คอลัมน์ : สามัญสำนึก ผู้เขียน : ชุมฉันท์ ชำนิประศาสน์
ศึกเผชิญหน้าระหว่างประเทศที่มีส่วนเขย่าราคาน้ำมันในตลาดโลก คือ กรณียูเครน บ้างเรียกว่า วิกฤตยูเครน
ยูเครนอัพเกรดเป็นวิกฤตเมื่อมหาอำนาจ “พญาอินทรี” สหรัฐอเมริกาโดดลงมากางปีกป้องยูเครนอย่างเต็มกำลัง ออกหน้าทั้งการทูตและการทหาร เพื่อให้สมน้ำสมเนื้อกับรัสเซียคู่พิพาท ซึ่งเสริมทหารเข้ามาประชิดพรมแดนยูเครนแล้วเกิน 1 แสนนายตั้งแต่ปลายปีก่อน
กรณีพิพาทครั้งนี้หากใช้ว่า รัสเซีย VS ยูเครน จึงอาจไม่ตรงนัก น่าจะเป็น รัสเซีย VS สหรัฐ จะชัดเจนมากกว่า
สหรัฐมีบรรดาชาติยุโรปเป็นแนวร่วม ส่วนรัสเซียมีเพื่อนในยุโรปน้อย แต่การมีเพื่อนรักที่เหนียวแน่นกันมานานอย่าง จีน จึงทำให้มั่นใจทุกย่างก้าว
ต้นสัปดาห์นี้สื่ออเมริกันตีข่าวว่า รัสเซียล้อมยูเครนไว้แล้ว 3 ด้าน สอดคล้องกับที่รัฐบาลสหรัฐเตือนภัยว่ารัสเซียพร้อมบุกได้ทุกเมื่อและอาจบุกในเร็ววันนี้ ดังนั้น จึงสั่งให้ชาวอเมริกันที่ยูเครนอพยพออกมาโดยด่วน
จากนั้นมีรัฐบาลเกินสิบประเทศประกาศแบบเดียวกันให้พลเมืองออกจากยูเครน แม้แต่มหาเศรษฐีของยูเครนก็อพยพออกไปเหมือนกัน
ส่วนไทยกรมการกงสุลออกประกาศเตือนคนไทยหลีกเลี่ยงเดินทางไปยูเครน และผู้ที่พำนักอยู่ในยูเครนอยู่แล้ว ขอให้ติดตามสถานการณ์ข่าวสารอย่างใกล้ชิด
ท่าทีตื่นกลัวของชาติตะวันตกทำให้ราคาหุ้นพากันร่วงทั่วโลก ส่วนราคาน้ำมันพุ่งตามกระแสตึงเครียด แม้ว่าจะมีความพยายามเจรจาทางการทูตที่จะคลี่คลายสถานการณ์มาหลายครั้ง
ทั้งจากผู้นำฝรั่งเศส ผู้นำเยอรมนี ผู้นำอังกฤษ รวมถึง นายโจ ไบเดน แห่งสหรัฐที่ต่อสายคุยกับนายวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซียแบบทั้งขู่ทั้งเตือน
ปูติน เสนอว่า เรื่องนี้จะจบง่ายถ้าชาติตะวันตกตอบสนองข้อเรียกร้องของรัสเซีย คือ องค์การนาโต้ต้องไม่รับยูเครนเข้าเป็นสมาชิก ถอยทัพและอาวุธที่คุกคามรัสเซียออกไปห่าง ๆ ส่วนรัสเซียเองไม่มีแผนบุกยูเครน และจะไม่เป็นฝ่ายเปิดสงครามก่อน
แต่ดูเหมือนคำประกาศนี้ถูกมองข้าม
คนติดตามข่าวอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ ถ้าเป็นคนชอบดูหนังฮอลลีวูดที่ชอบให้รัสเซียเป็นตัววายร้าย ก็อาจจะเอนเอียงไปยังฝ่ายสหรัฐ และอาจเชื่อกระแสข่าวที่ว่านายปูตินฝันมาตลอดว่าจะผนวกยูเครนรวมกับรัสเซียเหมือนสมัยสหภาพโซเวียต แบบเดียวกันที่ทำกับสาธารณรัฐไครเมีย ทันทีที่ผลประชามติเดือน มี.ค. 2557 ออกมาว่าชาวไครเมียส่วนใหญ่ต้องการอยู่กับรัสเซียมากกว่ายูเครน
ส่วนคนที่ไม่นิยมสหรัฐก็อาจจะเอนเอียงไปยังคำแถลงของกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ว่าพื้นที่ข่าวสารของโลกเผชิญกับแคมเปญของสื่อชาติตะวันตกขนานใหญ่และซับซ้อนตบตาอย่างไม่เคยเจอมาก่อน เป้าหมายคือต้องการให้ประชาคมโลกเชื่อว่าสหพันธรัฐรัสเซียเตรียมจะรุกรานพรมแดนยูเครนให้ได้
สำหรับรัสเซียการปลดล็อกเรื่องนี้ประเด็นแรก คือยูเครนต้องไม่ใช่สมาชิกนาโต้ เพราะถ้าเป็นแล้วเวลารัสเซียมีเรื่องกับยูเครนย่อมหมายถึงรัสเซียมีเรื่องกับสมาชิกนาโต้ทั้งมวล
มีข้อมูลวิเคราะห์ว่ารัสเซียอยากให้ฟินแลนด์เป็นโมเดลสำหรับประเทศที่อยู่ใกล้ ๆ พรมแดนของตน ฟินแลนด์เป็นประเทศประชาธิปไตย วางตัวเป็นกลางตั้งแต่สงครามเย็น และไม่ได้เป็นสมาชิกนาโต้ จึงอยู่ร่วมกันได้สบายใจ แต่ยูเครนวันนี้มีรัฐบาลที่ไม่ได้เป็นมิตรหรืออยู่ใต้อิทธิพลรัสเซีย จึงอยากเข้าร่วมนาโต้และให้สหรัฐเป็นเกราะป้องกัน
เมื่อข้อขัดแย้งนี้ยังหาทางออกไม่ได้ การเผชิญหน้าจึงน่าจะลากยาวต่อไป แม้กระทั่งรัสเซียถอนทหาร 3 หมื่นนายจากเบลารุสเมื่อซ้อมรบเสร็จสิ้นวันที่ 20 ก.พ.
ผลกระทบจากศึกครั้งนี้ต่อให้รัสเซียไม่บุกตลาดหุ้นและตลาดน้ำมัน ก็คงมีความรู้สึกเหมือนยูเครนถูกบุกไปแล้ว