คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก ผู้เขียน : ไพรัตน์ พงศ์พานิช
รายงานล่าสุดของการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา หรือ “อังค์ถัด” ที่เผยแพร่ออกมาเมื่อ 27 มีนาคมที่ผ่านมา เตือนเอาไว้อย่างตรงไปตรงมาว่า เศรษฐกิจของทั้งโลกกำลังชะลอตัวลงสู่ภาวะวิกฤต ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อประเทศกำลังพัฒนาหนักหน่วงที่สุด
สาเหตุสำคัญก็คือสงครามที่กำลังดำเนินอยู่ระหว่างรัสเซียกับยูเครน และการแซงก์ชั่นที่เกิดขึ้นตามมา ซึ่งส่งผลสะเทือนหนักหน่วงไปทั่วโลกในหลายแง่มุมมาก
ตามรายงานของอังค์ถัด ยูเครนกับรัสเซีย จัดอยู่ในกลุ่มประเทศผู้ส่งออกสินค้าอาหารจากฟาร์มและปุ๋ยรายใหญ่ที่สุดของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าอย่าง ข้าวสาลี, ข้าวโพด, เรพซีด, เมล็ดและน้ำมันดอกทานตะวัน
ยูเครนถูกบุกจนไม่สามารถส่งออกได้ ในขณะที่รัสเซียผู้รุกรานถูกโดดเดี่ยว ถูกตัดขาดจากตลาดเพราะมาตรการแซงก์ชั่น กดดันจนเศรษฐกิจของประเทศให้อยู่ในภาวะยุ่งยากมากขึ้นทุกที ข้าวของที่จำเป็นทุกอย่างลดปริมาณลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ราคาพุ่งเป็นติดจรวด
ในเวลาเดียวกัน ราคาธัญพืชในตลาดโลกก็พุ่งสูงขึ้นสู่ระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ถึงขนาดที่ “อันโตนิโอ กูแตร์เรส” เลขาธิการยูเอ็น เตือนว่า ในหลายประเทศทั่วโลกจะเผชิญกับ “พายุเฮอริเคนของความอดอยาก” และ “ระบบอาหารโลกล่มสลาย”
ภาวะขาดแคลนและราคาแพงที่ว่านี้เริ่มส่งผลกระทบทางสังคมให้เห็นกันแล้วในบางประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคแอฟริกาเหนือ และตะวันออกกลาง ประเทศที่ต้องนำเข้าอาหารเป็นส่วนใหญ่
อังค์ถัดระบุว่า ชาติกำลังพัฒนาจำนวนหนึ่งซึ่งมีระดับหนี้สูงและยังกำลังดิ้นรนเพื่อฉุดลากให้เศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง กำลังพบกับความยุ่งยากในการ “ชำระหนี้” ที่หยิบยืมมาใช้เพื่อรับมือกับวิกฤตโควิด-19 ที่ผ่านมาแล้ว
สถานการณ์สงครามทำให้ดีมานด์ของโลกอ่อนตัวลง ในขณะที่ยังไม่มีการประสานงานในเชิงนโยบายในระดับระหว่างประเทศที่ดีพอ จะก่อให้เกิดภาวะช็อกขึ้น
“ซึ่งสามารถผลักให้ประเทศกำลังพัฒนาบางประเทศดิ่งลงต่อเนื่องสู่ภาวะล้มละลาย, เศรษฐกิจถดถอย และการพัฒนาชะงักงัน”
รีเบคกา กรีนสแปน เลขาธิการอังค์ถัด เตือนว่า ผลกระทบทางเศรษฐกิจของสงครามรัสเซีย-ยูเครน จะทำให้ภาวะชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกที่กำลังเป็นอยู่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ทำให้การฟื้นตัวจากวิกฤตโควิดอ่อนกำลังลง
ในขณะที่ “ริชาร์ด โคซุล-ไรท์” หัวหน้าแผนกโลกาภิวัตน์และยุทธศาสตร์การพัฒนาของอังค์ถัด ชี้ให้เห็นด้วยว่า วิกฤตครั้งใหม่นี้จะคุกคามต่อประเทศต่าง ๆ มากกว่าวิกฤตจากโควิด เนื่องจากเป็นภาวะวิกฤตที่เกิดขึ้นหลาย ๆ ด้านพร้อม ๆ กัน
อังค์ถัดปรับลดการคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกลดลงจากที่เคยคาดไว้เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้วที่ 3.6% เหลือเพียง 2.6% ระบุไว้ด้วยว่ารัสเซียจะเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยลึกมากในปีนี้ ในขณะที่จะเกิดภาวะ “ชะลอตัวอย่างมีนัยสำคัญ” กับเศรษฐกิจบางส่วนของยุโรปตะวันตกและเอเชีย
ประเทศที่พัฒนาแล้วก็หนีไม่พ้นจากผลกระทบของสงครามครั้งนี้ ในขณะที่กำลังยกเลิกมาตรการกระตุ้นและหันมาขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งอังค์ถัดเชื่อว่าเป็น “แนวโน้มของนโยบายที่ผิด ในจังหวะเวลาที่ผิด ๆ”
ที่ประเทศเหล่านี้ต้องเผชิญก็คือภาวะเงินเฟ้อสูง การลงทุนหยุดชะงัก ซึ่งส่งผลกระทบต่อดีมานด์ของโลกและกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจของโลกต่อไปอีก
ดังนั้น สิ่งที่อังค์ถัดเรียกร้องให้ถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดเป็นลำดับแรกก็คือ ต้องยุติสงครามในยูเครนให้เร็วที่สุด หันมาสนับสนุนให้ความช่วยเหลือยูเครนเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ และหาทางทำความตกลงสันติภาพที่ยั่งยืนให้ได้
พร้อมกันนั้นก็เรียกร้องให้นานาชาติประสานความร่วมมือกัน เพื่อตอบสนองต่อวิกฤตด้วยการให้ความช่วยเหลือบรรดาประเทศที่ยากจนกว่าให้สามารถฝ่าฟันวิกฤตการณ์ครั้งนี้ โดยการให้การสนับสนุนทางการเงิน ที่มีเงื่อนไขแต่น้อยให้กับบรรดาประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลาย
ประเทศตะวันตกต้องปรับนโยบายใหม่ หันมาทุ่มความสนใจไปที่การกระทำ
ซึ่งจะช่วย “ปกป้องเศรษฐกิจโลก” ไม่ให้ตกอยู่ในวังวนวิกฤตที่จะดิ่งลงต่อเนื่องต่อไปไม่มีที่สิ้นสุดนั่นเอง