เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

คำเตือนจาก ‘อังค์ถัด’ เศรษฐกิจโลกกำลังดิ่งสู่วิกฤต

30 มี.ค. 2565 | 17:02น.

คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : ไพรัตน์ พงศ์พานิช

รายงานล่าสุดของการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา หรือ “อังค์ถัด” ที่เผยแพร่ออกมาเมื่อ 27 มีนาคมที่ผ่านมา เตือนเอาไว้อย่างตรงไปตรงมาว่า เศรษฐกิจของทั้งโลกกำลังชะลอตัวลงสู่ภาวะวิกฤต ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อประเทศกำลังพัฒนาหนักหน่วงที่สุด

สาเหตุสำคัญก็คือสงครามที่กำลังดำเนินอยู่ระหว่างรัสเซียกับยูเครน และการแซงก์ชั่นที่เกิดขึ้นตามมา ซึ่งส่งผลสะเทือนหนักหน่วงไปทั่วโลกในหลายแง่มุมมาก

ตามรายงานของอังค์ถัด ยูเครนกับรัสเซีย จัดอยู่ในกลุ่มประเทศผู้ส่งออกสินค้าอาหารจากฟาร์มและปุ๋ยรายใหญ่ที่สุดของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าอย่าง ข้าวสาลี, ข้าวโพด, เรพซีด, เมล็ดและน้ำมันดอกทานตะวัน

ยูเครนถูกบุกจนไม่สามารถส่งออกได้ ในขณะที่รัสเซียผู้รุกรานถูกโดดเดี่ยว ถูกตัดขาดจากตลาดเพราะมาตรการแซงก์ชั่น กดดันจนเศรษฐกิจของประเทศให้อยู่ในภาวะยุ่งยากมากขึ้นทุกที ข้าวของที่จำเป็นทุกอย่างลดปริมาณลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ราคาพุ่งเป็นติดจรวด

ในเวลาเดียวกัน ราคาธัญพืชในตลาดโลกก็พุ่งสูงขึ้นสู่ระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ถึงขนาดที่ “อันโตนิโอ กูแตร์เรส” เลขาธิการยูเอ็น เตือนว่า ในหลายประเทศทั่วโลกจะเผชิญกับ “พายุเฮอริเคนของความอดอยาก” และ “ระบบอาหารโลกล่มสลาย”

ภาวะขาดแคลนและราคาแพงที่ว่านี้เริ่มส่งผลกระทบทางสังคมให้เห็นกันแล้วในบางประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคแอฟริกาเหนือ และตะวันออกกลาง ประเทศที่ต้องนำเข้าอาหารเป็นส่วนใหญ่

อังค์ถัดระบุว่า ชาติกำลังพัฒนาจำนวนหนึ่งซึ่งมีระดับหนี้สูงและยังกำลังดิ้นรนเพื่อฉุดลากให้เศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง กำลังพบกับความยุ่งยากในการ “ชำระหนี้” ที่หยิบยืมมาใช้เพื่อรับมือกับวิกฤตโควิด-19 ที่ผ่านมาแล้ว

สถานการณ์สงครามทำให้ดีมานด์ของโลกอ่อนตัวลง ในขณะที่ยังไม่มีการประสานงานในเชิงนโยบายในระดับระหว่างประเทศที่ดีพอ จะก่อให้เกิดภาวะช็อกขึ้น

“ซึ่งสามารถผลักให้ประเทศกำลังพัฒนาบางประเทศดิ่งลงต่อเนื่องสู่ภาวะล้มละลาย, เศรษฐกิจถดถอย และการพัฒนาชะงักงัน”

รีเบคกา กรีนสแปน เลขาธิการอังค์ถัด เตือนว่า ผลกระทบทางเศรษฐกิจของสงครามรัสเซีย-ยูเครน จะทำให้ภาวะชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกที่กำลังเป็นอยู่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ทำให้การฟื้นตัวจากวิกฤตโควิดอ่อนกำลังลง

ในขณะที่ “ริชาร์ด โคซุล-ไรท์” หัวหน้าแผนกโลกาภิวัตน์และยุทธศาสตร์การพัฒนาของอังค์ถัด ชี้ให้เห็นด้วยว่า วิกฤตครั้งใหม่นี้จะคุกคามต่อประเทศต่าง ๆ มากกว่าวิกฤตจากโควิด เนื่องจากเป็นภาวะวิกฤตที่เกิดขึ้นหลาย ๆ ด้านพร้อม ๆ กัน

อังค์ถัดปรับลดการคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกลดลงจากที่เคยคาดไว้เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้วที่ 3.6% เหลือเพียง 2.6% ระบุไว้ด้วยว่ารัสเซียจะเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยลึกมากในปีนี้ ในขณะที่จะเกิดภาวะ “ชะลอตัวอย่างมีนัยสำคัญ” กับเศรษฐกิจบางส่วนของยุโรปตะวันตกและเอเชีย

ประเทศที่พัฒนาแล้วก็หนีไม่พ้นจากผลกระทบของสงครามครั้งนี้ ในขณะที่กำลังยกเลิกมาตรการกระตุ้นและหันมาขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งอังค์ถัดเชื่อว่าเป็น “แนวโน้มของนโยบายที่ผิด ในจังหวะเวลาที่ผิด ๆ”

ที่ประเทศเหล่านี้ต้องเผชิญก็คือภาวะเงินเฟ้อสูง การลงทุนหยุดชะงัก ซึ่งส่งผลกระทบต่อดีมานด์ของโลกและกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจของโลกต่อไปอีก

ดังนั้น สิ่งที่อังค์ถัดเรียกร้องให้ถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดเป็นลำดับแรกก็คือ ต้องยุติสงครามในยูเครนให้เร็วที่สุด หันมาสนับสนุนให้ความช่วยเหลือยูเครนเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ และหาทางทำความตกลงสันติภาพที่ยั่งยืนให้ได้

พร้อมกันนั้นก็เรียกร้องให้นานาชาติประสานความร่วมมือกัน เพื่อตอบสนองต่อวิกฤตด้วยการให้ความช่วยเหลือบรรดาประเทศที่ยากจนกว่าให้สามารถฝ่าฟันวิกฤตการณ์ครั้งนี้ โดยการให้การสนับสนุนทางการเงิน ที่มีเงื่อนไขแต่น้อยให้กับบรรดาประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลาย

ประเทศตะวันตกต้องปรับนโยบายใหม่ หันมาทุ่มความสนใจไปที่การกระทำ
ซึ่งจะช่วย “ปกป้องเศรษฐกิจโลก” ไม่ให้ตกอยู่ในวังวนวิกฤตที่จะดิ่งลงต่อเนื่องต่อไปไม่มีที่สิ้นสุดนั่นเอง