เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กรมราง เดินหน้า “ตั๋วร่วม” ค่าโดยสารสูงสุด 45 บาท เริ่มปี’70 บีทีเอสทุ่มอัพระบบรับ EMV
Economic กรมราง เดินหน้า “ตั๋วร่วม” ค่าโดยสารสูงสุด 45 บาท เริ่มปี’70 บีทีเอสทุ่มอัพระบบรับ EMV
สิ้น เซียะเสียน นักแสดง-นักรักโลกมายาฮ่องกง วัย 89
World สิ้น เซียะเสียน นักแสดง-นักรักโลกมายาฮ่องกง วัย 89
เมื่อ “ความพรีเมี่ยม” ไม่ใช่แค่สถานะ Visa Infinite ปรับเกมเจาะเศรษฐี
Business เมื่อ “ความพรีเมี่ยม” ไม่ใช่แค่สถานะ Visa Infinite ปรับเกมเจาะเศรษฐี
จับสินค้าสวมสิทธิมูลค่า 1.38 พันล้าน พร้อมขยายบัญชีเฝ้าระวังส่งออกสหรัฐ
Economic จับสินค้าสวมสิทธิมูลค่า 1.38 พันล้าน พร้อมขยายบัญชีเฝ้าระวังส่งออกสหรัฐ
เปิดแคมเปญ UOB x ททท. เที่ยวไทยไปด้วยกัน บูมท่องเที่ยวในประเทศ กระตุ้นใช้จ่ายสู่ท้องถิ่น
Biz Movement เปิดแคมเปญ UOB x ททท. เที่ยวไทยไปด้วยกัน บูมท่องเที่ยวในประเทศ กระตุ้นใช้จ่ายสู่ท้องถิ่น
ศาลปกครองกลางยกฟ้อง เพิกถอน EHIA ‘อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด’ ชี้อยู่ในอำนาจ ครม.
Politics ศาลปกครองกลางยกฟ้อง เพิกถอน EHIA ‘อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด’ ชี้อยู่ในอำนาจ ครม.
เปิดฉาก Thailand Content Market 2026 ปลุกเศรษฐกิจสร้างสรรค์ 4.3 หมื่นล้านเหรียญ
Economic เปิดฉาก Thailand Content Market 2026 ปลุกเศรษฐกิจสร้างสรรค์ 4.3 หมื่นล้านเหรียญ
“ซีคอน” บุกอีอีซี เปิดศูนย์รับสร้างบ้าน รับดาต้าเซ็นเตอร์ วันแรกจองแล้ว 2 ยูนิต
Real Estate “ซีคอน” บุกอีอีซี เปิดศูนย์รับสร้างบ้าน รับดาต้าเซ็นเตอร์ วันแรกจองแล้ว 2 ยูนิต
เทียบนโยบาย 3 ตัวเต็งบอร์ดประกันสังคม “ษัษฐรัมย์ – พนัส – ทองอยู่”
Politics เทียบนโยบาย 3 ตัวเต็งบอร์ดประกันสังคม “ษัษฐรัมย์ – พนัส – ทองอยู่”
ประธาน กสทช. เปิดใจเป็นแพทย์ทิ้งคนไข้ไม่ได้ ยันระหว่างรอโปรดเกล้าฯ ประกอบวิชาชีพโดยอิสระ
Politics ประธาน กสทช. เปิดใจเป็นแพทย์ทิ้งคนไข้ไม่ได้ ยันระหว่างรอโปรดเกล้าฯ ประกอบวิชาชีพโดยอิสระ
ดูทั้งหมด

เทียบฟอร์ม “อัศวิน-สุชัชวีร์-สกลธี” ศึกเลือกตั้งผู้ว่ากทม. ปี 2565

09 เม.ย. 2565 | 10:32น.
สุชัชวีร์
คอลัมน์ : รายงานพิเศษ

ผู้เขียน : ณิชมน พุ่มยี่สุ่น

นับถอยหลังจนกว่าจะมีการเดินเข้าคูหาโหวตเลือกผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนใหม่ในวันที่ 22 พฤษภาคม 2565

ในระหว่างนี้ บรรยากาศการหาเสียงคนกรุงเป็นไปอย่างเข้มข้น “ประชาชาติธุรกิจ” สำรวจนโยบายหาเสียง 3 ตัวเต็งที่เริ่มมาแรงในระยะหลัง สะท้อนจากผลสำรวจครั้งที่ 3 ของสำนักงานศูนย์วิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หรือโพล มธ.

ได้แก่ “ดร.เอ้-สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์” เต็ง 2 ได้คะแนนร้อยละ 18.3 ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์, “บิ๊กวิน-พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง” เต็ง 4 ได้คะแนนร้อยละ 11.3 ผู้สมัครอิสระ และ “จั๊ม-สกลธี ภัททิยกุล” เต็ง 5 ได้คะแนนร้อยละ 6.7 ผู้สมัครอิสระ

3 ผู้สมัครตัวเต็ง-ต่างที่มา

หากโฟกัสประวัติของผู้สมัคร 3 ราย ถือว่าสูสีกันไม่น้อย โดย “ดร.เอ้ สุชัชวีร์” เป็นอดีตอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ที่เข้ารับตำแหน่งด้วยอายุน้อยที่สุดเพียง 43 ปี และอดีตนายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ หรือ วสท.

ส่วน “พล.ต.อ.อัศวิน” อดีตนายตำรวจมือฉมัง ที่ผันตัวมาเป็นรองผู้ว่าฯ กทม. ในยุค ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร เรียนรู้งานการดูแล กทม. ก่อนจะถูกแต่งตั้งเป็นผู้ว่าฯ กทม. และครองตำแหน่งนานถึง 5 ปี 5 เดือน 5 วัน

อัศวิน

ด้าน “สกลธี” ถือว่าไม่ธรรมดา เป็นบุตรของ พล.อ.วินัย ภัททิยกุล อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม เจ้าตัวเป็นอดีตรองผู้ว่าฯ กทม. อดีตแกนนำ กปปส. และอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์

ประชันกึ๋นแก้น้ำท่วม-จราจร

ทั้งนี้ โฟกัสนโยบายหาเสียงแบ่งออกเป็น 5 หัวข้อหลัก ประกอบด้วยโครงสร้างพื้นฐานของเมือง สิ่งแวดล้อม การรักษาพยาบาล เทคโนโลยียุคดิจิทัลดิสรัปชั่น และด้านเศรษฐกิจ-การหารายได้ (ดูตารางประกอบ)

โดยปัญหาโครงสร้างพื้นฐาน กทม. เป็นโจทย์ใหญ่ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา กทม.ได้ทุ่มงบประมาณ 6.7 หมื่นล้านบาท แก้ไขปัญหาน้ำท่วมและน้ำเสียอย่างจริงจัง ล่าสุดปีงบประมาณ 2565 สำนักการระบายน้ำได้จัดสรรงบฯสูงสุด 7 พันล้านบาท

เริ่มจาก “พล.ต.อ.อัศวิน” เสนอนโยบายแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากอีก 9 จุดที่เหลือรอบกรุงเทพฯ หลังจากสมัยดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. ได้สกัดจุดน้ำท่วมไปแล้วกว่า 15 จุด จาก 24 จุด ซึ่งเป็นการสานต่อนโยบายเดิม

ขณะที่ “สกลธี” เลือกเสนอนโยบายบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ทำโครงการก่อสร้างท่อระบายน้ำด้วยวิธีดันท่อลอด pipe jacking เพิ่มเติม เพื่อเสริมประสิทธิภาพการระบายน้ำ และอุโมงค์ระบายน้ำใน กทม. ซึ่งจะว่าไปแล้วการทำ pipe jacking ไม่ใช่เรื่องใหม่ มีมาตั้งแต่ปี 2560 โดย กทม.นำร่องระบบดันท่อลอดใต้ดินหรือท่อทางด่วนระบายน้ำไปแล้ว 11 จุด งบประมาณ 2 พันล้านบาท

ส่วน “สุชัชวีร์” ดึงโมเดลทำแก้มลิงใต้ดินแบบกรุงโตเกียว สร้างแอ่งเก็บน้ำใต้ดินขนาดใหญ่ไว้ที่สวนสาธารณะรอบกรุง และใช้เครื่องสูบน้ำขนาดเล็กเพื่อระบายน้ำออกไปยังอุโมงค์ใต้ดินที่อยู่ใกล้เคียง ก่อนระบายออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาในช่วงเวลาที่น้ำทะเลหนุนไม่สูง และทำประตูกั้นน้ำแบบเนเธอร์แลนด์ ช่วยให้กรุงเทพฯไม่จมน้ำในระยะยาว โดยนโยบายดังกล่าวเคยเสนอแนวคิดนี้ตั้งแต่ช่วงปี 2562 สมัยยังเป็นนายก วสท.

ในด้านการคมนาคม “สกลธี-พล.ต.อ.อัศวิน” เสนอนโยบายสอดคล้องกันในเรื่องการเชื่อมระบบเดินทาง “รถ ราง เรือ” ให้เป็น 1 เดียว เพื่อลดปัญหารถติด “สุชัชวีร์” เสนอใช้ระบบสัญญาณจราจรอัตโนมัติควบคุมด้วย AI โมเดลต้นแบบจากสิงคโปร์ โตเกียว ลอนดอน และเพิ่มทางจักรยานลอยฟ้า รองรับพฤติกรรมคนรุ่นใหม่ กับนโยบายนำสายไฟฟ้าลงใต้ดินทุกถนน

3คน ผู้ว่า กทม.

โหวตเตอร์ครึ่งหนึ่ง 18-53 ปี

สำหรับการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ครั้งนี้ ทิ้งห่างจากการเลือกตั้งครั้งที่แล้วนานถึง 9 ปี ทำให้ในปี 2565 เกิดฐานเสียงคนรุ่นใหม่อายุ 18 ปีขึ้นไปที่เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ครั้งแรกมากถึง 7 แสนคน และกลุ่มเจน X เจน Y อายุ 21-53 ปีอีกกว่า 2 ล้านคน จากประชากรในกรุงเทพฯที่มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด 5 ล้านคน

ซึ่งเป็นกลุ่มที่สามารถพลิกความได้เปรียบในสนามเลือกตั้งได้ ศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ปี 2565 จึงมีนโยบายแข่งขันน่าสนใจเพื่อดึงดูดความสนใจให้มากที่สุด

ในด้านการศึกษา “พล.ต.อ.อัศวิน” เสนอยกระดับ กทม.เป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ทั้งวิชาการและวิชาชีพ ตรึงนโยบายค่าอาหารเด็ก 40 บาท/คน/วัน “สกลธี” เสนอการศึกษาฟรีตั้งแต่เด็กยันผู้ใหญ่ ตั้งโรงเรียนสาธิตขึ้นทุกเขต เช่นเดียวกับ “สุชัชวีร์” ที่เน้นพัฒนาโรงเรียนในสังกัด กทม. ให้มีคุณภาพทัดเทียมกัน

จุดร่วมที่คล้ายคลึงกันของ “สกลธี” ผู้สมัครที่มีความเป็นคนรุ่นใหม่สูง กับ “สุชัชวีร์” ผู้คร่ำหวอดในการบริหารสถานศึกษา มีนโยบายไปทางเดียวกัน คือ เพิ่มหลักสูตร 2 ภาษา และจัดตั้งหลักสูตร-โรงเรียนเฉพาะทาง หรือโรงเรียนรูปแบบผสมที่เปิดให้มีการเรียนวิชาที่ตอบสนองความต้องการมากขึ้น เช่น วิชาการเขียนโค้ดดิ้ง ควอนตัม โปรแกรมเมอร์ AI ภาพยนตร์ เป็นต้น

สกลธี ภัททิยกุล

โฟกัสสิ่งแวดล้อม-สาธารณสุข

ในด้านสิ่งแวดล้อม นโยบายที่เสนอมีทั้งเพิ่มพื้นที่สีเขียวใน กทม. 10 ตร.ม./คน นำเรืออีวีพลังงานสะอาดมาใช้ ของ “พล.ต.อ.อัศวิน”, การสร้างสวนสาธารณะขนาดย่อมทั่วกรุง นำรถเมล์ไฟฟ้าให้บริการ ติดตั้งเสาไฟฟ้าอัจฉริยะโซลาร์เซลล์ เครื่องวัดค่าฝุ่น PM 2.5 ของ “สุชัชวีร์” และการผลักดัน กทม.สู่ net zero ทำสวนสาธารณะ 50 เขต สนับสนุนปลูกต้นไม้หักภาษีทั่วเมืองของ “สกลธี”

ในด้านสาธารณสุข “สุชัชวีร์” เสนอผลักดันศูนย์บริการสาธารณสุข กทม. 69 แห่งอัพเกรดเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ มีเครื่องมือแพทย์ เครื่องฟอกไตทุกศูนย์ใกล้บ้าน เพิ่มสวัสดิการดูแลรักษาพยาบาลตั้งแต่ตั้งครรภ์จนถึงสูงวัย

“สกลธี” เน้นเพิ่มศักยภาพโรงพยาบาลในสังกัด กทม.ให้เป็นโรงพยาบาลเฉพาะทาง ส่วน “พล.ต.อ.อัศวิน” เสนอสร้างโรงพยาบาลสี่มุมเมือง และโครงการพบแพทย์ใน 60 นาที ลดความเหลื่อมล้ำด้านการรักษาพยาบาล

เทคโนโลยีพลิกโฉม กทม.

ปัจจุบันกับยุคเทคโนโลยีดิสรัปชั่น “สกลธี” เลือกนำเสนอนโยบาย Quantum Infrastructure เตรียมเมืองเข้าสู่ความปลอดภัยสูงสุดทางไซเบอร์ เปิดให้ใช้ WiFi ฟรีทุกชุมชนและพื้นที่สาธารณะ ทำแพลตฟอร์ม BKK one-online service ในการขออนุญาตต่าง ๆ จบในที่เดียวภายในเวลาไม่เกิน 30 วันด้วยระบบ AI

ด้าน “สุชัชวีร์” เปิดช่องทางเทคโนโลยีเตือนภัยพลเมือง อาทิ ฝนตก น้ำท่วม ค่าฝุ่น PM 2.5 และ “พล.ต.อ.อัศวิน” แข่งขันด้วยนโยบายผลักดันกรุงเทพฯ สู่การเป็นเมืองดิจิทัลทุกมิติ

มิติด้านเศรษฐกิจและการหารายได้ “สกลธี” เสนอสร้างมูลค่าเพิ่มจากสินทรัพย์ เช่น เปิดให้เอกชนเช่าพื้นที่ กทม. ตั้งกองทุน Social Impact Fund ชวนนักลงทุนต่างชาติมาลงทุนเพื่อผลตอบแทนทางสังคมซึ่งเป็นเมกะเทรนด์ของโลกในขณะนี้ รวมไปถึงจัดกิจกรรมท่องเที่ยวถนนคนเดิน 50 เขตดึงอัตลักษณ์ชุมชนเป็นกิมมิก

ฟาก “พล.ต.อ.อัศวิน” เสนอโครงการพัฒนาคลองเน่าเสียให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ โดยมีตัวแบบ “คลองโอ่งอ่างโมเดล” วงเงินลงทุน 200 ล้านบาท เปลี่ยนโฉมคลองกลายเป็นแหล่งกระจายรายได้สู่ชุมชน

บทสรุปสุดท้าย นโยบายที่ดีที่สุดอาจไม่ชนะ แต่นโยบายที่โดนใจคนกรุงที่สุดจะเป็นคำตอบสุดท้ายสำหรับศึกเลือกตั้งปีเสือ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ผู้ว่าฯ กทม. เลือกตั้ง