ดอลลาร์อ่อนค่า หลังพาวเวลล์ปฏิเสธ แนวโน้มจะขึ้นดอกเบี้ย 0.75%
ดอลลาร์อ่อนค่า หลังพาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)ปฏิเสธแนวโน้มจะขึ้นดอกเบี้ย 0.75% ขณะที่ปัจจัยในประเทศผลสำรวจ ธปท.ชี้ในเดือน เม.ย. 65 ระดับการฟื้นตัวของภาคธุรกิจทรงตัว ก่อนที่เงินบาทจะปิดตลาดที่ระดับ 34.06/09 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม 2565 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (5/5) ที่ระดับ 34.10/12 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (3/5) ที่ระดับ 34.51/53 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ หลังคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) มีมติให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.50% ตามที่ตลาดได้คาดการณ์ไว้
อย่างไรก็ตาม ดอลลาร์สหรัฐปรับตัวอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักหลังจากนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปฏิเสธแนวโน้มที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยมากถึง 0.75% แม้มีความกังวลเกี่ยวกับตัวเลขเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้นรุนแรงก็ตาม
โดยนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เผยคณะกรรมการเฟดมีความเห็นอาจจะปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.50% ในการประชุม 2 ครั้งข้างหน้า แต่ยังไม่ได้พิจารณาเรื่องการปรับขึ้นดอกเบี้ยรุนแรงถึง 0.75% โดยการประชุมครั้งนี้คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟดมีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.50% สู่ระดับ 0.75-1.00% ซึ่งเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือน พ.ค. 43 และเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งใหญ่ที่สุดในรอบกว่า 20 ปี
สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ผลสำรวจ ธปท.ชี้ในเดือน เม.ย. 65 ระดับการฟื้นตัวของภาคธุรกิจทรงตัวเมื่อเทียบกับเดือนก่อน โดยภาคการค้าและการท่องเที่ยวปรับดีขึ้นจากปัจจัยชั่วคราวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ขณะที่ภาคการผลิตอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างยังถูกกดดันจากต้นทุนการผลิตที่ปรับสูงขึ้น จำนวนแรงงานโดยรวมทรงตัว ขณะที่รายได้เฉลี่ยของแรงงานปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก่อนในภาคการค้าและการท่องเที่ยว
นอกจากนี้สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ส่งผลให้ธุรกิจครึ่งหนึ่งมีต้นทุนเพิ่มขึ้น แต่ส่วนใหญ่คาดว่าจะยังไม่ปรับขึ้นราคาสินค้าในอีก 3 เดือนข้างหน้า โดยธุรกิจส่วนใหญ่ในภาคกาคผลิตคาดว่าจะแบกรับต้นทุนได้อีกราว 3-6 เดือน ขณะที่ธุรกิจบริการส่วนใหญ่จะใช้กลยุทธ์อื่นแทนการปรับขึ้นราคา อาทิ ลดโปรโมชั่น ลดต้นทุน
ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 34.02-34.16 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 34.06/09 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้านี้ (5/5) ที่ระดับ 1.0607/09 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (3/5) ที่ระดับ 1.0507/09 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ตามการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ หลังจากประธานเฟดปฏิเสธแนวโน้มที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยมากถึง 0.75% อย่างไรก็ตาม ค่าเงินยูโรยังคงถูกกดดันจากผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน
โดยล่าสุดประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) เสนอให้ประเทศสมาชิก EU ระงับการนำเข้าน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันกลั่น จากรัสเซีย ซึ่งจะเป็นการคว่ำบาตรรอบที่ 6 เพื่อตอบโต้รัสเซียที่ใช้กำลังทหารรุกรานยูเครน ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0582-1.0642 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (5/5) ที่ระดับ 129.24/26 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (3/5) ที่ระดับ 130.15/17 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ตามการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐหลังจากประธานเฟดปฏิเสธแนวโน้มที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยมากถึง 0.75%
อย่างไรก็ตาม ตลาดการเงินกำลังจับตาดูว่า BOJ มีมุมมองอย่างไรต่อการอ่อนค่าของเงินเยน หลังจากที่เงินเยนทรุดตัวลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 20 ปี ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างการใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเป็นเวลานานของ BOJ และการเริ่มใช้นโยบายคุมเข้มด้านการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 128.76-129.82 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 129.66/68 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ตัวเลขศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการเดือน เม.ย.ของจีนจากไฉซิน, ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือน มี.ค.ของเยอรมนี, ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายเดือน เม.ย.ของอังกฤษจากเอสแอนด์พี โกลบอล/ซีไอพีเอส, ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ประชุมนโยบายการเงินและแถลงมติอัตราดอกเบี้ย และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐ
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -0.4/0.0 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ 0.0/+2.0 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ