เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ธปท. เปิดตัวแอป “แบงก์ชาติ” รวมฟีเจอร์เสิร์ฟข้อมูลการเงินประชาชน-ภาคธุรกิจ
Finance ธปท. เปิดตัวแอป “แบงก์ชาติ” รวมฟีเจอร์เสิร์ฟข้อมูลการเงินประชาชน-ภาคธุรกิจ
เชียงใหม่เร่งปรับภูมิทัศน์ วัดโบราณสถาน รับตรวจมรดกโลก 3-8 ส.ค.
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่เร่งปรับภูมิทัศน์ วัดโบราณสถาน รับตรวจมรดกโลก 3-8 ส.ค.
ผังเมืองภูเก็ตชูโมเดลสิงคโปร์ เดอะมอลล์-เซ็นทรัล แข่งเดือด
Real Estate ผังเมืองภูเก็ตชูโมเดลสิงคโปร์ เดอะมอลล์-เซ็นทรัล แข่งเดือด
ลุ้นฉากสุดท้ายคดีฮั้ว สว. เกมบี้ 7 กกต.รุกการเมืองสีน้ำเงิน
Politics ลุ้นฉากสุดท้ายคดีฮั้ว สว. เกมบี้ 7 กกต.รุกการเมืองสีน้ำเงิน
นายกฯ จี้ทุกหน่วยงาน เร่งทำแผนต่อยอดความร่วมมือ ‘จีน’ ก่อนส่งการบ้าน ครม.
Politics นายกฯ จี้ทุกหน่วยงาน เร่งทำแผนต่อยอดความร่วมมือ ‘จีน’ ก่อนส่งการบ้าน ครม.
Multi-Polar Investing: ทางรอดนักลงทุน ในวันที่ตลาดหุ้นสหรัฐ อาจไม่เหมือนเดิม
Finance Multi-Polar Investing: ทางรอดนักลงทุน ในวันที่ตลาดหุ้นสหรัฐ อาจไม่เหมือนเดิม
แลนด์ลอร์ด บางใหญ่แห่ขายที่ เจ้าสัวเจริญปิดดีลบิ๊กคิงส์ไม่จบ
Real Estate แลนด์ลอร์ด บางใหญ่แห่ขายที่ เจ้าสัวเจริญปิดดีลบิ๊กคิงส์ไม่จบ
ค่ายญี่ปุ่นชิงเค้กอีวี 2 แสนคัน  Honda Super-ONE ลุ้นทำราคาสู้จีน
Automotive ค่ายญี่ปุ่นชิงเค้กอีวี 2 แสนคัน Honda Super-ONE ลุ้นทำราคาสู้จีน
‘การบินไทย’ ทุ่มหมื่นล้านลงทุนศูนย์ MRO อู่ตะเภาตั้งเป้าเสร็จปี’73 รับแผนซ่อมฝูงบินลอตใหญ่
Business ‘การบินไทย’ ทุ่มหมื่นล้านลงทุนศูนย์ MRO อู่ตะเภาตั้งเป้าเสร็จปี’73 รับแผนซ่อมฝูงบินลอตใหญ่
เอกชนชะลอ Data Center กสทช. เข้มเกณฑ์เชื่อมสัญญาณ
Tech เอกชนชะลอ Data Center กสทช. เข้มเกณฑ์เชื่อมสัญญาณ
ดูทั้งหมด

ชำแหละต้นตอปัญหา SCAM นับหนึ่ง PDPA อุดช่องโหว่ข้อมูลรั่ว

04 มิ.ย. 2565 | 08:26น.
scam

ทุกภาคส่วนตื่นตัวกับการบังคับใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือ PDPA (Personal Data Protection Act) ล่าสุด กสทช.จัดเสวนา NBTC Public Forum ครั้งที่ 1/2565 เรื่อง “กฎหมาย PDPA กับมิติใหม่ของการจัดการปัญหา SCAM” หรือการหลอกลวงในรูปแบบต่าง ๆ ผ่านอินเทอร์เน็ต โดยเชิญผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องมาร่วมกันถ่ายทอดมุมมองและความคิดเห็น

นายอาทิตย์ สุริยะวงศ์กุล อนุกรรมการด้านการสื่อสาร โทรคมนาคม และเทคโนโลยีสารสนเทศ สภาองค์กรของผู้บริโภคกล่าวว่า หน่วยงานรัฐและเอกชนจะมีการขอข้อมูลส่วนบุคคลจำนวนมากก่อนได้รับบริการ ทำให้ประชาชนรู้สึกว่าหากกรอกข้อมูลส่วนบุคคลไม่ครบจะได้รับบริการไม่สะดวก

ทั้งเกิดความสับสนว่าช่องทางใดเป็นช่องทางจริงหรือปลอม เพราะโดเมนเว็บไซต์ของหน่วยงานรัฐมีความหลากหลาย มิจฉาชีพจึงทำช่องทางหลอกลวงได้มากขึ้น ทำให้ยากต่อการประชาสัมพันธ์เรื่องการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

และที่ผ่านมามิจฉาชีพใช้โมเดลทางจิตวิทยาจากการรู้ข้อมูลส่วนบุคคล และสร้างความน่าเชื่อถือให้ผู้ที่จะถูกหลอกก่อนสร้างความเห็นอกเห็นใจให้เหยื่อติดต่อกลับ รวมถึงสร้างความกลัวจากการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐที่ต้องติดสินบนเพื่อให้โอนเงินแล้วรอดพ้นจากความผิด

อาทิตย์ สุริยะวงศ์กุล

ชำแหละต้นตอ “ข้อมูลรั่ว”

“มิจฉาชีพมีการนำข้อมูลส่วนตัวเหล่านี้ไปใช้ต่อยอดสร้างเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับเหยื่อ ทำให้เหยื่อหลงเชื่อได้ง่ายขึ้น เช่น หากมิจฉาชีพได้ข้อมูลการสั่งซื้อของก็จะเข้ามาหลอกลวง โดยเป็นผู้ส่งของหรือส่งพัสดุ เป็นต้น

เมื่อรวมกับแนวโน้มพฤติกรรมคนที่ต้องคอยรับเบอร์แปลก ๆ เนื่องจากสั่งของเป็นประจำทำให้เหยื่อหลงเชื่อง่าย ดังนั้น การหลุดรั่วของข้อมูลตั้งต้นทำให้เข้าถึงตัวได้ตรงจุด”

ด้าน พล.ต.ต.นิเวศน์ อาภาวศิน ผู้บังคับการตรวจสอบและวิเคราะห์อาชญากรรมเทคโนโลยี กล่าวว่า ข้อมูลที่รั่วออกไปมาจาก 2 สาเหตุ คือ 1.การเจาะระบบแล้วนำไปขายในโลกออนไลน์ 2.ผู้ใช้ถูกหลอกล่อให้กรอกข้อมูลโดยทำเว็บปลอม (phishing)

เพื่อให้กรอกข้อมูล username และ password แล้วนำไปใช้เจาะระบบ จากเดิมที่มักมีการบอกกันว่าโดนแฮกข้อมูล ซึ่งต้องยอมรับว่าบางบริษัทอาจไม่มีกลไกที่จะรักษาข้อมูลส่วนบุคคลได้ตามมาตรฐานสากล หากมีการเก็บข้อมูลแต่ไม่ได้ทำระบบความปลอดภัยจะเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายด้วย

พล.ต.ต.นิเวศน์ อาภาวศิน

กม.ไปไม่ถึง “บัญชีม้า”

อย่างไรก็ตาม ปัญหาเกี่ยวกับ PDPA ที่พบในการดำเนินงานของตำรวจ คือ เรื่องการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคลที่ยังไม่ได้ทำความผิด กล่าวคือ เป็นความยินยอมของผู้ให้ข้อมูลที่จะขายข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อนำไปใช้ในการกระทำผิด แต่ไม่ได้กำหนดบทลงโทษไว้

กรณีการขายบัญชีม้า เป็นตัวอย่างที่ดี ซึ่งหมายถึงการที่มีคนยอมขายบัญชีตนเอง พร้อมเบอร์มือถือในราคา 1,000 บาท ซึ่งยังจับกุมไม่ได้ถ้ายังไม่มีการนำข้อมูลไปใช้กระทำผิด จึงถือเป็นความท้าทาย

“เรานำกฎหมายนี้มาจากต่างประเทศ แต่ไม่ได้ดูบริบทในไทย ประเทศอื่นไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องการขายบัญชีม้า ขาย ID ตัวเอง แต่คนไทยจำนวนมากยินดีขายไอดีตัวเอง หากมีการปรับแก้กฎหมายอาจต้องเพิ่มประเด็นนี้เข้าไป ทั้งการนำข้อมูลส่วนบุคคลของใครไปทำปลอม ควรมีความผิดในตัวมันเอง ไม่ใช่ว่าต้องรอให้เกิดความผิดก่อน”

พล.ต.ต.นิเวศน์กล่าวต่อว่า ปัญหาหลักของ SCAM มี 3 ส่วน คือ 1.ช่องทางการติดต่อสื่อสาร มิจฉาชีพกรองเบอร์โทรศัพท์ได้ทำให้คนหลงเชื่อ แม้ กสทช.จะพยายามแก้ปัญหาให้มี +697 ขึ้นต้น

ล่าสุดพบว่ามิจฉาชีพจากต่างประเทศสามารถปลอมแปลงเบอร์ให้ไม่ต้องมีเครื่องหมายบวกและบายพาสเข้ามาในไทยให้เห็นเป็นเบอร์ใครก็ได้อีกด้วย ซึ่งถ้าสามารถเป็นใครก็ได้จะไม่ใช่แค่หลอกลวง แต่อาจเป็นปัญหาความมั่นคงของประเทศ

2.บัญชีม้า มีการขายบัญชีแล้วคนร้ายใช้โอนเงิน ซึ่งพยายามใช้เวลาอายัดบัญชีใน 5 ชั่วโมง แต่คนร้ายใช้เวลาโอนใน 5 นาทีจึงไม่มีทางที่จะอายัดเงินทัน และส่วนใหญ่ที่อายัดเงินได้ทันจะเป็นแก๊งมิจฉาชีพที่อยู่ในไทยไม่ใช่มืออาชีพที่อยู่ในต่างประเทศ เช่น กัมพูชา ที่เอาเงินประเทศไทยออกไปเป็นพันล้านต่อเดือน และ 3.การประชาสัมพันธ์

เนื่องจากพฤติกรรมคนร้ายเปลี่ยนทุกวันจึงต้องบอกว่าอะไรคือของจริง ของปลอม สุดท้ายคือการให้ความรู้ว่าถ้าจะโอนเงินให้ใคร ควรยืนยันตัวตนเขาให้ได้ เช่น ขอเบอร์โทรศัพท์ และโทร.กลับไปหา เพราะเทคโนโลยีปลอมเบอร์โทร.ทำให้ไม่สามารถโทร.กลับไปหาคนร้ายได้ อยากให้ส่ง SMS ถึงประชาชนทุกคนให้รู้หลักการพื้นฐานนี้

รศ.ดร.ทศพล ทรรศนกุลพันธ์

PDPA อุดช่องโหว่แอปล้วงข้อมูล

ขณะที่ รศ.ดร.ทศพล ทรรศนกุลพันธ์ กรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กล่าวว่า กิจกรรมทางอินเทอร์เน็ตส่งผลต่อการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล ทำให้ใน PDPA มีส่วนกำหนดการออกแบบทางธุรกิจหรือการออกแบบฟีเจอร์บนแอปพลิเคชั่น เพื่อป้องกันการเผยข้อมูลตั้งแต่ต้น

เพราะแอปพลิเคชั่นสมัยใหม่สามารถรวบรวมข้อมูลเพื่อนำมาประมวลผลได้ ดังนั้น ใน ม.25 จึงห้ามไม่ให้ดูดข้อมูลมาจากแหล่งอื่น

“ข้อกฎหมายเหล่านี้ออกแบบเพื่อป้องกันกลไกดูดข้อมูลอัตโนมัติ ดังนั้น การที่ข้อมูลส่วนตัวจะรั่วไหลไปหรือไม่ขึ้นอยู่กับการออกแบบโดยแท้ แม้กระทั่งข้อมูลอ่อนไหวก็ยังปรากฏอยู่บนหน้าบัตรประชาชนตั้งแต่ต้น ดังนั้น การออกแบบการเก็บข้อมูลจึงต้องออกแบบให้มีการเปิดเผยข้อมูลให้น้อยที่สุด”

นอกจากนี้ ใน พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลยังมีการตั้งคณะอนุกรรมการย่อยตามความชำนาญ เพื่อพิจารณาเหตุละเมิดข้อมูลเป็นรายกรณีอีกด้วย อย่างไรก็ตาม คนที่ใช้งานเปลี่ยนไปตามผู้ให้บริการ

ดังนั้น การให้ความรู้กับผู้บริโภคที่ดีที่สุด คือ ให้ความรู้คนตามฟีเจอร์ต่าง ๆ ของผู้ให้บริการที่มีการออกแบบไว้ล่วงหน้าแล้ว คือตั้งต้นด้วยการให้ใส่ข้อมูลให้น้อยที่สุดตามความยินยอม (ม.19) ขณะที่ ม.21 บอกว่าเก็บข้อมูลได้ตามวัตถุประสงค์ และ ม.22 ตามจำเป็น

เหยื่อ SCAM โดนหลอกซ้ำซาก

นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา ประธานคณะอนุกรรมการด้านการคุ้มครองผู้บริโภคด้านกิจการโทรคมนาคม แสดงความเห็นว่า PDPA มีข้อดีในแง่การช่วยให้ประชาชนตระหนักเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล แต่ไม่ได้ช่วยป้องกันปัญหา SCAM

อ้างอิงรายงาน Truecaller Insights US Spam & Scam Report ในสหรัฐอเมริกาปี 2563 ระบุว่า 1 ใน 3 ของชาวอเมริกันโดยหลอกลวงทางโทรศัพท์ และ 19% ของเหยื่อโดนลวงซ้ำหลายครั้งในช่วงการระบาดของโควิด-19 สร้างความเสียหายกว่า 2.9 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ แสดงว่าแม้มีความรู้ประสบการณ์แต่มิจฉาชีพสร้างเรื่องราวและวิธีการที่สอดคล้องกับสถานการณ์ให้คนหลงเชื่อได้

“PDPA จัดการเค้กก้อนเล็กที่โจรปะติดปะต่อเองไม่ได้ แก้ปัญหาเชิงเทคนิค และแก้เรื่องการตระหนักรู้ไม่ได้ เพราะการให้ความรู้เหมือนฉีดวัคซีนที่มีคนเข้าไม่ถึง แม้แต่คนที่ได้รับความรู้แล้วก็อาจโดนหลอกได้ ดังนั้น การสร้างความตระหนักรู้คือหัวใจของ PDPA แต่ไม่ใช่ทางออกของปัญหา SCAM”

อีกทั้งต้นทุนในการทำอาชญากรรมทางโทรศัพท์ถูกมาก ทั้งทำระบบและต่อสายเข้ามาในประเทศจึงควรมีระบบคัดกรองเบอร์ดี-เบอร์หลอก เพื่อเตือนประชาชนทุกครั้งที่มีเบอร์โทร.เข้าต้นสายจากต่างประเทศ

เช่น ในนิวซีแลนด์และออสเตรเลียมีระบบ report scam ที่มีคนกลางจัดทำรายงานเบอร์หลอกลวง หรือสร้างระบบเพื่อบล็อกการส่ง SMS เข้ามาจากต่างประเทศ เป็นต้น ซึ่ง กสทช.ต้องคิดว่าจะทำอย่างไรให้มีระบบ label call หรือระบบบล็อกใหม่ที่ทันสมัย รวมถึงการอัพเดตความรู้ให้ผู้บริโภค

ศ.ดร.พิรงรอง รามสูต

เสนอตั้งพหุภาคีแก้ปัญหา

ศ.ดร.พิรงรอง รามสูต กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า การแก้ไขปัญหา SCAM ที่เป็นการหลอกลวงโดยใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นเรื่องที่ทุกภาคส่วนต้องรับผิดชอบและทำงานร่วมกันทั้ง กสทช. ผู้ประกอบการโทรคมนาคม ตำรวจ ร

วมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในภาครัฐและภาคประชาสังคม เช่น คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล, ธปท., กระทรวงดีอีเอส และองค์กรเพื่อผู้บริโภคต่าง ๆ จึงเสนอให้สร้างคณะทำงานร่วมในลักษณะพหุภาคีที่มีองค์ประกอบดังกล่าว

โดยภารกิจของคณะทำงานต้องพิจารณาตลอดกระบวนการการเก็บ รักษา ใช้ประโยชน์ และสื่อสารข้อมูลบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ ให้มีความปลอดภัยจากการละเมิด ไม่ควรผลักภาระให้ผู้บริโภคเป็นผู้รู้เท่าทันรูปแบบกลโกงของมิจฉาชีพ ซึ่งเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ

ทั้งผู้ประกอบการโทรคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องแสวงหาแนวทางเชิงรุกในการป้องกัน มากกว่าเยียวยาแก้ไขปัญหาทีหลัง ทำได้ทั้งการมีแนวทางทางเทคโนโลยีที่ออกแบบเพื่อคุ้มครองสิทธิในข้อมูลส่วนบุคคล (privacy by design) การบริหารจัดการระบบและข้อมูล การดำเนินการทางกฎหมายและรณรงค์สร้างความตระหนักรู้ต่อสาธารณะอย่างมีประสิทธิภาพ