หอการค้าขอรัฐบาลกัดฟันจัดโครงการ “คนละครึ่งเฟส 5” ช่วยค่าครองชีพประชาชน พร้อมขอไม่เพิ่งค่าแรงขั้นต่ำสูงเกินไป
วันที่ 6 พฤษภาคม 2565 นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ต้นทุนสินค้าปัจจุบันสูงขึ้น เนื่องจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าทั้งหมดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยสินค้าที่ราคาขึ้นเร็วทันทีเป็นสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งจะกระทบต่ออำนาจและกำลังการซื้อของประชาชนโดยรวมไปอีกระยะหนึ่ง
หอการค้าและภาคเอกชนเองก็พยายามเรียกร้องให้รัฐบาลกัดฟันต่อเวลาโครงการคนละครึ่งเฟส 5 อีกรอบ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน พร้อมทั้งขอให้ไม่เพิ่มอัตราแรงงานขั้นต่ำที่สูงเกินไปไม่สมดุลกับราคาเงินเฟ้อ คาดว่ากลไกไตรภาคีน่าจะประเมินอยู่แล้ว
“ส่วนสต๊อกสินค้า ที่กังวลจะหมดกลางปี ผมมองว่าคงไม่หมด แต่ต้นทุนที่จะเริ่มผลิตใหม่รอบใหม่ ราคาจะสูงขึ้นทั้งนั้นเลย ฉะนั้นเรื่องสินค้าที่แพงต้องยอมรับไปตามกลไก ในขณะเดียวกันเราก็ไม่อยากจะเห็นสินค้าขาด ซัพพลายเชนขาด โรงงานเดียวซัพพลายขาดก็ลำบากแล้ว เพราะเท่านี้ ผู้ประกอบการเองก็ไม่กล้าที่จะขึ้นราคาเพราะเดี๋ยวจะขายไม่ออก ก็ต้องช่วยกันไป ๆ ตอนนี้ก็ต้องช่วย ๆ กันพยุงกันไป” นายสนั่นกล่าว
ล่าสุด นายสนั่น เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบศ.) ที่นายกรัฐมนตรีเป็นประธานว่า จากการที่ภาคเอกชนเคยเสนอเรื่องการขยายโครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 4 ที่ประชุม ศบศ.ได้เห็นชอบและอนุมัติเพิ่มอีก 1 ล้านสิทธิ รวมถึงโครงการทัวร์เที่ยวไทย โดยจะขยายเวลาถึงเดือนกันยายนนี้
หอการค้าไทยได้เสนอให้รัฐบาลพิจารณาขยายมาตรการดังกล่าว เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม โดยเสนอให้พิจารณาวงเงิน 1,000-1,500 บาท ต่อคน (30 ล้านคน) ก็จะช่วยให้มีการหมุนเวียนของเม็ดเงินมากขึ้น ซึ่งรัฐบาลจะใช้งบประมาณราว 30,000 – 45,000 ล้านบาท แต่จะทำให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยและมีเงินเข้าระบบเศรษฐกิจ 60,000-90,000 ล้านบาท
เมื่อคำนวนแล้วจะทำให้ GDP มีตัวเลขดีขึ้นได้ถึง 0.63-0.65% ซึ่งนายกรัฐมนตรีและที่ประชุมรับข้อเสนอดังกล่าวของหอการค้าฯ และแจ้งว่าปัจจุบันกระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการพิจารณารายละเอียดงบประมาณเพื่อให้เกิดความเหมาะสม ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีที่มาตรการดังกล่าวอาจได้รับการตอบรับในเร็ววันนี้
ทั้งนี้ ที่ประชุมมีข้อสังเกตในประเด็นที่ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง มีความกังวลเรื่องการถูกเก็บภาษีย้อนหลัง โดยหอการค้าไทยเห็นว่ามีความจำเป็นต้องทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการและประชาชนทั่วไปให้รับทราบว่า รัฐบาลมีความตั้งใจที่ดำเนินโครงการคนละครึ่งเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชน และส่งผ่านกำลังซื้อไปสู่ผู้ประกอบการให้มีรายได้เพิ่ม ซึ่งหากรายได้สุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนดังกล่าวไม่ถึงเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษีตามที่กฎหมายกำหนด ผู้ประกอบการจะไม่มีภาระภาษี
โดยมองว่าร้านค้าส่วนใหญ่ที่เข้าร่วมโครงการอาจไม่เข้าใจประเด็นนี้ และกลัวที่จะต้องเสียภาษีหากร่วมเป็นร้านค้าในโครงการคนละครึ่ง จึงอยากให้หน่วยงานภาครัฐเน้นทำความเข้าใจส่วนนี้ให้ชัดเจน เพราะรัฐบาลมีความตั้งใจจริงที่จะช่วยประชาชนและผู้ประกอบการพร้อม ๆ กัน เพื่อเพิ่มยอดขายและกำลังซื้อของประชาชนทั่วไปด้วย
…………..
ด้านนายอธิป พีชานันท์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า ราคาน้ำมันและราคาเหล็กที่เพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการก่อสร้าง ทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 3 หากสถานการณ์ยังลากยาว ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับตัว 2 เรื่อง
1.เร่งระบายสต๊อกเดิมซึ่งขณะนี้เหลืออยู่ 3 เดือน ซึ่งเป็นต้นทุนเดิม 2.ส่วนสินค้าใหม่ที่เป็นต้นทุนใหม่ อาจลดวัสดุบางประเภทที่ราคาแพง เปลี่ยนมาวัสดุราคาไม่แพง แต่ประโยชน์ใช้สอยเหมือนเดิม
นายอธิปกล่าวอีกว่า ที่เป็นห่วงอีกอย่างคือเงินเฟ้อ ถ้าธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ปรับดอกเบี้ยขึ้น ผู้บริโภคจะโดน 2 ทาง คือ จ่ายดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น และต้องซื้อของแพงขึ้นด้วย ซึ่งกำลังติดตามอยู่
อย่างไรก็ตาม ถ้าสถานการณ์ดอกเบี้ยยังไม่เปลี่ยนแปลง ผู้บริโภคยังมีกำลังซื้ออยู่ อีกทางคือผู้ประกอบการแบกรับต้นทุนไว้ครึ่งหนึ่งของร้อยละ 3 และลดกำไรตัวเองลงเพื่อช่วยเหลือผู้บริโภค