โครงการรถไฟเริ่มเดินหน้าแล้ว ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
โดย จิม คาเมรอน HSBC
อาเซียนถือเป็นกลุ่มประเทศที่ทรงพลังทางเศรษฐกิจ โดยทั้ง 10 ชาติสมาชิกอาเซียนซึ่งมีความแตกต่างหลากหลาย อย่างสิงคโปร์ และกัมพูชา มีประชากรรวมกันถึง 630 ล้านคน และมีจีดีพีรวมกันขนาดใหญ่เท่ากับจีดีพีของสหราชอาณาจักร
แม้กระนั้น อาเซียนก็ยังจำเป็นจะต้องลงทุนเพื่ออนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง เพื่อปลดปล่อยศักยภาพทางเศรษฐกิจที่แท้จริง
ตัวอย่างเช่น การขนส่งทางรถไฟ การค้าระหว่างอาเซียนและจีน คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวในระหว่างนี้ถึงปี 2568 แต่การคมนาคมขนส่งทางรถไฟจำเป็นที่จะต้องมีการปรับปรุงขนานใหญ่ เพื่อรองรับการค้าที่คาดว่าจะขยายตัว
โครงการโครงข่ายทางรถไฟแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นหนึ่งใน 7 เส้นทางการคมนาคมตามแผน Belt and Road ของจีน เป็นหนทางหนึ่งที่จะช่วยแก้ไขปัญหา โดยเป็นโครงการก่อสร้างทางรถไฟความยาวถึงกว่า 7,000 กิโลเมตรจากมณฑลยูนนานของจีนผ่านลาว กัมพูชา ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย รวมถึงเส้นทางรถไฟสายย่อย ๆ ที่เชื่อมโยงพื้นที่แหล่งสินค้าโภคภัณฑ์และอุตสาหกรรมของประเทศเหล่านี้กับท่าเรือขนส่งสินค้าขนาดใหญ่
ทั้งนี้ หลายโครงการเริ่มเห็นเป็นรูปเป็นร่างแล้ว ดังเช่น
– เดือนสิงหาคม 2560 รัฐบาลไทยอนุมัติงบประมาณ 5.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อก่อสร้างเส้นทางรถไฟสายกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ความยาว 252 กิโลเมตร
– มาเลเซียวางแผนจะลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งในอีกหลายปีจนถึงปี 2563 โดยเตรียมจะใช้งบประมาณ 75 พันล้านเหรียญสหรัฐจาก 85 พันล้านเหรียญสหรัฐไปในการปรับปรุงทางรถไฟ ซึ่งรวมไปถึงโครงการรถไฟทางคู่มูลค่า 2 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยจะเป็นการพัฒนาระบบรางความยาว 197 กิโลเมตร ทั้งนี้ เมื่อแล้วเสร็จจะช่วยย่นระยะเวลาการเดินทางจากตอนใต้ของคาบสมุทรมาเลเซียไปยังกัวลาลัมเปอร์ให้เหลือเพียง 3.5 ชั่วโมง จากเดิม 6 ชั่วโมง
– เดือนเมษายน 2560 จีนและอินโดนีเซียเห็นชอบในข้อตกลงก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อมระหว่างกรุงจาการ์ตาและบันดุง ซึ่งเป็นเมืองขนาดใหญ่อันดับ 4 ของอินโดนีเซีย การก่อสร้างเส้นทางรถไฟความยาว 142 กิโลเมตร ซึ่งคาดว่าจะใช้งบประมาณราว 5.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ จะช่วยลดระยะเวลาการเดินทางจาก 3 ชั่วโมงกว่าเหลือเพียง 40 นาที
“ประมาณปลายปี 2560 คาดว่ารัฐบาลสิงคโปร์และมาเลเซียจะประกาศให้จัดการประกวดราคาเพื่อก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเส้นทางกัวลาลัมเปอร์-สิงคโปร์ ความยาว 350 กิโลเมตร มูลค่า 15 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยโครงการมีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2569 และจะช่วยให้การเดินทางไปมาระหว่างเมืองใช้เวลาเพียงแค่ 90 นาที
การเชื่อมโยงกันเป็นโครงข่ายเส้นทางรถไฟแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะเป็นการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ในภูมิภาค นอกจากจะขจัดปัญหาคอขวดในการขนส่งสินค้าระหว่างจีนและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้ว ยังจะกระตุ้นให้ปริมาณการค้าในภูมิภาคเพิ่มขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย นั่นคือ สามารถขนส่งสินค้าไปยังท่าเรือได้รวดเร็วขึ้น และเพิ่มผลิตภาพของแต่ละประเทศโดยช่วยให้ผู้คนสัญจรไปมาได้อย่างสะดวกสบายและรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม การดำเนินโครงการขนาดมหึมาเช่นนี้ไม่ได้เป็นไปอย่างราบรื่นเสมอไป โครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่จำเป็นต้องมีการวางแผนและออกแบบอย่างเหมาะสม เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและไม่ก่อให้เกิดปัญหาทางสังคมและสิ่งแวดล้อม มาตรฐานการก่อสร้างและการดำเนินงานที่แตกต่างกันในเชิงปฏิบัติ รวมถึงความไม่สอดคล้องกันในด้านกฎหมายและกฎระเบียบ อาจจะนำไปสู่ปัญหาและอุปสรรคได้เช่นกัน
อย่างไรก็ดี การก่อตั้งประชาคมอาเซียนเมื่อ 50 ปีที่แล้วได้วางรากฐานความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค และในวันนี้โครงข่ายทางรถไฟแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้หยิบยื่นโอกาสแก่ประเทศสมาชิกอาเซียนที่จะแสดงศักยภาพในการร่วมมือกันขับเคลื่อนโครงการที่ซับซ้อนเหล่านี้
ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวจะก่อให้เกิดผลดีในระยะยาว การสานสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นระหว่าง 10 ชาติสมาชิกอาเซียนและประเทศเพื่อนบ้านอย่างจีน จะช่วยให้อาเซียนซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีพลวัตมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลกสามารถแสดงศักยภาพทางเศรษฐกิจได้อย่างเต็มที่