เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ต่ออายุข้าราชการ เชื่อมอายุรัฐบาล
Columns ต่ออายุข้าราชการ เชื่อมอายุรัฐบาล
คุยกับเศรษฐา : แก้วิกฤตข้อมูลน้ำได้ ก็แก้ปัญหาน้ำได้
Columns คุยกับเศรษฐา : แก้วิกฤตข้อมูลน้ำได้ ก็แก้ปัญหาน้ำได้
แบงก์ชี้มิจฉาชีพพุ่งเป้านักศึกษามากขึ้น เตือนกลโกงรูปแบบใหม่
Finance แบงก์ชี้มิจฉาชีพพุ่งเป้านักศึกษามากขึ้น เตือนกลโกงรูปแบบใหม่
ประคับประคองเศรษฐกิจ
Columns ประคับประคองเศรษฐกิจ
COM7-SPVI-CPW-ADVANC-TRUE รับอานิสงส์ iPhone 18 จับตาแรงซื้อรอบเปลี่ยนเครื่อง
Finance COM7-SPVI-CPW-ADVANC-TRUE รับอานิสงส์ iPhone 18 จับตาแรงซื้อรอบเปลี่ยนเครื่อง
ราคาทองวันนี้ (12 ก.ย. 69) ดีดขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (12 ก.ย. 69) ดีดขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,050 บาท
ททท.คาดเทศกาลวันหยุด Golden Week ปีนี้จีนเที่ยวไทย 2.5 แสนคน สร้างรายได้กว่า 1.1 หมื่นล้าน
Economic ททท.คาดเทศกาลวันหยุด Golden Week ปีนี้จีนเที่ยวไทย 2.5 แสนคน สร้างรายได้กว่า 1.1 หมื่นล้าน
รัฐบาลเร่งเข้า OECD เป้าปี 2571 ยกเครื่องเศรษฐกิจ–ราชการ–การศึกษา เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันไทย
Politics รัฐบาลเร่งเข้า OECD เป้าปี 2571 ยกเครื่องเศรษฐกิจ–ราชการ–การศึกษา เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันไทย
เอกชนหนุนแผนสมดุล PDP 2026 ไฟฟ้าสีเขียว 73%-ส่ง “เอกนัฏ” เคาะ
Economic เอกชนหนุนแผนสมดุล PDP 2026 ไฟฟ้าสีเขียว 73%-ส่ง “เอกนัฏ” เคาะ
อนุทิน ฝ่าวงล้อม 2 ม็อบ กู้วิกฤตขาลง รัฐบาล 5 เดือน
Politics อนุทิน ฝ่าวงล้อม 2 ม็อบ กู้วิกฤตขาลง รัฐบาล 5 เดือน
ดูทั้งหมด

ประธานศาลรัฐธรรมนูญ วรวิทย์อยู่ต่อได้จนครบวาระ แม้อายุเกิน 70 ปี

02 พ.ค. 2565 | 16:05น.
วรวิทย์ กังศศิเทียม

กรรมการสรรหา ประธานศาลรัฐธรรมนูญ มติเอกฉัน ให้วรวิทย์ กังศศิเทียม อยู่ในตำแหน่งต่อไป ไม่มีลักษณะต้องห้าม

วันที่ 2 พฤษภาคม 2565 สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เผยแพร่เอกสารข่าวแจ้งผลคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กรณีพิจารณาวาระการดำรงตำแหน่งของนายวรวิทย์ กังศศิเทียม ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ที่มีอายุ 70 ปี มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 208 (1) ประกอบมาตรา 202 (1) ของรัฐธรรมนูญ กรณีเป็นหรือเคยเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

โดยสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่หน่วยธุรการของคณะกรรมการสรรหาตุลาการ ได้มีหนังสือ ที่ สว (ศรธ) …8/(ส) 407 ลงวันที่ 29 เมษายน แจ้งคำวินิจฉัยคณะกรรมการสรรหา สรุปสาระสำคัญ ว่า

คณะกรรมการสรรหา เห็นว่า รัฐธรรมนูญมีบทบัญญัติรับรองสถานะการดำรงตำแหน่งของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญไว้ในบทเฉพาะกาล มาตรา 293 วรรคหนึ่ง ที่บัญญัติให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ยังคงอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไป และเมื่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ที่เกี่ยวข้องจัดทำขึ้นตามมาตรา 267 ใช้บังคับ การดำรงตำแหน่งต่อไปเพียงใดให้เป็นไปตาม พ.ร.ป.ดังกล่าว

ต่อมาเมื่อมีการตรา พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ 2561 ซึ่งมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2561  พ.ร.ป.ดังกล่าวได้กำหนดบทบัญญัติเพื่อให้สอดรับกับมาตรา 273 วรรคหนึ่ง ของรัฐธรรมนูญไว้ในบทเฉพาะกาล มาตรา 79 วรรคหนึ่ง โดยบัญญัติให้ประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญซึ่งดำรงตำแหน่งยังไม่ครบวาระตามรัฐธรรมนูญ 2550 และดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันที่ พ.ร.ป. นี้ใช้บังคับยังคงอยู่ในตำแหน่งต่อไป จนกว่าจะครบวาระตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ 2550 หรือพ้นจากตำแหน่ง ตามมาตรา 18 เว้นแต่ กรณีตาม (1) ในส่วนที่เกี่ยวกับการขาดคุณสมบัติตามมาตรา 8 มิให้นำมาบังคับใช้

เมื่อนายวรวิทย์ได้รับการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2557  จึงเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ และเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่ดำรงตำแหน่งยังไม่ครบวาระตามรัฐธรรมนูญ 2550 และดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันที่ พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ 2561  ใช้บังคับ

เมื่อวุฒิสภาให้ความเห็นชอบบุคคลผู้สมควรดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จำนวน 4 คน ประกอบด้วย นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม นายวิรุฬห์ แสงเทียน นายจิรนิติ หะวานนท์ และนายนภดล เทพพิทักษ์ บุคคลทั้ง 4 และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่ยังดำรงตำแหน่ง ไม่ครบวาระ จำนวน 4 คน ประกอบด้วย นายวรวิทย์ นายทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ และนายปัญญา อุดชาชน ได้เลือกกันเองให้นายวรวิทย์ เป็นประธานฯและได้รับการโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2563 ถือได้ว่านายวรวิทย์ได้ดำรงตำแหน่งประธานตามหลักเกณฑ์และขั้นตอนที่บัญญัติไว้ในมาตรา 81  วรรคสาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ 2561

ส่วนบทบัญญัติมาตรา 208 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญที่บัญญัติว่าประธานศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งลาออกจากตำแหน่งให้พ้นจากตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญด้วยนั้น เป็นบทบัญญัติที่มีความมุ่งหมายให้ตำแหน่งประธานศาลรัฐธรรมนูญเป็นตำแหน่งที่ต้องได้รับการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเป็นการเฉพาะ และเพื่อเป็นการป้องกันมิให้มีการสลับตำแหน่งระหว่างประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญดังที่ปรากฏในเอกสารบันทึกความมุ่งหมายและคำอธิบายประกอบรายมาตราของรัฐธรรมนูญ 2560  หน้า 358

นายวรวิทย์จึงยังคงอยู่ในตำแหน่งต่อไปได้จนกว่าจะครบวาระตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ 2550 และมาตรา 273 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 79 วรรคหนึ่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ 2561 เมื่อรัฐธรรมนูญและ พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ บัญญัติรับรองสถานะการดำรงตำแหน่งของนายวรวิทย์ ไว้อย่างชัดเจนในบทเฉพาะกาล ดังนั้น คณะกรรมการสรรหา จึงมีมติเป็นเอกฉันท์ว่านายวรวิทย์ ไม่ได้มีลักษณะต้องห้ามตาม 202 (1) ของรัฐธรรมนูญเป็นเหตุให้ต้องพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา 208 (1)

ดังนั้น การเสนอเรื่องต่อคณะกรรมการสรรหาพิจารณาเกี่ยวกับลักษณะต้องห้ามของผู้ดำรงตำแหน่งของประธาน เพื่อให้มีข้อยุติในข้อกฎหมายและเกิดความชัดเจนเกี่ยวกับกระบวนการพิจารณาคดี และผลของคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ป้องกันปัญหาที่อาจมีคู่กรณีหรือบุคคลภายนอกโต้แย้งความสมบูรณ์ของคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญภายหลังได้ รวมทั้งแสดงถึงความเป็นอิสระของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในการปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ศาลรัฐธรรมนูญ