เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

“การ์เมนต์” ยอดหดวูบ เวียดนามแซงขึ้นเบอร์ 2 ของโลก

10 ก.ย. 2564 | 07:43น.

อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม 200,000 ล้านใกล้เดี้ยง สมาคมฯชี้ 10 ปีที่ผ่านมามาร์เก็ตแชร์ส่งออกไทยในตลาดโลกร่วงเหลือแค่ 1.6% แถมไม่ติดฝุ่น “เวียดนาม” ที่พุ่งขึ้นแท่นเบอร์ 2 ของโลกรองจากจีนไปแล้ว เตรียมนับถอยหลัง 2 ปีข้างหน้าอาจเปลี่ยนเป็นประเทศผู้นำเข้าเครื่องนุ่งห่ม แถมถูกโควิด-19 ฟาดซ้ำ 3 ปัจจัยลบลูกค้ายังไม่กลับมาทำอุตสาหกรรมฟื้นตัวช้าเข้าไปอีก

วิกฤตโควิด-19 ฟาดใส่อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไปเต็มๆปรากฏ ปี 2563 ภาพรวมการส่งออกติดลบ -16.9% ถือว่าย่ำแย่ที่สุดในรอบ 60 ปี เช่นเดียวกับกับสถานการณ์แฟชั่นแบรนด์ดังทั่วโลกประกาศปิดตัว มาปี 2564 แม้การส่งออก 7 เดือนแรกสามารถพลิกกลับมาเป็นบวก

แต่ทว่าอุตสาหกรรมนี้ก็ยังไม่พ้นวิกฤตจากปัจจัยเสี่ยงการระบาดโควิดระลอกใหม่และมีสัญญาณว่า ในอีก 3 ปีข้างหน้าประเทศไทยอาจต้องเปลี่ยนสถานะจากประเทศผู้ผลิตเครื่องนุ่งห่มรายใหญ่ของโลกกลับกลายมาเป็นประเทศผู้นำเข้าแทน

นายยุทธนา ศิลป์สรรควิชช์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย ประธานสมาพันธ์อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มและประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) กล่าวว่า ส่วนแบ่งตลาด(มาร์เก็ตแชร์) เครื่องนุ่งห่มไทยในตลาดโลกช่วง 10 ปีที่ผ่านมาได้ปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุดเหลือเพียง 1.6% จากปีก่อนหน้านี้ที่มีสัดส่วน 2% ขณะที่ เวียดนาม มีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 12% จนขยับขึ้นเบอร์ 2 ของโลกรองจากจีนที่มีมาร์เก็ตแชร์ 35% และมีอินเดียตามมาเป็นเบอร์ 3 สัดส่วน 10%

“ปัจจุบันไทยส่งออกเสื้อผ้าปีละ 90,000ล้านบาท สิ่งทอ 110,000 รวมกันปีละ 200,000 ล้านบาท โดยการส่งออกปี 2563 หดตัว 17% ขณะที่การนำเข้าเสื้อผ้าสำเร็จรูปกลับเติบโตปีละ 20% ต่อเนื่อง ซึ่งอีก 2-3 ปีข้างหน้าตัวเลขส่งออกและนำเข้าก็จะตัดกัน นั่นหมายความว่า ประเทศไทยจะเปลี่ยนสถานะเป็นผู้ซื้อไม่ใช่ผู้ขายอีกต่อไปและอีก 10 -15 ปีข้างหน้า

เราจะไม่มีการ์เม้นต์ที่ผลิตในประเทศ แม้ว่าตัวเลขจำนวนโรงงานการ์เมนต์จะคงที่นิ่งๆอยู่ประมาณ 2200 โรงงานแต่ยังไม่ได้อัพเดทว่า มีโรงงานเหลือจริงๆเท่าไหร่ ซึ่งผลกระทบนี้ไม่ใช่เพียงแค่โรงงานผลิต แต่ส่วนประกอบในซัพพลายเช่น กระดุม ซิป ถุงหรืออื่นๆก็จะหายไป ส่วนการขยายการลงทุนออกไปข้างนอกเป็นเฉพาะรายใหญ่ๆ ส่วนผู้ประกอบการรายกลางและเล็ก ตายหมดออกไปลงทุนไม่ไหว” นายยุทธนากล่าว

สำหรับในปี 2564 แม้ว่า ภาพรวมการส่งออกสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มของไทยช่วง 7 เดือนแรก(ม.ค.- ก.ค.) 2564 จะขยายตัว 12% มูลค่ารวม 3,702 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งแยกเป็นยอดส่งออกเครื่องนุ่งห่มขยายตัว 4% มูลค่า 1,307 ล้านเหรียญ กับ สิ่งทอขยายตัว 16% มูลค่า 2,395 ล้านเหรียญ แม้ว่าตัวเลขมันจะออกมา “เพิ่มขึ้น” จากปีที่ผ่านมา แต่ก็ไม่ดีเท่าที่ควรถ้าเป็น

“หากสถานการณ์ยังเป็นบบนี้ไปจนถึงสิ้นปี เครื่องนุ่งห่มจะบวกไม่เกิน 10% ทั้งที่ควรจะได้ถึง 15-20% ส่วนสิ่งทอมีโอกาสจะบวกถึง 20% นั่นเป็นเพราะ เสื้อผ้ากีฬาสินค้าหลักส่งออก 40-50% ขยับขึ้นน้อย โดยโอลิมปิกก็ไม่ได้ช่วย เพราะส่งออกไปตั้งแต่ปลายปีแล้วเทียบกับถ้าเป็นช่วงปกติจะกระตุ้นตลาดได้อย่างน้อย 5% ขึ้นไป ขณะที่สิ่งทอบวก 16% เพราะวัตถุดิบนี้ถูกส่งไปผลิตที่ฐานการผลิตอื่นแทนประเทศไทย หากประเมินรายตลาดพบว่า ตลาดหลักฟื้นหมด ยกเว้นญี่ปุ่นที่อาจจะเศรษฐกิจไม่ดี โดยปัจจุบันตลาดอเมริกาสัดส่วน 35% ยุโรป 27% และญี่ปุ่น 12% อาเซียน 3%” นายยุทธนากล่าว

3 ปัจจัยฉุดอุตฯฟื้นช้า

ส่วนประเด็นหลักที่ “ประเทศไทยฟื้นช้า” นั้นเป็นผลจากปัญหาเรื่องโควิด-19 ทำให้ 1)คนงานต่างด้าวกลับประเทศตั้งแต่ปี 2563 แล้วยังไม่กลับมาจึงเกิดการขาดแคลนแรงงาน 10-15%

2) โควิด-19 ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาทำให้โรงงานต้องเปิดปิด ๆ และมีเคอร์ฟิวจนต้องลดระยะเวลาผลิตเหลือแค่ 8 ชั่วโมงจากปกติ 10-11 ชั่วโมงต่อวัน กำลังการผลิตจึงหายไป 10-20% โรงงานใหญ่ที่ไม่สามารถผลิตได้ต้องส่งผ้าโยกไปผลิตที่โรงงานในกัมพูชา-ลาว-เวียดนาม แล้วก็ส่งออกจากประเทศอื่นไปแทนที่จะส่งออกจากไทย

และ 3)ความไม่มั่นใจลูกค้าเพราะคิดว่า ถ้าสั่งผลิตที่ไทยจะผลิตได้เมื่อไหร่ ล่าช้าหรือไม่

“วัคซีนเราก็ฉีดได้น้อย ตัวเลขติดเชื้อโควิด-19 ก็ยังสูง ออร์เดอร์ที่จะส่งมอบวันนี้เค้าวางแผนล่วงหน้าไว้ยาวแล้ว จะมาบอกเขาว่า วันนี้ฉันดีขึ้นแล้วคุณมาซื้อเสื้อผ้าตามปกติซิ มันไม่ใช่ ยอดออเดอร์ต้องสั่งไว้ตั้งแต่ 3-4 เดือนก่อน ฉะนั้นถ้ายังไม่มียอดออเดอร์เข้าไม่ม ก็จะเริ่มส่งผลกระทบตั้งแต่ช่วงนี้เป็นต้นไป ยอดการส่งออกมันก็จะไม่ขึ้นเพราะ การลงออเดอร์มันจบสิ้นไปแล้ว ฉะนั้น 3 ปัจจัยนี้รวมกันจะหายไป 20-30% ขั้นต่ำ“ นายยุทธนากล่าว

อย่างไรก็ตามประเมินว่า ตั้งแต่นี้ไปถึงปลายปี 2564 ประเทศไทยจะประสบปัญหากำลังการผลิต “ที่ขาดหายไป” ในช่วง 4-5 เดือนนี้ นั้นหมายความว่า งานที่ถูกดีเลย์สะสมมาจากการที่โรงงานสิ่งทอต้องเปิดๆปิดๆก็จะถูกเลื่อนมามาผลิตตอนนี้ ทำให้การผลิตกระจุก ดังนั้นโรงงานใดที่มีกำลังการผลิตเหลือตอนนี้เรียกว่า “เป็นช่วงเวลาทอง” แม้เป็นสถานการณ์ที่เต็ม แต่ไม่ได้ดีเหมือนกับเมื่อก่อนและยิ่งต้องทำ Factory Sandbox ก็ยิ่งต้นทุนสูงขึ้น

“สมมุติว่า ปีนี้ส่งออกเครื่องนุ่งห่มขยายตัว 10% แต่ปีที่แล้วติดลบ -17% หักลบกันแล้วเท่ากับปีนี้ยังลบ -7-8% กว่าจะขยับฟื้นไปเหมือนก่อนโควิดต้องอาศัยเวลาปีหน้าอีก 1 ปีหรือประมาณปี 2566 เฉพาะภาคการส่งออกค่อย ๆ ดีขึ้น แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ ตลาดในประเทศที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง นักท่องเที่ยวหายไป ต่อให้เปิดคลายล็อกก็กลับมาไม่ได้เหมือนเดิมเพราะ มีข้อจำกัดหลายข้อ แม้ว่าจะซื้อออนไลน์ได้ง่ายขึ้น แต่ยอดการซื้อต่อคนน้อยลงจากเดิมโดยอัตโนมัติ”

แบรนด์ไทยเจ็บตัวแน่

สำหรับผู้ประกอบการแบรนด์ไทย “กลุ่มแบร์นด์รีเทล” ในห้างสรรพสินค้าต่างๆและ “แบรนด์ห้างค้าส่งโบ้เบ้ประตูน้ำ” โดยเฉพาะ กลุ่มโบ้เบ้ ลูกค้าต่างชาติไม่เข้ามา คนไทยก็ไม่ออกมาจับจ่ายใช้สอย ถึงแม้ว่าคลายล็อกแล้ว กลุ่มนี้น่าจะหยุดไปไม่น้อยกว่า 80% เหลืออยู่ 20% อาจจะกลับมาไม่ถึงครึ่ง

ส่วนแบรนด์ไทยในห้างก็ต้องแข่งขันกับผู้ผลิตเสื้อผ้าแบรนด์ใหญ่ที่มีสายป่านยาวจากต่างชาติ (เช่น ยูนิโคล) ซึ่งสามารถทำตลาดออนไลน์ ลดราคาระบายสต๊อก จนผู้ผลิตแบรนด์ไทยสู้ไม่ได้ แม้จะไปขายออนไลน์เหมือนกัน แต่ความเชี่ยวชาญและสายป่านในการทำการตลาดไทยสู้แบรนด์นอกไม่ได้แล้วอย่างนี้ผู้ประกอบการไทยจะไปรอดได้อย่างไร

ปรับตัวเพื่ออยู่รอด

นายยุทธนา กล่าวว่า การจะอยู่รอดได้ต้องปรับตัวตามเทรนด์โลก จากข้อมูลการวิจัยพบว่ามี 4 ด้านคือ 1)การใช้ข้อมูลผู้บริโภคให้เป็นประโยชน์มากที่สุด เช่น พฤติกรรมลูกค้าต้องทำงานจากบ้านไม่ต้องใส่ชุดทำงาน ต้องปรับขายอะไรให้ตอบโจทย์ 2)การพัฒนาระบบดิจิตอล ออนไลน์ ทำระบบสมาชิกเพื่อสู้ทุกทาง

3)เรื่อง Sustainable ทั้งตัวสินค้า กระบวนการผลิต การได้มาซึ่งสินค้าและผู้บริโภค ต้องชูเรื่องมุ่งรักษาสิ่งแวดล้อม และ 4)Simplicity/simplify ลดความยุ่งยากซับซ้อน สู่ความมินิมอล ซึ่งแบรนด์ดัง เช่น อาร์มานี่อร์เบอรี่ , ไนกี้ , อันเดอร์อาร์มเมอร์ , พูม่า , รีบอกซ์ และ อาดิดาส ต่างทำแบบนี้

“รัฐบาลควรมีมาตรการเร่งด่วนแก้ปัญหาเรื่องโควิด-19 และทำอย่างไรที่จะช่วยรักษาสถานะโรงงานให้ได้ก่อน ต้องมีมาตรการฟื้นฟูอุตสาหกรรม ซึ่งทางสมาคมฯเคยเสนอไป 3 เรื่องคือ การจัดสรรงบประมาณ 200-300 ล้านบาทเพื่อจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา เน้นเฉพาะสินค้าที่มีฟังก์ชัน Medical textile Sport textile และ Industrial textile เหมือน ไต้หวัน-จีน-เกาหลี-ญี่ปุ่น

หากสำเร็จจะช่วยเพิ่มมูลค่านับ 10,000 ล้านบาท 2)การตั้งศูนย์ทดสอบเครื่องนุ่งห่มชนิดพิเศษ เช่น ชุด PPE หรือหน้ากากอนามัยใช้เงินลงทุนประมาณ 100 ล้านต่อยอดผลิตสินค้าที่มีฟังก์ชันราคาสูงได้ลดพึ่งพาต่างชาติ และ 3)การพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมนี้ ตอนนี้แทบจะไม่มีคนอยากเรียนแล้ว ซึ่งต้องทำ 3 เรื่องนี้คู่ขนานกันไป” นายยุทธนากล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การส่งออก เครื่องนุ่งห่ม