บล.กรุงศรีคาด SET ขึ้นทดสอบ 1,690-1,700 จุด ได้แรงหนุนฟันด์โฟลว์ไหลเข้า
บล.กรุงศรีประเมินหุ้นไทย (SET) วันนี้ปรับตัวขึ้นทดสอบ 1,690-1,700 จุด ได้แรงหนุนฟันด์โฟลว์ไหลเข้า รวมถึง ศบค.เตรียมผ่อนมาตรการคุมโควิดเพิ่มสัปดาห์นี้ อย่างไรก็ตามระวังแรงขายเสี่ยงก่อนประกาศตัวเลข CPI สหรัฐ ขณะที่ประชุม กนง.วันนี้คาดคงดอกเบี้ยตามเดิม
วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2565 บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรี หรือ บล.กรุงศรี คาดดัชนีหุ้นไทย (SET) ปรับตัวขึ้นทดสอบ 1,690-1,700 จุด ภาวะตลาดได้แรงหนุน เม็ดเงิน (Fund flow) ต่างชาติที่ไหลเข้าหลังวิกฤตการณ์ยูเครนเริ่มคลี่คลายในเชิงบวก, แรงซื้อดักงบฯและเงินปันผลปี 2564 และศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) เตรียมผ่อนคลายมาตรการคุมโควิดเพิ่มเติมในสัปดาห์นี้ อย่างไรก็ตามคาดว่าจะมีแรงขายลดความเสี่ยงก่อนประกาศตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) สหรัฐเดือน ม.ค.ในวันที่ 10 ก.พ. ซึ่งจะกดดันให้ดัชนีสลับอ่อนตัวลง
สำหรับประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม
ด้านอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (US bond yield) เร่งตัวขึ้นสู่ระดับ 1.95% ทำสถิติสูงสุดในรอบ 2 ปี เป็นบรรยากาศ (Sentiment) ลบต่อการลงทุนในตลาดหุ้นโดยเฉพาะหุ้นกลุ่ม High Pe (อิเล็กฯ), กลุ่มไฟแนนซ์ และกลุ่มโรงไฟฟ้า อัตราผลตอบแทนพันธรัฐบาลที่สูงขึ้นเป็นเพราะนักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (FED) จะขึ้นดอกเบี้ยเร็วและแรงกว่าที่คาดหลังจากที่การจ้างงานนอกภาคการเกษตรออกมาแข็งแกร่ง ขณะที่อัตราเงินเฟ้อที่จะประกาศในวันพฤหัสมีแนวโน้มพุ่งขึ้นต่อเนื่อง
ส่วนราคาน้ำมันดิบ WTI ร่วงหลุด 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 1.96 ดอลลาร์ หรือ 2.1% ปิดที่ 89.36 ดอลลาร์/บาร์เรล โดยมี 2 ปัจจัยหนุนคือ 1) การเจรจานิวเคลียร์ระหว่างอิหร่านสหรัฐ และ 10 ชาติมหาอำนาจมีความคืบหน้าหากมีการยกเลิกการคว่ำบาตร จะทำให้อิหร่านสามารถส่งออกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นทันทีประมาณ 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน และ 2) ปัญหายูเครนมีสัญญาณบวกหลัง ประธานาธิบดีปูตินของรัสเซียให้คำมั่นกับ ประธานาธิบดีมาคอง ของฝรั่งเศสว่าจะไม่รุกรานยูเครนและจะถอนกำลังทหารออกเมื่อซ้อมลบเสร็จสิ้น
ขณะที่การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันนี้คาดคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 0.5% ตามเดิม โดยคาดว่าแบงก์ชาติจะมีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 0.5% ตามเดิม เพื่อสนับสนุนให้เศรษฐกิจมีการฟื้นตัว ส่วนอัตราเงินเฟ้อซึ่งล่าสุดปรับขึ้นสู่ระดับ 3.23% สูงสุดในรอบ 9 เดือน และอยู่เหนือกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อที่ 1-3% ไปแล้ว แต่เราเชื่อว่าเป็นการปรับขึ้นแค่ชั่วคราว
บล.กรุงศรีแนะนำหุ้นเด่นวันนี้
– TU หรือ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) คาดมีกำไรสุทธิ ไตรมาส 4/64 ที่ 2.1 พันล้านบาทเพิ่มขึ้น 9% QOQ และ 45% YOY ค่าเงินบาทอ่อนค่าหนุนราคาขายและปริมาณขายเพิ่มขึ้น ไตรมาส 3 ปลดล็อก Value เงินลงทุนในบริษัทลูกจากแผน spin-off หุ้น i-Tail ซึ่งเป็นบริษัทลูกเข้าตลาด
– BLA หรือ บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ราคาปิดที่ 45.75 บาทต่อหุ้น แนะนำซื้อ/เป้าหมายราคาตาม IAA Consensus ที่ 50 บาทต่อหุ้น ได้ประโยชน์จากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐพุ่งแตะระดับ 1.95% ทำสถิติสูงสุดในรอบ 2 ปี BLA ได้ 2 ต่อ จากกำไรของเงินลงทุนเพิ่มขึ้น ตั้งสำรองลดลงส่งผลบวกต่อกำไรรวมโดยตรงและมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ