เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

พลังประชารัฐพักรบ “ธรรมนัส” เป็นต่อ “ประวิตร” คุมเกมสภาเบ็ดเสร็จ

30 ต.ค. 2564 | 10:30น.

และแล้วการ “ล้างไพ่” กรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคพลังประชารัฐ “รื้อ” โครงสร้างอำนาจ “ขั้วผู้กองธรรมนัส” ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ต้อง “พักรบ” เมื่อ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ทิ้ง “ไพ่ตาย” ประกาศ “ลาออก”

28 ตุลาคม 2564 “วันเผด็จศึก” เก้าอี้แม่บ้านพลังประชารัฐ ของ “ผู้กองธรรมนัส” ต้อง “เลื่อนออกไป” กลายเป็นเวทีปรองดอง-สมานฉันท์ “เสี่ยเฮ้ง” สุชาติ ชมกลิ่น และ “เสี่ยโอ๋” ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ กับ วิรัช รัตนเศรษฐ “ตัวแทน 4 ช.” กอดคอ “สงบจบที่ลุงป้อม”

ทว่า กลับ “ไร้เงา” ร.อ.ธรรมนัส และ “กลุ่มสามมิตร” ทั้ง “เสี่ยแฮงค์” อนุชา นาคาศัย-สมศักดิ์ เทพสุทิน-สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และ “สันติ พร้อมพัฒน์” ร่วม “ฉากเลิฟซีน”

อย่างไรก็ตาม “ผู้กองธรรมนัส” ถูก “เซตซีโร่” คุม 10 หัวหน้าภาค โดยให้ ส.ส.ในแต่ละภาคไป “เลือกกันเอง” จากเดิมที่มาจากการ “แต่งตั้ง”

รวมถึงปรับ “โครงสร้างการทำงานของพรรค” เพื่อ “สานภารกิจ” ให้พลังประชารัฐเป็น “สถาบันทางการเมือง” ที่มี “พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเป็น “คีย์แมน”

เบื้องหลังปฏิบัติการ “เขย่าเก้าอี้” ร.อ.ธรรมนัส ไม่ถึง “วันพิพากษา” กลุ่ม “6 รัฐมนตรี” กำใบลาออก เปิดหน้าชก-เปิดจุดอ่อน “ผู้กองธรรมนัส” แข็งข้อกับ พล.อ.ประยุทธ์-ไม่เป็นเนื้อเดียวกันกับรัฐบาล

ทว่า “องครักษ์พิทักษ์บิ๊กป้อม” ต้องการรักษาระบบพรรค-ปกป้อง พล.อ.ประวิตร แต่ในทางกลับกัน “ผู้กองธรรมนัส” ก็ได้รับ “อานิสงส์” ไปโดยปริยาย

ไม้เด็ดของเสียงคำราม-ขู่ลาออกของ “บิ๊กป้อม” คือ การงัด “กฎเหล็ก” พรรคการเมือง มาตรา 29 และมาตรา 28 ทั้งปราบ-ปราม กก.บห.พรรค “สาย 6 รัฐมนตรี” และ กก.บห.พรรคที่ยัง “ลังเล”

“ไม่ได้ปกป้องธรรมนัส ต้องการรักษาระบบพรรคการเมือง ไม่ให้พรรคถูกยุบ ถ้าเป็นไปตามแผนที่ออกมา ปลด ร.อ.ธรรมนัสได้ ถือว่าความผิดสำเร็จ และ พล.อ.ประยุทธ์อาจต้องมีความผิดตามกฎหมายพรรคการเมืองด้วย ต้องรักษาหัวหน้ารัฐบาลไว้ ต้องการรักษาหัวหน้าพรรคไว้ ถ้า กก.บห.พรรคลาออกเกินครึ่ง หัวหน้าพรรคก็ต้องหลุดจากตำแหน่งทันที”

ชะตาชีวิตทางการเมืองของ ร.อ.ธรรมนัส “พลิกผัน” จาก เจียนอยู่-เจียนไป กลับมา “ฟื้นคืนชีพ” อีกครั้ง

“บรรยากาศการประชุมดีมาก ลงไปกอดคอกันเพื่อแสดงให้เห็นว่า จบที่ พล.อ.ประยุทธ์ จริง ๆ แม้ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเหมือนพรรคเพื่อไทย แต่จะมีแต่แข็งแรงขึ้น ภายใต้การนำของ พล.อ.ประวิตร ทะเลาะกันยังไงหัวหน้าก็เอาอยู่ แต่ถ้าไม่มี พล.อ.ประวิตร ทะเลาะไม่เลิกไปไม่รอด พล.อ.ประวิตรเท่านั้นที่มีทั้งบารมี มีทุกอย่าง ถึงจะจบได้ พล.อ.ประวิตร คือ ความมั่นคงของพรรคพลังประชารัฐ กระเพื่อมทุกครั้ง หัวหน้าก็เอาอยู่ทุกที” กก.บห.ในวงประชุม 28 ตุลาคม ระบุ

วีรกรรม “ลูบคม” พล.อ.ประยุทธ์ ของ “ผู้กองธรรมนัส” ย้อนกลับตั้งแต่การลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจ เมื่อ “แผนโค่นประยุทธ์” ที่ถูกกำไว้ “ลับสุดยอด” ได้ถูก “เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด” ข่าวรั่วเสียก่อน

แม้ “พล.อ.ประวิตร” จะเป็น “คนกลาง” เปิด “บ้านป่ารอยต่อ 5 จังหวัด” ปิดห้อง-เคลียร์ใจระหว่าง “คู่ขัดแย้ง” ทว่า “ผลโหวต” ที่ออกมาปรากฏว่า “พล.อ.ประยุทธ์” ได้คะแนนไว้วางใจ “รองบ๊วย” และคะแนนไว้วางใจ “บ๊วย”

เป็นที่มาของการ “ปลดฟ้าผ่า” รัฐมนตรี 2 ช.-ร.อ.ธรรมนัส รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พ่วง “นฤมล ภิญโญสินวัฒน์” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงานในขณะนั้น

หลังจากนั้นก็เกิดภาพการ “วัดพลัง” ระหว่าง “บิ๊กป้อม” กับ “บิ๊กตู่” ในการ “ลงพื้นที่” ตรวจราชการต่างจังหวัด ส.ส.พลังประชารัฐไปแห่รับ พล.อ.ประวิตร “มากกว่า พล.อ.ประยุทธ์”

จึงเข้าทาง “กลุ่มล้มธรรมนัส” ที่เคยถูก “แทงข้างหลัง” ในศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ

ความ “ไม่น่าไว้วางใจ” ในตัวของ “ผู้กองธรรมนัส” อาจจะไม่เสนอชื่อ “บิ๊กตู่” เป็นนายกรัฐมนตรีในบัญชีพรรคพลังประชารัฐ และการ “ออฟไซต์” ทำให้ ร.อ.ธรรมนัส “สะดุดขาตัวเอง”

ส่วนการทำโพล 14 ส.ส.ภาคใต้ เป็นเพียง “ตัวเร่ง” ในการ “เขี่ย” ร.อ.ธรรมนัส ให้พ้นวงโคจรอำนาจ ไม่ให้เกิดการ “ล้างแค้น” ในการตัดสินใจ “ส่ง” หรือ “ไม่ส่ง” ใครลงเลือกตั้งครั้งหน้า และการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจ-ยกมือโหวตกฎหมายสำคัญในสภา

อย่างไรก็ตาม เมื่อไม่สามารถ “สลัด” ร.อ.ธรรมนัส ให้พ้นจากการกำหนดทิศทาง-เกมในสภาได้ หลังจากนี้ “ระเบิดเวลา” ที่รอ “บิ๊กตู่” อยู่ เช่น การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคฝ่ายค้าน

ร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 พ.ศ. …. เป็น “กฎหมายฉุกเฉิน” ที่จะนำมามาใช้ทดแทน พ.ร.ก.การบริหารราชการสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548

“พ.ร.ก.วาด้า” หลังจากองค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก (World Anti-Doping Agency : WADA) ประกาศแบนนักกีฬาไทย ไม่ให้จัดการแข่งขัน-ส่งนักกีฬาไทยในการแข่งขันกีฬาระดับชาติ เป็นระยะเวลา 1 ปี

ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2566 และรัฐบาลเตรียมออกร่าง พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิด-19 วงเงินไม่เกิน 1.2 ล้านล้านบาท หลังจากขยายเพดานหนี้สาธารณะจากไม่เกิน 60% เป็นไม่เกิน 70%

“พล.อ.ประยุทธ์” จึง “แก้เกม” ด้วยการให้คณะกรรมการพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) มาประชุมที่ทำเนียบรัฐบาลแทน เพื่อไม่ให้ “ไกลหูไกลตา” เหมือนในยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์-รัฐบาลอภิสิทธิ์

“วันนี้ถือว่าคุยกันรู้เรื่องแล้ว และมอบให้หัวหน้าพรรคขับเคลื่อนหรือดำเนินการเรื่องต่าง ๆ พรรคสนับสนุนรัฐบาล เดินหน้างานในสภาให้ราบรื่น โดยเฉพาะการลงมติในกฎหมายสำคัญของรัฐบาลต้องจับมือกันขับเคลื่อนให้ผ่านทุกฉบับ ลงมติกฎหมายทุกฉบับให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน สนับสนุนการทำงานของรัฐบาลต่อไป” ชัยวุฒิ 1 ใน 6 รัฐมนตรี คู่กรณีออกมาเปิดเผยบทสรุป

ฉากจบของวางประชุม 21 กก.บห.พรรค เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2564 เป็นเพียง “ฉากรัก” ของ “ก๊วนเพื่อนซี้” ที่เคยร่วมวงเหล้ากันมาก่อน ทั้งสุชาติ-ชัยวุฒิ และวิรัช ที่กลับมาคืนดีกันได้ไม่ยากเย็น

แต่ “คู่ขัดแย้ง” ตัวจริง-เสียงจริง ทั้ง พล.อ.ประยุทธ์-สันติ-สุชาติ และ 3 แกนนำสามมิตร กับ “ร.อ.ธรรมนัส” ยังคง “ผีไม่เผาเงาไม่เหยียบ” โดยเฉพาะ พล.อ.ประวิตร จะตอบคำถาม พล.อ.ประยุทธ์อย่างไร ที่ยังเก็บ “ร.อ.ธรรมนัส” ไว้ข้างตัว

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พรรคพลังประชารัฐ