เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สรรพสามิต เร่งตรวจสอบเจ้าหน้าที่ หลังถูกกล่าวหาทำร้ายร่างกาย-ลักลอบขายสินค้าหนีภาษี
Finance สรรพสามิต เร่งตรวจสอบเจ้าหน้าที่ หลังถูกกล่าวหาทำร้ายร่างกาย-ลักลอบขายสินค้าหนีภาษี
อิชิตันโหมเครื่องดื่มโค้งท้าย ผนึกไทยโคโค่ผุดสินค้าใหม่
Business อิชิตันโหมเครื่องดื่มโค้งท้าย ผนึกไทยโคโค่ผุดสินค้าใหม่
ร้อยมรดกเมือง เชื่อมสายน้ำ ปรับโฉมเกาะรัตนโกสินทร์
Economic ร้อยมรดกเมือง เชื่อมสายน้ำ ปรับโฉมเกาะรัตนโกสินทร์
อนุทิน มั่นใจเป็นรัฐบาล 1 ปี GDP ดีขึ้น ย้ำยังไร้สัญญาณปรับ ครม.
Politics อนุทิน มั่นใจเป็นรัฐบาล 1 ปี GDP ดีขึ้น ย้ำยังไร้สัญญาณปรับ ครม.
ททท. จับมือ FLYNOW ขับเคลื่อน Soft Power แดนใต้ ผสานแฟชั่น–วัฒนธรรมสู่เส้นทางท่องเที่ยว
Business ททท. จับมือ FLYNOW ขับเคลื่อน Soft Power แดนใต้ ผสานแฟชั่น–วัฒนธรรมสู่เส้นทางท่องเที่ยว
จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
SD Talk จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
ม.หอการค้าฯ หวั่น ‘ฟองสบู่ AI’ ทำศก.ไทยสะดุด 1.17 แสนล้าน
Economic ม.หอการค้าฯ หวั่น ‘ฟองสบู่ AI’ ทำศก.ไทยสะดุด 1.17 แสนล้าน
ภูมิธรรมซัดส้ม ไม่มีสิทธิ์เรียกร้อง เตือนไม่ฟัง! เขากระโดง-ฮั้ว สว.จบ หากยกให้ พท.
Politics ภูมิธรรมซัดส้ม ไม่มีสิทธิ์เรียกร้อง เตือนไม่ฟัง! เขากระโดง-ฮั้ว สว.จบ หากยกให้ พท.
สมาคมนักข่าวฯ อบรม“AI For Journalists” หลักสูตรพื้นฐานยกระดับการใช้งาน AI นักข่าวภูมิภาค
Biz Movement สมาคมนักข่าวฯ อบรม“AI For Journalists” หลักสูตรพื้นฐานยกระดับการใช้งาน AI นักข่าวภูมิภาค
รัฐบาล ไร้งบโครงการใหม่ช่วย ‘กัมพูชา’ แจง 18 ล้านดอกเบี้ยสัญญาเดิม
Politics รัฐบาล ไร้งบโครงการใหม่ช่วย ‘กัมพูชา’ แจง 18 ล้านดอกเบี้ยสัญญาเดิม
ดูทั้งหมด

จุรินทร์ ลุยโครงการ “จับคู่กู้เงิน คลายทุกข์ SMEs”

22 ก.ย. 2564 | 16:25น.

จุรินทร์ ลุย “จับคู่กู้เงิน คลายทุกข์ SMEs” ประกาศแผนรัฐบาล “ฝ่าโควิด-19” ช่วยผู้ประกอบการ ร้านอาหาร-ส่งออก

วันที่ 22 กันยายน 2564 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวปาฐกถาพิเศษงาน Virtual Seminar “จับคู่กู้เงิน คลายทุกข์ SMEs” ว่า การเข้าถึงแหล่งเงินทุนถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ โครงการจับคู่กู้เงินที่กระทรวงพาณิชย์กับสถาบันการเงินได้จับมือกันจัดขึ้น เพราะช่วงที่ผ่านมาที่เราเกิดวิกฤติโควิด-19 ปัญหาใหญ่คือร้านอาหารจำนวนมากขาดเงินหมุนเวียนเพื่อประกอบธุรกิจร้านอาหารได้ต่อไป และ SMEs ส่งออกก็ต้องการแรงสนับสนุนจากภาครัฐ นอกจากเงินทุนหมุนเวียนและต้องการเห็นภาครัฐเข้าไปมีบทบาทสำคัญในการเพิ่มศักยภาพด้านการผลิต การตลาด โดยเฉพาะการต้องปรับตัวเข้าสู่โลกยุค New Normal โครงการจับคู่กู้เงิน 2 โครงการจึงเกิดขึ้น

 

สำหรับโครงการจับคู่กู้เงิน สถาบันการเงินกับร้านอาหารต้องขอขอบคุณสถาบันการเงิน 5 แห่ง 1.ออมสิน 2.ธ.ก.ส. 3.กรุงไทย 4.SME D Bank และ 5.บสย. ตัวเลขร้านอาหารทั่วประเทศที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้ามีจำนวน 15,967 ราย แต่ที่เป็นบุคคลธรรมดา ถึง 103,000 ราย รวมร้านอาหารที่จดทะเบียนทั่วประเทศมีถึง 118,967 ราย เกิดการจ้างงานถึง 1,000,000 คน โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนมิถุนายนปีนี้และผลจนถึงวันนี้ปิดโครงการแล้ว สามารถให้ 5 สถาบันการเงิน ปล่อยเงินกู้ให้ร้านอาหารได้ถึง 2,892 ราย เป็นวงเงิน 2,622 ล้านบาท เฉลี่ย 700,000 บาทถึง 1,000,000 บาทต่อราย สามารถช่วยคนตัวเล็กได้จริง

เพราะในวงเงินทั้งหมดที่ปล่อยกู้เป็นสตรีตฟู้ดหรือร้านอาหารริมถนนรายย่อยถึง 73% จำนวน 2,111 ราย วงเงินกู้ 1,914 ล้านบาท ร้านอาหารจำนวนมาก 5 ลำดับแรกอยู่ในต่างจังหวัด ทั้งสิ้น 1.อุดรธานี 465 ราย 763 ล้านบาท 2.ขอนแก่น 171 ราย 288.3 ล้านบาท 3.นครราชสีมา 323 ราย 239 ล้านบาท 4.ภูเก็ต 45 ราย 21 ล้านบาท และ 5.เชียงใหม่ 5 ราย 2.7 ล้านบาท ซึ่งช่วยคนตัวเล็กในต่างจังหวัดด้วยถือว่าบรรลุเป้าหมายทั้งหมดตามที่ได้ตั้งไว้

และโครงการที่ 2 จับคู่กู้เงินสถาบันการเงิน กับ SMEs ส่งออก ประเทศไทยมี SMEs ประมาณ 3,100,000 ราย เป็น SMEs ส่งออกประมาณ 30,000 ราย คือเป้าหมายที่กระทรวงพาณิชย์กับสถาบันการเงินโดยเฉพาะ EXIM Bank จับมือกับกระทรวงพาณิชย์จัดโครงการจับคู่กู้เงิน สถาบันการเงินกับ SMEs ส่งออก เป็นสถาบันการเงินหลักร่วมกับ บสย. ในยอดส่งออกรวม 100% ยอดส่งออกที่เป็น SMEs มาร์เก็ตแชร์ 11% ถือว่าน้อยมากทั้งที่มีปริมาณมาก เป็นกลุ่มที่รัฐต้องเข้าไปช่วยดูแลโดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์ตั้งแต่ต้น รับหน้าที่ได้ช่วยดูแล SMEs ในหลายเรื่อง คือ

1.จัดตั้ง กรอ.พาณิชย์เพื่อจับมือระหว่างกระทรวงพาณิชย์กับเอกชนทำงานร่วมกัน แต่เรายังขาดตัวแทนที่เป็นเอสเอ็มอีโดยเฉพาะ จากนี้ไปเราจะนำสมาพันธ์ SMEs เข้ามาร่วมเป็น กรอ.พาณิชย์ เพื่อช่วยสะท้อนปัญหาจับมือเดินไปข้างหน้าต่อไป 2.เน้น SMEs ในต่างจังหวัดสร้างผลิตผล มูลค่าสูง ทำรายได้ให้กับภาคการผลิตและการส่งออก ส่งเสริมให้ภาคการผลิตจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาโดยเฉพาะสินค้า GI 3.มุ่งเน้นการเปิดด่านเพื่อส่งเสริมการค้าชายแดน

4.การจัดงานแสดงสินค้านานาชาติในต่างประเทศ ให้จัดพื้นที่พิเศษกับ SMEs 5.เร่งส่งเสริมภาคบริการยุคใหม่ ทั้งเรื่องคอนเทนท์ การส่งเสริมภาคบริการสุขภาพการบริการด้านการศึกษา 6.สร้างแม่ทัพบุกตลาดในประเทศและตลาดโลกรุ่นใหม่ ในการเข้ามาทำรายได้ให้ประเทศ เป็นต้น

“ในภาพของรัฐบาลมีคณะกรรมการที่เรียกว่าคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมหรือ SMEs และในปี 2565 จะเอาเงินให้กับกองทุนส่งเสริม SMEs 1,224 ล้านบาท เมื่อรวมผลงานของโครงการจับคู่กู้เงิน 2 โครงการ 1.ร้านอาหาร 2.SMEs ส่งออกที่ยังเดินหน้าต่อโครงการที่ 1 สามารถช่วยได้ 2,892 รายเป็นเงิน 2,622 ล้านบาท โครงการ 2 ช่วยได้ 252 ราย เป็นเงิน 1,600 ล้านบาท รวมทั้ง 2 โครงการ สามารถช่วยได้ 3,144 ราย เป็นเงิน 4,222 ล้านบาท

และที่สำคัญสามารถช่วยคนตัวเล็กจริง ช่วยร้านอาหารสตรีตฟู้ด ร้านอาหารรายย่อยได้ 2,111 ราย 1,900 กว่าล้านบาท และกระจายไปยังต่างจังหวัดเป็นส่วนใหญ่ กระจายไปภาคการผลิตต่าง ๆ ไม่ว่าสินค้าอุตสาหกรรม สินค้าเกษตร ภาคการเกษตร การสื่อสาร และโลจิสติกส์ เป็นต้น หวังว่า SMEs ส่งออกจะได้มาใช้ประโยชน์ในโครงการจับคู่กู้เงินสถาบันการเงินกับ SMEs ส่งออกต่อไป”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์