ผู้ช่วยโฆศกศบค.เผยสัปดาห์หน้ามีประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ครบรอบการพิจารณาผ่อนคลายมาตรการเพิ่มเติม แม้ตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่ม ยันต้องการผ่อนคลายกิจการ กิจกรรม และต้องการให้ประชาชนกลับดำเนินชีวิตได้ใกล้เคียงกับปกติมากที่สุด
วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2565 แพทย์หญิงอภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) กล่าวช่วงหนึ่งระหว่างแถลงสถานการณ์ประจำวันว่า ในสัปดาห์หน้าจะครบระยะเวลาที่ ศบค.ชุดใหญ่จะพิจารณาทิศทางของการผ่อนคลาย หรือการกำหนดมาตรการต่าง ๆ ซึ่งเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2565 ที่ผ่านมาได้มีการประกาศตามมาตรการตามข้อกำหนดฉบับที่ 42 ดังนั้นสัปดาห์นี้จะเป็นช่วงที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทุกกระทรวง จะมีการเก็บข้อมูลนำเข้ามาวิเคราะห์ เพื่อที่จะเป็นแนวทางในการเสนอต่อ ศบค.ชุดใหญ่

“ถึงแม้ว่าวันนี้จะมีผู้ติดเชื้อ 9,172 ราย อาจจะทำให้หลายคนมีความเป็นห่วง ขอเรียนว่าศบค.ชุดใหญ่จะพิจารณาอย่างรอบด้าน โดยที่ประเทศชาติต้องปลอดภัย ประชาชนต้องปลอดภัย รวมทั้งกิจการ กิจกรรมสามารถที่จะผ่อนคลายให้ประชาชนดำเนินชีวิตได้ใกล้เคียงกับปกติมากที่สุด” แพทย์หญิงอภิสมัยกล่าว

สำหรับสถานการณ์การติดเชื้อในประเทศไทย วันนี้ (3 ก.พ.) พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 9,172 ราย แบ่งเป็นผู้ป่วยในประเทศ จำนวน 8,950 ราย จากการค้นหาเชิงรุกจำนวน 34 ราย จากเรือนจำ จำนวน 61 ราย และผู้ที่เดินทางจากต่างประเทศ จำนวน 222 ราย ซึ่งทำให้มีจำนวนผู้ป่วยรวมสะสม 242,288 ราย
ในส่วนของผู้ที่หายป่วยวันนี้ มีจำนวน 7,832 ราย รวมหายป่วยสะสม 190,588 ราย มีผู้ป่วยที่กำลังเข้ารับการรักษาอยู่ 84,413 ราย แบ่งเป็นผู้ป่วยอาการหนัก 517 ราย และใส่เครื่องช่วยหายใจ 107 ราย ขณะที่ตัวเลขผู้เสียชีวิตในวันนี้ มีจำนวน 21 ราย รวมเสียชีวิตสะสม 22,228 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.90

ส่วนสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลก ทางองค์การอนามัยโลก (WHO) มีความเป็นห่วง เพราะปัจจุบันมีหลายประเทศที่กำหนดนโยบายผ่อนคลายมากเกินไป โดยให้เหตุผลว่าสายพันธุ์โอมิครอนทั่วโลกตอนนี้ มีรายงานว่าติดเชื้อไปแล้วเกิน 90 ล้านราย ซึ่ง WHO ระบุว่า สูงกว่าจำนวนผู้ติดเชื้อทั้งปีของปี 2563 และมีทิศทางไม่เห็นด้วยกับการผ่อนคลายมากเกินไป

ขณะที่สถานการณ์การฉีดวัคซีน ประเทศไทยฉีดวัคซีนแล้วรวม 115,820,553 โดส โดยวันนี้ฉีดวัคซีนไป 289,389 โดส แบ่งเป็นเข็มที่ 1 เพิ่มขึ้น 27,476 ราย คิดเป็นร้อยละ 75.3 ของจำนวนประชากรทั้งหมด เข็มที่ 2 เพิ่มขึ้น 49,312 ราย คิดเป็นร้อยละ 70.1 ของจำนวนประชากรทั้งหมด และเข็มที่ 3 เพิ่มขึ้น 212,601 ราย คิดเป็นร้อยละ 21.1 ของจำนวนประชากรทั้งหมด
- จำนวนผู้ได้รับวัคซีน เข็มที่ 1 สะสม : 52,384,810 ราย
- จำนวนผู้ได้รับวัคซีน เข็มที่ 2 สะสม : 48,735,311 ราย
- จำนวนผู้ได้รับวัคซีน เข็มที่ 3 สะสม : 14,700,432 ราย
แพทย์หญิงอภิสมัยกล่าวว่า ขอให้ประชาชนที่ได้รับเข็ม 2 ครบระยะเวลา 3 เดือน ให้เข้ารับวัคซีนกระตุ้นเข็ม 3 นอกจากนี้ได้มีการจัดสรรวัคซีนให้แก่เด็ก หรือฝาสีส้ม โดยจะเริ่มฉีดจากประถมศึกษาปีที่ 6 ก่อน และไล่ลงมา เช่น ป.5 ป.4 ลงไปตามลำดับ จนถึงนักเรียนชั้น ป.1
“สำหรับผู้ที่อยู่ใน 10 จังหวัดนำร่องท่องเที่ยวที่ได้รับเข็ม 2 ไปแล้ว ขอให้มารับเข็ม 3 และถ้าได้รับวัคซีนเข็ม 3 เกิน 3 เดือนจำเป็นต้องได้รับวัคซีนเข็ม 4 ด้วย และที่สำคัญในเดือนกุมภาพันธ์คงเป็นการระดมฉีดวัคซีนเด็ก 5-11 ขวบ โดยขวดจะเป็นฝาสีส้ม แตกต่างจาก 12-17 ปี จะเป็นฝาสีม่วง” แพทย์หญิงอภิสมัยกล่าวและว่า
ทางกระทรวงสาธารณสุขระบุว่าจะฉีดในเด็กที่มีโรคประจำตัวก่อน โดยขอให้เป็นการฉีดในโรงพยาบาล เพื่อให้คุณหมอ กุมารแพทย์ ที่เป็นหมอประจำตัวของเด็กได้มีโอกาสทบทวนและตัดสินใจร่วมกับพ่อแม่ ผู้ปกครองด้วย ส่วนเด็กที่ไม่มีโรคประจำตัวจะกำหนดให้ฉีดในโรงเรียน