เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

สัญชัย ปุรณะชัยคีรี สะท้อนความเสี่ยงธุรกิจ “ล้งทุเรียน”

02 มิ.ย. 2565 | 17:20น.
สัญชัย ปุรณะชัยคีรี

สัญชัย ปุรณะชัยคีรี

สัมภาษณ์

“ล้ง” หนึ่งในอาชีพพ่อค้าคนกลางที่หลายคนรู้จักกันดี “สัญชัย ปุรณะชัยคีรี” นายกสมาคมผู้ค้าและส่งออกผลไม้ไทย เจ้าของล้ง “ดราก้อน เฟรช ฟรุท” จ.จันทบุรี ให้สัมภาษณ์ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า อาชีพล้งเปลี่ยนไปจากเดิมมากและมีความเสี่ยงในการทำธุรกิจเพิ่มขึ้น ซึ่งแตกต่างจากความเข้าใจของคนทั่วไปโดยสิ้นเชิง

“สัญชัย” เล่าว่า ทำธุรกิจค้าผลไม้มานานมากกว่า 30 ปีแล้ว เห็นรูปแบบการทำล้งในประเทศไทยมาตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน เริ่มมีการพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ จาก “ล้ง” ในภาษาจีน คือ โรง ซึ่งเป็นพื้นที่โล่งยังไม่มีมาตรฐานอะไรและเป็นเพียงพื้นที่โกดังสี่เสา พื้นเป็นดินปะปนกับพื้นปูนคอนกรีต กระทั่งมีมาตรฐานการส่งออกบังคับให้ล้งทำเป็นพื้นปูนคอนกรีตทั้งหมด เพื่อให้ง่ายต่อการทำความสะอาด มีผนังกั้นเป็นสัดส่วน มีขนาดใหญ่ขึ้น เรียกว่า “โรงคัดบรรจุ” (packing house) ซึ่งเห็นความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เกิดขึ้นในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เพราะความนิยมกินทุเรียนของประเทศจีน

ไม่นานหลังจากนั้น ทุนจีนเข้ามาทำล้งในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก และทำห้องเย็น รวมทั้งการขนส่งแบบครบวงจร โดยผู้ซื้อสินค้าสามารถเลือกได้ว่าจะซื้อสินค้าจากล้งไหน แบบไหนที่เป็นมาตรฐานด้านสุขอนามัยที่ต้องการ ทำให้ล้งคนไทยต้องพัฒนาตามให้ทัน ขณะเดียวกันบางล้งยังเป็นโกดังแบบเก่าอยู่และทำการค้าไปตามสภาพ เพราะกฎหมายประเทศไทยยังไม่มีข้อบังคับให้ทำส่วนนี้ให้เป็นมาตรฐานจริงจัง

“ยุคแรกที่ทำมาตรฐาน GMP นักวิชาการใช้มาตรฐานแบบยุโรป-อเมริกา โดยล้งต้องเป็นระบบปิด แมลงเข้าไม่ได้ พนักงานต้องสวมชุดมิดชิดรัดกุม ต้องมีจุดฆ่าเชื้อ ที่ล้างมือได้มาตรฐานสารพัด เมื่อเรานำมาปฏิบัติจริงกลับไม่สามารถทำได้ ด้วยอุณหภูมิบ้านเราร้อนจัด 36 องศา ระบบไฟฟ้าแต่ก่อนก็ไม่ดี เมื่อติดแอร์ค่าใช้จ่ายสูงมาก จึงค่อย ๆ ดัดแปลงตามความเหมาะสมเรื่อยมาถึงปัจจุบันที่เป็นโกดังเปิดสามารถส่งออกไปได้ และมาตรฐานในยุคเแรกได้กลายมาเป็นมาตรฐานสามารถส่งไปเกาหลี ญี่ปุ่น ได้ด้วย”

สำหรับล้ง ดรากอน เฟรช ฟรุท เรื่องความสะอาดน่าจะอยู่อันดับ 1 ใน 5 ของจังหวัดจันทบุรี ความใหญ่ด้านการส่งออกอยู่ 1 ใน 10 แน่นอน หลัก ๆ ทำทุเรียน มังคุด และลำไย ตามฤดูกาล ยกระดับขึ้นมาจากอดีตจนผ่านมาตรฐานการส่งออกหลายอย่างแล้วกว่า 80% สามารถส่งเข้าห้างสรรพสินค้าในประเทศจีนได้ โดยไม่ต้องตรวจซ้ำ

แต่ภาพรวมล้งดราก้อนยังไม่สามารถจัดการเครื่องทำความสะอาดได้แบบ 100% โดยกำลังพัฒนาขึ้นไปอีกเพื่อให้มีโอกาสค้าขายกับยุโรปและอเมริกาด้วย และในกรณีนี้หากทำได้ ต้องเพิ่มต้นทุนสูงขึ้นไปอีก ต้องตั้งราคาผลผลิตสูงขึ้นด้วย แต่จะไม่สามารถแข่งขันกับล้งอื่นได้ เพราะราคาจะต้องแพงกว่าล้งเจ้าอื่นอยู่แล้ว

ทั้งนี้ ล้งดราก้อนส่งออกทุเรียนเฉลี่ยหลายหมื่นตันต่อปีอย่างสม่ำเสมอมาหลายปีแล้ว รวมถึงมังคุดและลำไย หลักสำคัญคือการคัดคุณภาพ ซื้อผลผลิตจากเกษตรกรที่ไว้ใจได้ ซื่อสัตย์ต่อผู้บริโภค จนสามารถสร้างชื่อให้แบรนด์ได้

“สัญชัย” บอกว่า ในอดีตล้งหรือผู้ส่งออกมีน้อยมาก ภาวะการแข่งขันทั้งประเทศไทยรวมแล้วไม่เกิน 20 ราย ใครซื้อเท่าไหร่ให้ราคาอย่างไรรู้หมด รู้ว่าคู่แข่งเป็นใคร แต่ปัจจุบันมีล้งอยู่นับร้อย ไม่รู้แข่งกับใครบ้าง ฉะนั้นต้องแข่งกับตัวเอง และทำคุณภาพของสินค้าให้ดีที่สุดลูกค้าที่เป็นคู่ค้าอยู่จะดึงให้ผู้ประกอบการแต่ละรายไปได้เอง

“คำว่า ล้ง หรือพ่อค้าคนกลาง เมื่อ 40-50 ปีก่อนถูกนิยามว่า คือผู้ที่เอาเปรียบสังคม ซื้อมาขายไป แต่ทุกวันนี้มานั่งไล่ดูอย่างละเอียดเลยว่าเป็นอย่างไร ยกตัวอย่าง การซื้อทุเรียนมีความเสี่ยงสารพัด เริ่มที่คนสวนนั่งอยู่ที่บ้าน ล้งต้องเดินไปหาและติดต่อเสนอราคาซื้อขายซึ่งชาวสวนจะไม่ตัดสินใจเลย แต่จะพูดคุยกับล้งอื่นด้วยเหมือนการประมูลราคา ใครให้ราคามากสุดก็ได้ไป”

“เมื่อตกลงราคาได้แล้ว ล้งก็ต้องจ้างคนไปตัดที่สวนเอง โดยคนที่รับจ้างตัดจะนับค่าแรงเป็นกิโลกรัม พอมาถึงโกดังคัดทุเรียนต้องหาแรงงานรับจ้างแพ็ก คนงานกลุ่มนี้ไม่ใช่คนงานประจำของล้ง แม้จะติดต่อพูดคุยกันไว้แล้ว แต่หากล้งอื่นให้ราคาค่าแรงมากกว่า ก็จะย้ายไปทำที่อื่น หายไปเลยทั้งกลุ่ม ทุเรียนที่ตัดมาถ้าปล่อยไว้ก็เสียหายอีก ทั้งมีความเสี่ยงในการขายอีกทุกขั้นตอนจนถึงมือผู้บริโภค”

นอกจากนี้ “สัญชัย” ยังพูดถึงทุเรียนที่ขายในตลาดว่า ประเทศไทยมีจันทบุรีเป็นแหล่งส่งออกใหญ่ ช่วงเดือนมีนาคมหรือเมษายนเป็นต้นไปได้ผลผลิตจากจังหวัดภาคตะวันออก พอช่วงต้นเดือนมิถุนายนถึงเดือนกรกฎาคมจะไปรับซื้อทุเรียนจากจังหวัดภาคใต้ต่อ ส่วนมากเป็นพันธุ์หมอนทอง แหล่งรับซื้อขนาดใหญ่คือ จังหวัดชุมพร ซึ่งคุณภาพทุเรียนจากทั้งสองพื้นที่ไม่แตกต่างกันมากนัก

โดยเฉพาะชาวสวนที่ทำผลผลิตคุณภาพ ต่างกันเพียงความชื้น เพราะทุเรียนภาคใต้จะมีฝนมากกว่า หรือแล้วแต่ปริมาณน้ำฝนแต่ละปี และในปี 2565 ทุเรียนภาคใต้น่าจะน้อยกว่าปีที่ผ่านมา เพราะฝนตกและร่วงไปมาก แต่ยังประเมินไม่ได้ว่ามากน้อยเท่าไหร่ เนื่องจากต้นที่เพิ่งออกดอกก็มีอยู่ ดูแล้วฤดูกาลของทุเรียนภาคใต้อาจกินเวลานานถึงสิ้นปี

ด้านราคารับซื้อทุเรียนตอนนี้ภาคตะวันออก หรือในจังหวัดจันทบุรี อยู่ที่ 110-115 บาท/กก. สูงกว่าทุเรียนภาคใต้ 10-15 บาท/กก. ส่วนทุเรียนภาคใต้จะมีค่าขนส่งที่แพงกว่า เมื่อรวมแล้วราคาจึงไม่ต่างกันมากนัก สัดส่วนการส่งออกทั้งปีของสองพื้นที่ถือว่าเฉลี่ยใกล้เคียงกัน ภาคตะวันออกอาจจะมีผลผลิตมากกว่าเล็กน้อย แต่ภาคใต้จะมีช่วงออกผลที่นานกว่า

อย่างไรก็ตาม ทุเรียนสวยส่งไปเมืองนอก ไม่สวยขายในไทย ส่วนใหญ่ส่งออกไปยังตลาดจีนเป็นหลัก 99% และตลาดในประเทศที่ขายผลผลิตคุณภาพมีเพียง 15% ส่วนอีก 85% คือทุเรียนที่ผู้ส่งออกไม่รับซื้อ ซึ่งผลไม่สวย เนื้อไม่ดี ลูกอ่อน พ่อค้าจะนำมารวม ๆ กันแล้วส่งขาย เพราะคนไทยส่วนใหญ่สู้ราคาไม่ไหว

วิธีแก้คือต้องทำให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพื่อให้มีกำลังซื้อ หรือเปลี่ยนรัฐบาลบ้างก็ดี เพราะความช่วยเหลือจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่ผ่านมาจะเห็นว่ารัฐบาลช่วย 100 บาท กว่าจะถึงมือประชาชนเหลือ 10 บาท

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ล้งทุเรียน สัมภาษณ์พิเศษ