ไทยดอทรัน แพลตฟอร์มงานวิ่ง สยายปีกธุรกิจ ดันอีเวนต์ ตปท.รับตลาดฟื้น
วิ่ง
ไทยดอทรันขยายธุรกิจรับแนวโน้มงานวิ่งฟื้นตัว ลุยอัพเกรดแพลตฟอร์มจำหน่ายภาพ-รับสมัครงานวิ่งรองรับกระแสบูม พร้อมเดินหน้าขยายฐานรับดีมานด์งานวิ่งในเอเชีย-ยุโรป รวมถึงข้ามวงการเจาะงานกอล์ฟ อีเวนต์ และท่องเที่ยว ชูจุดแข็งค้นหารูปด้วยเทคโนโลยีจดจำใบหน้า มั่นใจรายได้ปีนี้เติบโตต่อเนื่อง
นายกมล สิริชัน ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท ไทยดอทรัน จำกัด ผู้สร้างแพลตฟอร์มงานวิ่งครบวงจร อาทิ สมัคร ซื้อ-ขายภาพวิ่ง จำหน่ายเสื้อวิ่ง และอื่น ๆ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปีนี้อุตสาหกรรมการจัดงานวิ่งจะกลับมาคึกคักขึ้นแน่นอน โดยจะเห็นการฟื้นตัวชัดเจนหลังการประกาศให้โควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่น
ซึ่งจะทำให้งานวิ่งระยะสั้น อาทิ ฟันรัน 5 กิโลเมตร และ 10 กิโลเมตร ไปจนถึงฮาล์ฟมาราธอน 21 กิโลเมตร กลับมาจัดก่อน จนสิ้นปีอุตฯน่าจะฟื้นตัวได้ถึงระดับ 60-70% และปี 2566 จะฟื้นตัวมาที่ระดับ 90% ของก่อนการระบาดของโรคโควิด-19
เพราะความคึกคักช่วงสงกรานต์และจำนวนผู้คนในห้างสรรพสินค้า แสดงให้เห็นว่าชาวไทยพร้อมที่จะออกมาใช้ชีวิตนอกบ้าน เพียงแต่สำหรับงานวิ่งนั้นอาจต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งเพื่อให้บรรดานักวิ่งปรับตัวเพื่อเรียกคืนความฟิตของตนกลับมาก่อน
ไปในทิศทางเดียวกับภาคธุรกิจที่เป็นสปอนเซอร์ซึ่งหลายรายส่งสัญญาณว่าต้องการจัดกิจกรรม แต่ยังกังวลทั้งด้านความปลอดภัยและผลตอบรับของงาน อีกทั้งข้อกำหนดต่าง ๆ ยังไม่เอื้อให้จัดงานที่มีผู้เข้าร่วมจำนวนมากอีกด้วย
ธุรกิจจึงยังชะลอการใช้งบฯด้านนี้ ขณะที่ผู้บริโภคยังคงลงทุนกับสุขภาพ โดยยังสั่งซื้อสินค้าอย่างเสื้อและรองเท้าวิ่งเข้ามาต่อเนื่องตามกระแสความสนใจในสุขภาพไม่ต่างจากช่วงก่อนหน้านี้
แม้ช่วงต้นปีอัตราการฟื้นตัวจะช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้อาจเป็นเพราะผู้บริโภคยังคงกังวลกับความปลอดภัย และอีกส่วนหนึ่งพฤติกรรมการออกกำลังกายเปลี่ยนไปหลังเว้นว่างจากการออกกำลังกายโดยเฉพาะการวิ่งมานานกว่า 2 ปี ทำให้การกลับมาวิ่งอีกครั้งยากขึ้น
สะท้อนจากตัวเลขงานวิ่งที่เดิมมีปีละ 3 พันกว่างาน เหลือเพียงเดือนละไม่ถึง 100 งาน ส่วนใหญ่เป็นงานที่เลื่อนมา เช่นเดียวกับจำนวนผู้ร่วมงานต่าง ๆ ที่ลดจากหลักพันมาเหลือหลักร้อย แม้แต่ virtual run ยังกลับมาจัดประมาณ 30 งานต่อเดือน และมีผู้เข้าร่วมตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลายพันคน น้อยกว่าก่อนโควิดที่งานกลุ่มนี้จะมีผู้เข้าร่วมงานระดับหลายพันคนต่องาน
นายกมลกล่าวว่า เพื่อรับการฟื้นตัวที่กำลังเกิดขึ้น บริษัทจะกลับมาโฟกัสแพลตฟอร์มจำหน่ายภาพงานวิ่งที่เป็นรายได้หลัก หลังบริษัทใช้ช่วงเวลา 2 ปีที่ผ่านมาที่งานวิ่งลดลงจนเป็น 0 งาน
โดยมีการอัพเกรดระบบหลังบ้านเพิ่มความพร้อมของแพลตฟอร์มทั้งระบบการค้นหาภาพถ่ายนักวิ่งด้วยเทคโนโลยีจดจำใบหน้าและการรับสมัครให้สามารถรองรับผู้ใช้งานจำนวนมากในเวลาเดียวกันได้
จนมีศักยภาพรองรับการสมัครงานวิ่งระดับหลายร้อยงานต่อสัปดาห์ได้โดยระบบไม่ล่ม ในขณะที่การค้นหาภาพนักวิ่งนั้นอัพเกรดเพิ่มความแม่นยำให้ผู้ใช้งานสามารถค้นหาภาพของตนเองได้แม้ขณะถูกถ่ายจะใส่หน้ากากอนามัยอยู่ก็ตาม
พร้อมกันนี้ อาศัยจังหวะที่กิจกรรมงานวิ่งในสวนสาธารณะ หรือปาร์กรัน เริ่มได้รับความนิยม หลังหลายฝ่ายพยายามกระตุ้นให้ผู้บริโภคเริ่มกลับมาวิ่ง จับมือผู้จัดงานเพื่อช่วยออกแบบระบบสนับสนุนต่าง ๆ เช่น ระบบรวบรวมข้อมูลเส้นทางวิ่งที่คนในพื้นที่นั้น ๆ นิยม รวมถึงระบบรับสมัครนักวิ่งและส่งผลด้วยคิวอาร์โค้ด เป็นต้น
นอกจากนี้ยังมุ่งต่อยอดเทคโนโลยีด้านวิเคราะห์ภาพและจดจำใบหน้าที่เป็นนวัตกรรมเฉพาะของบริษัทที่เดิมใช้ในธุรกิจจำหน่ายภาพงานวิ่ง ไปยังวงการ-อุตสาหกรรมอื่น ๆ เช่น ต่อยอดแพลตฟอร์มจำหน่ายภาพ Pixmory ที่ใช้เทคโนโลยีจดจำใบหน้ามาช่วยค้นหาภาพและส่งให้ผู้รับทางไลน์ ไปยังวงการกอล์ฟ ธุรกิจจัดงานแต่งงาน วงการท่องเที่ยวและอื่น ๆ ที่มีการใช้ภาพถ่าย
ในส่วนของการใช้งานด้านจำหน่ายภาพงานวิ่งจะขยายฐานลูกค้าออกไปยังต่างประเทศหลังหลายประเทศเริ่มกลับมาจัดงานวิ่งได้แล้ว โดยอยู่ระหว่างเจรจากับผู้จัดงานในประเทศต่าง ๆ
อาทิ สิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม รวมถึงในยุโรป ชูจุดเด่นทั้งความแม่นยำของเทคโนโลยีจดจำใบหน้าและความสะดวกของแพลตฟอร์มที่ลูกค้าปลายน้ำสามารถเลือกซื้อภาพเป็นรายใบได้หลังงาน แตกต่างจากคู่แข่งรายอื่น ๆ ที่จะขายแบบเหมาและไม่สามารถเลือกภาพก่อนได้
สำหรับธุรกิจผลิตเสื้อวิ่งซึ่งช่วยสร้างรายได้พยุงบริษัทในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา แทนการขายภาพที่เป็นรายได้หลักเดิมนั้นจะเดินหน้าต่อไปทั้งการรับผลิตให้กับงานวิ่งต่าง ๆ และการซื้อลิขสิทธิ์มาผลิตเอง เช่น เสื้อแคแร็กเตอร์ซูเปอร์ฮีโร่ของมาร์เวลล์ เป็นต้น
“หากปีนี้งานวิ่งฟื้นกลับมาได้ถึง 60% จะช่วยให้รายได้ของบริษัทปี 2565 เติบโตขึ้นแน่นอน หลังปี 2564 สามารถเติบโตจากปีก่อนหน้าได้เล็กน้อยแล้ว” นายกมลย้ำ