจัดซื้อ ATK พันล้าน

13 ส.ค. 2564 | 12:38น.
หมอเกรียงศักดิ์ซัดองค์การเภสัชปม ATK

หมอเกรียงศักดิ์ ให้สัมภาษณ์แฉปมจัดซื้อ ATK ซัด องค์การเภสัชกรรมโกหก มีลับลมคมใน ล็อบบี้ขอลดสเป็ค

วันที่ 13 สิงหาคม 2564 กรณีสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จัดสรรงบประมาณ 1,014 ล้านบาท ให้องค์กรเภสัชกรรม (อภ.) ดำเนินการจัดหาชุดตรวจโควิด-19 แบบตรวจหาแอนติเจนด้วยตนเอง (COVID-19 Antigen self-test Test Kits : ATK) แทน จำนวน 8.5 ล้านชุด

ต่อมาวันที่ 10 ส.ค.ที่ผ่านมา อภ.ได้คัดเลือกผู้เสนอราคา และได้ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการขึ้นทะเบียนและรับรองมาตรฐานจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ในราคาประมาณชุดละ 70 บาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว อย่างไรก็ตาม มีบางหน่วยงานแสดงความห่วงใยและไม่มั่นใจในคุณภาพของชุดตรวจดังกล่าว รวมทั้งมีการเผยแพร่ข่าวทางสื่อมวลชนและสื่อสังคมออนไลน์ ดังนั้นเพื่อให้เกิดความมั่นใจในสินค้า อภ.จึงขอชะลอการดำเนินการในขั้นตอนการทำสัญญาออกไปก่อน ตามที่ได้รายงานข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด มติชน รายงานว่า นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ในฐานะประธานคณะทำงานกำหนดอัตราค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุขในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สปสช. ให้สัมภาษณ์ในรายการ เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand ช่อง MCOT HD 30 ว่า สปสช. ไม่สามารถกำหนดสเปคโดยตรงได้ ต้องแจ้งผ่านโรงพยาบาลราชวิถี และองค์การเภสัชกรรม (อภ.) ซึ่งตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ไม่มีปัญหาอะไร

กรณีการจัดซื้อเอทีเค 8.5 ล้านชุด เป็นเรื่องเร่งด่วน สปสช.ทำหนังสือไปเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม แจ้งไปที่โรงพยาบาลราชวิถี ขอดำเนินการเร่งด่วนในการจัดซื้อจัดหา ตนเข้าใจว่าองค์การเภสัชกรรม บอกมาว่า คำว่าเร่งด่วนของราชการคือการกำหนดให้ซื้อเฉพาะเจาะจงได้ ตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ โดยการซื้อเฉพาะเจาะจงคือ วิธีพิเศษ เลือกซื้อได้เลย ซึ่งจะโทษระเบียบของภาครัฐไม่ได้ เพราะมีการเปิดช่องเอาไว้ เรียกว่าล็อกสเป็คก็ได้ ใช้นิ้วชี้ได้เลย เพราะเป็นสถานการณ์เร่งด่วน ราชการสุดยอดมากเพราะทำระเบียบนี้รองรับเอาไว้แล้ว กรณีเกิดโรคระบาดร้ายแรงสามารถทำได้

คณะกรรมการวินิจฉัยภาครัฐว่าด้วยการพัสดุของกรมบัญชีกลาง หลังจากเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 กรมบัญชีกลางมีการออกหนังสือเวียนเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2563 ให้สามารถใช้วิธีการเจาะจง ยกเว้นวงเงิน ขบวนการขั้นตอนตรวจรับก็ไม่ต้องตั้งคณะกรรมการตรวจรับ ซื้อของมาแจกจ่ายได้เลย แต่กรณีที่เกิดขึ้นนี้คงต้องถามองค์การเภสัชกรรม

เมื่อพิธีกรถามว่า นางศิรินุช ชีวันพิศาลนุกูล รองผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) ให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ว่า ได้ถามกลับมาที่ สปสช.แล้ว ถ้าจะเอายี่ห้อที่องค์การอนามัยโลก (WHO) รับรอง จะมีอยู่ 2 ยี่ห้อ แต่ที่มาขึ้นทะเบียนกับอย.ไทย จะเหลือยี่ห้อเดียว และบอกด้วยว่า สปสช. เกิดอาการลังเลอ้ำอึ้งไม่ตอบให้ชัดว่าจะเอาหรือไม่ ดังนั้น อภ.จึงกลับไปดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบปกติ

Advertisement

นพ.เกรียงศักดิ์ ตอบว่า “โกหกครับ สปสช. นี่ใจกล้าครับ เพราะมีผมเป็นประธานคณะทำงาน เพราะเรารู้ระเบียบที่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว ว่ากรมบัญชีกลาง สตง.และกฤษฎีกา เห็นชอบและรับรู้ในระเบียบข้อนี้อยู่แล้วว่า 115 เค้ามีมติในที่ประชุม 21 ก.ค.แล้ว แล้วก็พูดเองว่าสามารถดำเนินการได้เลย เพราะออกโดยกรมบัญชีกลางอยู่แล้ว”

“จริง ๆ เค้ามีลับลมคมใน เพราะในมติในวันที่ 15 กรกฎาคม ก็มีมติให้ประสานกับคณะกรรมการต่อรองราคา แต่ปรากฎว่าไม่ประสานอะไรเลย เค้าไปดำเนินการก่อนเลย เค้าจะแบ่งซื้อ 1 ล้านเทสต์ในช่วงแรก โดยจะซื้อกับอีกบริษัทในราคาที่แพงกว่าที่เราเสนอไป เพราะเราผ่านมติบอร์ดว่า 120 บาทต้องรวมค่าขนส่งถึงสถานที่และต้องไม่มีค่าแอดมินใด ๆ อีกแล้ว เพราะว่างบเงินกู้ที่ต้องซื้อเร่งด่วน ”

“ปรากฏว่าเค้าไปดำเนินการจัดซื้อจัดหาโดยท่านเลขาฯก็ได้ประสานกับผมว่า เอ๊ะ ผู้ประสานงานแจ้งมาว่าจะเริ่มมีการจัดซื้อแล้วนะ เพราะว่าเบื้องต้นเค้าจะซื้อแยกไปก่อน 1 ล้านเทสต์ โดยอ้างว่าต้องการเร่งด่วน และอีก 7.5 ล้านเทสต์จะใช้วิธีการประมูล ซึ่งเราก็บอกว่าไม่เห็นด้วยเพราะจะแบ่งซื้อแบ่งจ้างทำไม และสืบวงในมาได้ว่าจะจัดซื้อในราคา 200 บาทเป็นค่าเทสต์ 160 บวกค่าขนส่งอีก 40 บาท ทั้งที่เราต่อรองเบื้องต้นแล้วว่าจะต้องไม่เกิน 120 บาทรวมค่าขนส่ง ดังนั้นเราเลยไม่ยอม เลขาฯจึงสั่งกับผู้ประสานงานสปสช.ไปว่าไม่ให้ทำแบบนั้น

“ก็เลยจะเกิดการประมูล 8.5 ล้านเทสต์ วันที่ 27 กรกฎาคม ปรากฏว่าเค้าแจ้งมาให้ผมคนเดียวให้เป็นผู้สังเกตการณ์ ซึ่งเราไม่ทราบกระบวนการใด ๆ ในการต่อรองราคา หรือเร่งด่วนและจะเจาะจงอย่างไร จะเห็นควรหรือไม่ เค้าส่งลิงค์มาให้ผมเวลา 23.56 น. ว่า วันถัดมา 09.00 น. จะมีการประมูล ผมก็เลยแจ้งให้คณะกรรมการต่อรองฯทั้งหมดเข้าไปร่วมรับรู้ด้วย เราก็เลยแย้งในที่ประชุมว่าทำอย่างนั้นไม่ได้ ปรากฏว่าในวันนั้นเค้าจะยื่นซองประมูล ปรากฏว่าบริษัทที่เราต่อรองมาคืบหน้า 2 เจ้านี้กลับไม่มีสิทธิที่จะยื่นทั้งคู่เลย เค้าอ้างว่าประสานงานไม่ได้ เราก็ยืนยันไปว่าทำแบบนั้นไม่ได้”

“เพราะในมติมีกำหนดไว้แล้วคณะกรรมการต่อรองราคาจะต้องเข้ามาร่วมในกระบวนการนี้ด้วย ปรากฏว่าเค้ามอบให้เราเป็นเพียงแค่ผู้สังเกตการณ์ เลยแย้งไปว่าให้ไปคิดดูให้ดีเพราะจะเกิดเรื่องใหญ่ขึ้น เค้าก็เลยต้องล้มการเปิดซองในวันนั้น และแจ้งกับเราว่าเค้ามีพรบ.ของเค้าอยู่ ไม่ใช้ระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ มีแต่วิธีคัดเลือก แต่ถ้าจะทำแบบเฉพาะเจาะจงก็ได้ ถ้าลูกค้าต้องการต้องทำหนังสือเป็นทางการมา”

“ผมก็เรียกประชุมมติคณะกรรมการต่อรองราคาฯในวัดถัดมา และยืนยันกลับไปว่าสามารถยื่นให้ทำเฉพาะเจาะจงได้ เราก็เลยขอตกลงเลยให้ยื่นเจาะจง เพราะเรามีรายงานเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม เราเรียก 2 บริษัทเข้ามา เราบอกว่าการต่อรองครั้งนี้ไม่ได้ต้องการเอาถูกที่สุด แต่เราต้องการได้ของดีมี 3 มิติ 1 ต้องมีคุณภาพว่าผ่านอย.อย่างเดียวไม่พอ 2. ต้องมีการตีพิมพ์ในคณะแพทยศาสตร์ศิริราช และ 3 ต้องจัดซื้อของให้ทันเวลาในการนำมาใช้โดยเร็วที่สุดซึ่งคุยตั้งแต่ 9 กรกฎาคม แล้วคือ 1 เดือนคือวันที่ 10 สิงหาคม เราทำทีโออาร์ไปให้เลย กำหนดกรอบการส่งของ มีรายงานการประชุมแนบไป”

แม้ไม่ได้ระบุบริษัท แต่ในรายงานการประชุมระบุชัด  เราเช็คราคามาแล้วเพราะคุยตั้งแต่ 4 กรกฎาคม พอ 9 กรกฎาคม เราเลือกแล้วว่าจะเลือกเจ้าที่เป็นหลังอิงได้คือเจ้าที่มี WHO รับรองเลือกมา 2 บริษัท และไปสืบค้นราคาว่า 2 บริษัทนี้ขายให้ WHO ให้ประเทศทั่วโลกที่ยากจน Panbio ของบริษัท แอบบอต ราคา 5 ดอลลาร์สหรัฐ STANDARD Q โดยเอ็มพี กรุ๊ป ขายราคา 4.96 ดอลลาร์สหรัฐ คือตกประมาณ 160 บาท

ซึ่งหลังจากนั้นก็มีการมายื่นเสนอคาคาที่ต่ำกว่าที่ WHO เสนออยู่ 1 ดอลลาร์สหรัฐกว่า ๆ ทำให้เราเสนอไปในรายงานการประชุม ด้วยเงื่อนไขราคานี้จึงนำไปสู่การเสนอขอบอร์ดสปสช.ตามลำดับว่าได้เป็นราคา 120 บาท รวมค่าขนส่งถึงหน่วยบริการ”

“แต่ปรากฏว่าองค์การเภสัชกรรม กลับไม่ทำอย่างนั้น แล้วก็มาบอกว่าถ้าจะให้ทำอย่างนั้นจะต้องให้เราทำหนังสือไป เราก็ทำหนังสือไปวันที่ 29 กรกฎาคม ให้โรงพยาบาลราชวิถี เพราะเราไม่มีหน้าที่โดยตรงแล้วก็ ซีซี ส่งไปที่เค้า แล้วเค้าก็มาล็อบบี้ขอกับเจ้าหน้าที่เราเป็นการภายในว่าเรื่องเร่งด่วน เค้าขอใช้วิธีจัดซื้อแบบของเค้าได้ไหม และขอให้เราตัดคำว่า WHO ออก ตัดคำว่าการตีพิมพ์ออกได้ไหม แล้วก็บอกว่าจะสามารถจัดซื้อได้ภายใน 7 วันส่งของ ซึ่งก็ตรงกับวันที่ 10 สิงหาคม เราก็เลยยอมตรงข้อนี้ไปให้ ไม่ใช่ว่าเราปรับเปลี่ยนไปปรับเปลี่ยนมา”

“วันสุดท้ายวันที่ 5 ที่ 6 ขอปรับสเปคเราอีก แต่เราไม่ยอม ผมไม่ยอมเพราะคุณจะต้องเอามาเป็นข้ออ้างแน่นอนว่าเราปรับเปลี่ยนสเปค ทั้งที่เรายืนยันตั้งแต่ 9 กรกฎาคมแล้วว่าให้เจาะจง เราไม่กลัว เพราะเรามีหลังอิงอยู่แล้ว มีหลักการและเหตุผลอยู่แล้ว สตง.เองก็บอกว่าไม่จำเป็น คณะกรรมการที่ประชุมด้านกฎหมายก็ยืนยันว่าจริง ๆ ไม่ต้องมีทีโออาร์ก็ได้ ส่งของก่อนก็ยังได้”

“่คณะกรรมการพร้อมที่จะออกมาปกป้องประชาชน เพราะของถูกก็โดนด่า ของแพงก็โดนด่า เราทำงานอย่างระเอียดรอบคอบ มีขั้นตอนตั้งแต่ 4 กรกฎาคม มีการตรวจสอบบริษัทต่าง ๆ วิธีการใช้ต่าง ๆ อย่างละเอียด”

“ในนั้นมีอยู่ 19 บริษัทที่เอฟดีเอเรียกคืน ที่ระบุเป็นคลาส 1 ถือว่าเป็นอันตรายสูงสุด เป็นอันตรายต่อชีวิตและสุขภาพ หมายถึงต้องบังคับใช้ข้อกฎหมาย สั่งการว่าดิสทริบิวเตอร์ต้องทำอย่างไร หน่วยงานสาธารณสุขต้องทำอย่างไร หากเทสต์ไปแล้วต้องเทสต์ใหม่”