ไทยป่วยพุ่งอันดับ 31 ของโลก ศบค.ตรวจเจอ ATK เป็นบวกอีก 2,339 ราย
โควิด-รอฉีดวัคซีน
ศบค.รายงานยอดผลตรวจ ATK พบเป็นบวกเพิ่ม 2,339 ราย รวมสะสม 64,098 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในกทม. ขณะที่ผู้ป่วยอาการหนักมีจำนวน 5,174 ราย มีเสียชีวิตที่บ้าน/ระหว่างนำส่งอีก 1 ราย ไทยอันดับขยับขึ้นที่ 31 ของโลกแล้ว จากจำนวนผู้ป่วยติดเชื้อสะสม 1,120,869 ราย
วันที่ 26 สิงหาคม 2564 ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19(ศบค.) รายงานสถานการณ์ประจำวันว่า วันนี้ สถานการณ์การติดเชื้อ COVID-19 ในประเทศ ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2564 มีผู้ป่วยรายใหม่ 18,501 ราย หายป่วยแล้ว 896,195 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสม 1,092,006 ราย และเสียชีวิตสะสม 10,220 ราย
ส่วนข้อมูลสะสมตั้งแต่ปี 2563 หายป่วยแล้ว 923,621 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสม 1,120,869 ราย และเสียชีวิตสะสม 10,314 ราย
ยอดป่วยหนักยังพุ่ง
วันนี้มีผู้ป่วยรักษาตัวอยู่จำนวน 186,943 ราย ซึ่งลดลงต่อเนื่องมา 2 วันแล้ว โดยอยู่ในรพ. 25,654 ราย และอยู่ในโรงพยาบาลสนามและอื่นๆ 161,280 ราย มีผู้ป่วยอาการหนักอยู่จำนวน 5,174 ราย ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ 1,090 ราย ซี่งจำนวนผู้ป่วยหนักและต้องใส่เครื่องช่วยหายใจยังไม่ลดจำนวนลง

ก่อนหน้านี้ นายแพทย์เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่เริ่มลดลง ถือว่าลดลงอย่างต่อเนื่องจากก่อนหน้านี้ที่อยู่ประมาณหลัก 2 หมื่นรายตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม และมีผู้หายป่วยเพิ่มขึ้นสูงกว่าผู้ติดเชื้อรายใหม่
อย่างไรก็ตามนายแพทย์เฉวตสรร ระบุว่า ผู้ป่วยอาการรุนแรงจะยังคงระดับสูงต่อไปสักระยะ จากการสะสมของผู้ป่วยที่ผ่านมา
“การที่ผู้ติดเชื้อรายใหม่มีแนวโน้มลดลง ถือเป็นทิศทางและสัญญาณที่ดี แต่ยังต้องช่วยกันป้องกันตนเองอย่างเต็มที่ตลอดเวลา ถ้าทุกคนทำได้เต็มที่ มีความเป็นไปได้ที่จะมีการผ่อนคลายและกลับมาใช้ชีวิตปกติแบบ New Normal มากขึ้น” นายแพทย์เฉวตสรรกล่าว

เผยผลตรวจ ATK เป็นบวก 2,339 ราย
นอกจากนี้ ศบค.ยังรายงานด้วยว่า วันนี้มีผู้ป่วยจากการตรวจหาเชื้อโควิดด้วยชุดตรวจ ATK อีกจำนวน 2,339 ราย ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่กทม. รวมสะสม 64,098 ราย โดยเฉลี่ย 7 วันย้อนหลังมีจำนวน 2,235 ราย และเฉลี่ย 14 วันย้อนหลัง 2,602 ราย
สำหรับผู้ขอรับการฉีดวัคซีน ณ วันที่ 25 สิงหาคม 2564 มีผู้รับการฉีดวัคซีน เข็มที่ 1 จำนวน 438,457 ราย เข็มที่ 2 จำนวน 191,248 ราย และเข็มที่ 3 จำนวน 8,216 ราย และระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 25 สิงหาคม 2564 มีผู้รับวัคซีน สะสมทั้งหมด จำนวน 28,835,580 โดส

ไทยป่วยรั้งอันดับที่ 31 ของโลกแล้ว
ส่วนสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ทั่วโลก ข้อมูล ณ วันพฤหัสบดีที่ 26 สิงหาคม 2564 เวลา 10.00 น. มียอดผู้ติดเชื้อรวม 214,721,447 ราย อาการรุนแรง 113,122 ราย รักษาหายแล้ว 192,049,607 ราย เสียชีวิต 4,475,693 ราย
อันดับประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด อันดับหนึ่ง 1.สหรัฐอเมริกา จำนวน 39,157,249 ราย 2.อินเดีย จำนวน 32,557,767 ราย 3.บราซิล จำนวน 20,645,537 ราย 4.รัสเซีย จำนวน 6,804,910 ราย 5.ฝรั่งเศส จำนวน 6,673,336 ราย
สำหรับประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 31 ของโลก จากจำนวนผู้ป่วยสะสม 1,120,869 ราย ซึ่งเป็นอันดับที่เพิ่มขึ้นจากวานนี้(25 ส.ค.) ซึ่งอยู่ที่อันดับ 33 ของโลก

สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด อันดับ 1 ยังเป็นกทม. จำนวน 4,178 ราย รวมยอดสะสม 259,155 ราย รองลงมาเป็นสมุทรปราการ 1,887 ราย สมุทรสาคร 982 ราย ชลบุรี 973 ราย นครราชสีมา 693 ราย นนทบุรี 504 ราย ราชบุรี 493 ราย ระยอง 472 ราย ฉะเชิงเทรา 459 ราย และบุรีรัมย์ 432 ราย(ตามตาราง)

ส่วนผู้เสียชีวิต 229 รายวันนี้ เป็นชาย 127 ราย หญิง 224 ราย เป็นคนไทย 224 ราย จีน 2 ราย เป็นชาวเมียนมา ไต้หวัน และสิงคโปร์ ประเทศละ 1 ราย
ค่ากลางของอายุอยู่ที่ 65 ปี(12-97 ปี) และเป็นกลุ่มผู้สูงอายุและ 7 โรคเรื้อรังรวม 208 ราย คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 91% ปัจจัยเสี่ยงยังมาจากโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจ โรคอ้วน โรคไต และในจำนวนนี้มีเด็กอายุ 12 ปี 1 ราย อยู่ในจ.ชลบุรี เป็นมะเร็งต่อมไพเนียล และมีผู้เสียชีวิตที่บ้าน/ระหว่างนำส่ง 1 ราย อยู่ในกทม.ด้วย
ส่วนจำนวนผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ ยังอยู่ในพื้นที่กทม.มากที่สุด 71 ราย อยู่ในจังหวัดปริมณฑล ได้แก่ ปทุมธานี สมุทรสาคร สมุทรปราการ นครปฐม นนทบุรี รวม 50 ราย จังหวัดทางภาคใต้ ได้แก่ นราธิวาส ปัตตานี ตรัง สงขลา ระนอง ยะลา และชุมพร รวม 22 ราย ที่เหลือกระจายออกไปอีกหลายจังหวัด(ตามตาราง)

ขณะที่สัดส่วนของผู้ติดเชื้อในภาพรวมของทั้งประเทศ เปรียบเทียบกับในพื้นที่ต่างจังหวัด(71 จังหวัด) และกทม.กับปริมณฑลนั้น ล่าสุดตัวเลขพื้นที่ในต่างจังหวัดยังมากกว่าพื้นที่ของกทม.และปริมณฑล โดยในต่างจังหวัดมีผู้ป่วยจำนวน 10,392 ราย คิดเป็น 57% ยอดของกราฟปักหัวขึ้นจากวานนี้ ขณะที่กทม.และปริมณฑลตัวเลขอยู่ที่ 7,958 ราย คิดเป็น 43% ยอดของกราฟปักหัวลงจากวานนี้(ตามกราฟท้ายข่าว )
- อัพเดตชง ศบค. เปิดนั่งกินในร้าน เสริมสวย ร้านกลางแจ้ง เฟสแรก 1 ก.ย.นี้
- ด่วน! ศบค.ชุดเล็ก ชงเปิดห้างถึง 2 ทุ่ม ร้านอาหารนั่งกินได้ 50 %
