เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

กูรูวิเคราะห์เอฟเฟ็กต์เฟด ‘กอบศักดิ์’ ห่วงทุนไหลออก

07 พ.ค. 2565 | 08:46น.
เจอโรม พาวเวลล์

กูรูวิเคราะห์ทุนเคลื่อนย้าย เอฟเฟ็กต์เฟดขึ้นดอกเบี้ย “กอบศักดิ์” เตือนรับมือเงินไหลออก ขณะที่ กูรู 2 แบงก์ ประเมินฟันด์โฟลว์ไม่ไหลออกรุนแรง มองทั้งปีต่างชาติยังซื้อสุทธิทั้ง “หุ้น-บอนด์” ของไทย “นักเศรษฐศาสตร์ สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด” จับตา กนง. รอบต่อไปเริ่มส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย

ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ และเลขานุการบริษัท ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.50% มากที่สุดในรอบ 20 ปี และจะขึ้นดอกเบี้ยไปอีก 2-3 ครั้ง โดยสิ้นปีนี้จะไปอยู่ที่ระดับ 2.5% ซึ่งจะกดดันภาพเศรษฐกิจประเทศอื่นพอสมควร

โดยภายใต้วัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้น และส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่แตกต่างกันค่อนข้างมากระหว่างไทยกับสหรัฐ เนื่องจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คงดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ เพื่อรอให้เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวชัดเจนก่อน จึงเป็นปกติที่มีแรงจูงใจในการลงทุนที่ให้ผลตอบแทน หรือดอกเบี้ยต่ำ ไปสู่ตลาดที่มีผลตอบแทนสูง

“เราเริ่มเห็นเงินทุนเคลื่อนย้ายในประเทศญี่ปุ่นแล้ว และคาดว่าจะเกิดขึ้นในภูมิภาคนี้เช่นกัน โดยหลังจากเฟดถอนสภาพคล่อง เราจะเห็นภาพเงินไหลออกจากประเทศอื่นกลับไปตลาดสหรัฐ

เพราะการทำมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ หรือ QE เป็นไปนำสภาพคล่องไปสู่ตลาดอื่น ๆ ส่วนการทำ QT (ลดงบดุล) คือการดึงเงินกลับจากไปประเทศอื่น จึงไม่แปลกใจที่จะเห็นเงินทุนไหลออกในภูมิภาคนี้

รวมถึงไทยด้วย ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับเราว่าจะบริหารเศรษฐกิจดีแค่ไหน จึงจะไม่เป็นเป้าของเขา” ดร.กอบศักดิ์กล่าว

สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) -กรุงไทย ชี้ทั้งปี เงินไม่ไหลออกแรง

ดร.ทิม ลีฬหะพันธุ์ นักเศรษฐศาสตร์ ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) กล่าวว่า ส่วนต่างกับดอกเบี้ยนโยบายระหว่างสหรัฐกับไทยที่เริ่มมากขึ้น ทำให้เกิดความกังวลเรื่องเงินทุนไหลออก อย่างไรก็ดี ธนาคารยังคงมองสอดคล้องกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ว่ายังไม่ได้น่ากังวลมากนัก

โดยแนวโน้มทั้งปี 2565 จะยังคงเป็นเงินทุนไหลเข้า ตลาดหุ้นและพันธบัตร (บอนด์) ตามทิศทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ แม้ว่าจะมีฟันด์โฟลว์ไหลออก เพื่อซื้อน้ำมันที่มีราคาแพงขึ้น แต่เป็นฟันด์โฟลว์เพื่อนำเข้าเท่านั้น

“ฟันด์โฟลว์ไหลออกอาจจะเป็นความกังวล แต่เชื่อว่าทั้งปีคงไม่ได้ไหลออกรุนแรง แต่เป็นไหลเข้าสุทธิ แม้ว่าจะมีส่วนต่างดอกเบี้ย ซึ่งเป็นแนวคิดว่าการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) รอบวันที่ 8 มิ.ย.นี้ จะเห็นการเปลี่ยนมุมมองของ ธปท.ที่จะเริ่มพูดขึ้นดอกเบี้ย เพราะเศรษฐกิจเริ่มดูดีขึ้น และเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูง” ดร.ทิมกล่าว

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า แม้ว่าเฟดจะปรับดอกเบี้ยต่อเนื่องไปสู่ระดับกว่า 3% แต่เชื่อว่าไม่มีผลกระทบทำให้ฟันด์โฟลว์ไหลออกรุนแรง เนื่องจากเป็นไปตามตลาดคาดการณ์ ซึ่งการจะเกิดภาวะเงินทุนไหลออกรุนแรง จะต้องมีปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ เข้ามา

เช่น ความเสี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ของตลาดเกิดใหม่ ซึ่งจะทำให้ตลาดกลับมาปิดความเสี่ยง (risk off) แต่ปัจจุบันไม่น่าจะเกิดภาพดังกล่าว เนื่องจากตลาดเกิดใหม่หรือเอเชียได้ลดภาระหนี้ต่างประเทศ และหันมากู้ในประเทศมากขึ้น รวมถึงหลายประเทศในเอเชียมีการขึ้นดอกเบี้ยไปก่อนหน้าสหรัฐพอสมควรแล้ว

ทั้งนี้ กรุงไทยประเมินฟันด์โฟลว์ทั้งปียังคงไหลเข้าสุทธิ แบ่งเป็นไหลเข้าตลาดหุ้นสุทธิราว 2 แสนล้านบาท และไหลเข้าตลาดบอนด์สุทธิ 1-1.5 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นระดับที่กลับไปสู่ช่วงก่อนโควิด-19 ที่มีแรงเทขายออกเกือบ 4 แสนล้านบาท

และหากพิจารณาตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (ม.ค.-เม.ย.) จะเห็นว่ามีฟันด์ไฟลว์เข้าตลาดหุ้นแล้ว 1.2 แสนล้านบาท และไหลเข้าตลาดบอนด์ 9 หมื่นล้านบาท

“เรามองว่าความเสี่ยงเงินทุนไหลออกก็มี แต่ไม่มาก เพราะตลาดรับรู้เรื่องเฟดขึ้นดอกเบี้ย และบอนด์ยีลด์ก็ขึ้นไปรอแล้ว จึงมองว่าจะเห็นเงินทุนไหลออกรุนแรงคงไม่มี แต่ในทางกลับกันเราจะเห็นนักลงทุนกลับเข้ามาซื้อเพิ่มเติม

อย่างไรก็ดี ระหว่างทางอาจจะมีความไม่แน่นอน บอนด์ยีลด์ปรับขึ้นบ้าง และความเสี่ยงตลาดเกิดใหม่ และจีนมี hard landing อาจเห็นเงินไหลออกได้แต่ครึ่งปีหลังก็จะไหลกลับเข้ามาได้” นายพูนกล่าว