เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

การหาพนักงาน (แนวใหม่)

20 ก.ค. 2560 | 22:45น.

คอลัมน์ เอชอาร์คอร์เนอร์

โดย พิชญ์พจี สายเชื้อ วิลลิส ทาวเวอร์ส วัตสัน (ประเทศไทย)

เนื่องจากในประเทศไทย อัตราการลาออกของพนักงานสูง ซึ่งเป็นผลมาจากการที่เราขาดแคลนคนเก่งในตลาดแรงงาน หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า “Talent Shortage” จึงทำให้เมื่อมีคนลาออกจะหาคนมาทดแทนค่อนข้างยาก หามาแทนยากแล้ว ที่ยากกว่าคือให้เขาอยู่นาน ๆ ไม่ใช่เข้ามา 3 เดือน 6 เดือนยังไม่ทันเรียนรู้งานก็ออกแล้ว เพราะฉะนั้น งานการสรรหาพนักงาน หรือที่เดี๋ยวนี้เรียกกันว่า Talent Acquisition (สมัยก่อนเรียกว่า Recruitment หรือ Hiring นะคะ) มีความสำคัญ และกำลังมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากเพื่อให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และไม่ให้เกิดผลกระทบต่อธุรกิจ

ทราบไหมคะว่าการสรรหาคน (ที่ทำได้ไม่ดี) มีผลกับ Productivity ขององค์กรมาก ซึ่งผลการสำรวจบอกไว้ดังนี้

  • พนักงานระดับผู้บริหารใช้เวลา 12 เดือนถึงจะทำงานได้ในระดับที่องค์กรคาดหวัง
  • พนักงานระดับผู้จัดการใช้เวลา 8.5 เดือน ถึงจะทำงานได้ในระดับที่องค์กรคาดหวัง
  • พนักงานระดับผู้เชี่ยวชาญ 7 เดือน ถึงจะทำงานได้ในระดับที่องค์กรคาดหวัง
  • พนักงานระดับช่างหรือคนทำงานสนับสนุน ใช้เวลา 6 เดือน ถึงจะทำงานได้ในระดับที่องค์กรคาดหวัง
  • พนักงานระดับคนงานใช้เวลาสั้นสุดแต่ก็ตั้ง 4.5 เดือนนะคะ

โดยค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานี้เฉลี่ยประมาณ 723,000 บาทต่อคน

ซึ่งเป็นตัวเลขน่าตกใจ ลองคิดดูว่าถ้าเรามีพนักงานลาออก และต้องจ้างใหม่ แค่ 10 คนต่อปี จะเป็นค่าใช้จ่ายแฝงของบริษัทไปแล้ว 7 ล้านบาทนะคะ (ต้องขายของแทบแย่กว่าจะได้คืนมา) โดยปัญหาหลักในการสรรหาพนักงานที่ไม่มีประสิทธิภาพในปัจจุบันได้แก่

1.หาคนมาได้ แต่ไม่เข้ากับวัฒนธรรมองค์กร ที่สุดก็อยู่ได้ไม่นาน (ถ้าเข้ามาแล้วไม่ฟิตกับองค์กร เดี๋ยว ๆ ก็ออก ต้องหาใหม่อีก มีค่าใช้จ่ายอีก ธุรกิจก็ไม่ต่อเนื่อง)

2.หาคนได้ไม่ทันเวลาทำให้บริษัทสูญเสียโอกาสทางธุรกิจไป (อันนี้หัวหน้างานบ่นประจำ ทำไมหาคนไม่ได้ หาได้ช้า ไม่ทันใช้งาน)

3.หาผู้สมัครได้มาก แต่ไม่ตรงกับที่ต้องการ (บางทีได้รับใบสมัครมาเป็นสิบแต่มีตรงกับที่ต้องการแค่หนึ่งหรือสองเท่านั้น)

4.หาคนได้ไม่รองรับความต้องการในอนาคต องค์กรเปลี่ยน เทคโนโลยีเปลี่ยน แต่ไม่ได้หาคนที่มีทักษะเหมาะสมกับสิ่งที่เปลี่ยนไป เข้ามาแล้วพอเกิดการเปลี่ยนแปลงก็ทำไม่ได้แล้ว ต้องหาใหม่อีก

5.กระบวนการสรรหาพนักงานเยิ่นเย้อ ยืดยาว ไม่ทันการ ทำยังไงให้กระชับ ฉับไว มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล

ดังนั้น ดิฉันมีเคล็ดลับในการสรรหาพนักงานยุคใหม่มาฝากค่ะ

เคล็ดลับ # 1 – การใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการสรรหาพนักงาน เทคโนโลยีนี้ไม่ใช่เฉพาะการมีซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ในการสรรหาผู้สมัครนะคะ แต่รวมถึงการใช้ข้อมูลในการวิเคราะห์ เพื่อให้ได้มาซึ่งผู้สมัครที่มีคุณภาพตรงกับความต้องการทั้งปัจจุบัน และอนาคต

โดยการเริ่มใช้ Algorithm ในการกำหนดกฎเกณฑ์ในการสรรหาผู้สมัครจากฐานข้อมูลอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ได้ผู้สมัครที่มีคุณภาพตามที่ต้องการ มีตัวอย่างหนึ่งที่น่าสนใจคือผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ร่วมกับไมโครซอฟท์ระบุว่าพฤติกรรมการกดไลก์สามารถบ่งบอกถึงตัวตนของแต่ละคนได้

โดย Algorithm จะเอาพฤติกรรมการกดไลก์มาจับคู่กับข้อมูลแบบทดสอบบุคลิกภาพ ผลที่ออกมามีความแม่นยำสูงมาก ซึ่งบางอย่างเราคาดไม่ถึง ตัวอย่างเช่น ผลทดสอบพบว่าคนที่กดไลก์ภาพ Curly Fries (เฟรนช์ฟรายประเภทหนึ่ง) มักมีไอคิวสูง (แปลกไหมคะ)

เคล็ดลับ # 2 -การสร้าง Candidate Experiences หมายถึงการที่เราทำให้ผู้สมัครงานกับเรามีความรู้สึกดี ๆ กับองค์กร สำคัญอย่างไร ต้องลองดูตัวอย่างนี้นะคะ บริษัทด้านโทรคมนาคมใหญ่แห่งหนึ่งในอเมริกาทำการเก็บข้อมูลผู้สมัครงานในรอบ 18 เดือนพบว่าผู้สมัครจำนวน 7,600 คนที่บริษัทไม่รับเข้าทำงานทำการยกเลิกการใช้บริการกับบริษัท

จนทำให้บริษัทสูญเสียรายได้ไปเป็นเงิน 7 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งจำนวนเงินนี้เท่ากับงบประมาณของ HR ของบริษัททั้งปี

เคล็ดลับ # 3 – การสร้าง Employer Branding ที่ดี จะเป็นตัวดึงดูดคนเก่ง ๆ เข้ามาในองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด ตัวอย่างยอดฮิตก็ Google ไงคะ ทำไมใคร ๆ ก็อยากทำงานกับ Google ก็เพราะเขามี Employer Branding ที่ดี ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของเขาได้

เคล็ดลับ # 4 – การมีกระบวนการ Onboarding ที่เหมาะสม กระบวนการ Onboarding หมายถึงกระบวนการที่จะเกิดตั้งแต่บริษัทตอบรับเข้าทำงานเพื่อให้ผู้สมัครมีความรู้สึกดี ๆ กับบริษัทตั้งแต่ก่อนเข้ามาทำงาน (จะได้อยู่นาน ๆ ไม่ออกตั้งแต่ 3 เดือน 6 เดือนแรก) สิ่งที่มักทำเช่นเมื่อมีการตอบรับเข้าทำงาน แต่ยังไม่ได้มาทำงาน หัวหน้างานจะส่งอีเมล์ไปหาผู้สมัครต้อนรับเข้าสู่องค์กร หรือวันแรกเข้างาน ก็จะมีการต้อนรับ แนะนำ หรือกำหนดบัดดี้ให้ เพื่อให้เขารู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร

การทำแบบนี้ทำให้พนักงานที่เข้ามาทำงานใหม่ ไม่รู้สึกแปลกแยก และสามารถเข้ากับวัฒนธรรมองค์กรได้ดี และง่ายขึ้น ซึ่งการทำกระบวนการ Onboarding ที่มีประสิทธิภาพจากสถิติแล้วจะสามารถลดอัตราการออกภายในปีแรกไปได้มากเลยทีเดียว