เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

อนาคต “หนังสือพิมพ์” จะยังอยู่ แต่จะอยู่แบบ “ม้าเลี้ยง”?

24 ก.ค. 2560 | 16:54น.

โดย Too Hip To Retire

  • เวทีเสวนา รวม “บิ๊กสื่อ” หัวใหญ่ๆมาร่วมให้มุมมอง “หนังสือพิมพ์”
  • หนังสือพิมพ์ ที่ตัวเล่ม หรือตัวฉบับ จะกลายเป็นแพลท์ฟอร์มที่ไม่ได้มีครอบครองได้ทั่วทุกคน
  • การนำเสนอข่าวสารทั่วไปผ่านกระดาษ กำลังจะเป็นสิ่งแปลกตา
  • ความเป็นดิจิทัลจะทำให้ช่องว่างต่อคนอ่านในโลกน้อยลงเรื่อยๆ
  • โซเชียลมีเดียกำลังเป็น “ตัวคั่น” สำคัญในโมเดลการหารายได้ของสื่อ โฆษณาดิจิทัลกว่า 80% ไหลไปที่เฟซบุ๊ค และกูเกิ้ล
  • สื่อหลักที่ก้าวเข้าสู่ความเป็นดิจิทัลจะปรับตัวอยู่อย่างไรกับ โซเชียลมีเดีย มิตร หรือ อริ?
  • รูปแบบกองบรรณาธิการข่าวต่อไปจะมีขนาดเล็กลง แต่ใช้บุคลากรที่เน้นทำงานเชิงความคิดสร้างสรรค์
  • อนาคตจะแบ่งประเภทข่าวเป็น ข่าวเร็ว กับข่าวช้าแต่ลึก ซึ่งผันมาจากสื่อมวลชนที่ปรับตัวจากหนังสือพิมพ์สู่ดิจิทัล

หนังสือพิมพ์จะยังอยู่ในศตวรรษที่ 21 ได้หรือไม่?

เป็นคำถามที่ถูกตั้งขึ้นมาให้บรรดาสื่อสายเฮฟวี่ เวท ถกเถียงกันในการประชุม ที่เมืองตูริน อิตาลี เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

หนึ่งในนั้น มีหัวข้อที่พูดถึงโฆษณาที่ยอดตกลง จำนวนคนอ่านข่าวหนังสือพิมพ์ หรือสมัครสมาชิกที่ลดลง และทางเลือกใหม่ที่ผู้บริโภคหันไปอ่านข่าวฟรีบนเฟซบุ๊ค และโซเชียลมีเดียอื่นๆ

มีรายงานเก็บตกจากบรรดาคีย์แมนชั้นนำในองค์กรข่าวที่มาร่วมในเวทีนี้ จัดโดยหนังสือพิมพ์ La Stamp หนังสือพิมพ์เก่าแก่อายุ 150 ปี ของอิตาลี ซึ่งเชิญผู้บริหารและบรรณาธิการของสื่อชั้นนำตั้งแต่ นิวยอร์ก ไทม์ , วอชิงตัน โพสต์ , นิวส์ คอร์ป , ไฟแนนเชียล ไทมส์ , ดิ อิโคโนมิสต์ , บลูมเบิร์ก , ฮินดูสถาน ไทมส์ , เลอ มอนเด้ , เซาท์ ไชน่า มอร์นิ่ง โพสต์ , นิคเคอิ เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีผู้เล่นหน้าใหม่จากสื่อดิจิทัลที่นาทีนี้เป็นที่รู้จักกันในวงกว้างไปแล้ว อย่าง โพลิติโค , ฮัฟฟิงตัน โพสต์ , ดิ อินฟอร์เมชั่น มาร่วมสนทนา

ประเด็นแรกคือการพูดกันถึง “อนาคตของหนังสือพิมพ์” ที่ผ่านระยะการเติบโต ลงทุน การขยายตัวเข้าถึงผู้อ่าน กระทั่งยุคอินเทอร์เน็ตได้เข้ามาเปลี่ยนทุกอย่าง เมื่อทุกคนสามารถป้อนเนื้อหาเชิงข่าวได้ และสำหรับบรรณาธิการผู้พิมพ์ผู้โฆษณาในสื่อดั้งเดิม มองว่าสื่อสิ่งพิมพ์กำลังจะกลายเป็น “ตำนาน” แบบมีคุณค่า

“มาร์ก ทอมป์สัน” ซีอีโอของนิวยอร์ก ไทมส์ แสดงทัศนะ ว่า การตั้งเป้าของนิวยอร์ก ไทมส์ ได้เปลี่ยนไปอย่างมีนัยยะสำคัญในการทำโมเดลธุรกิจไปที่การสมัครสมาชิกอ่านแบบดิจิทัล ซึ่งเป็นการทดแทนรายได้จากสิ่งพิมพ์ที่ลดลง และมีความเป็นไปได้ว่ารูปแบบสิ่งพิมพ์จะค่อยๆหายไป โดยแทนที่มาในการอ่านแบบดิจิทัล

ซีอีโอหนังสือพิมพ์ดังอาจยังไม่ให้ภาพชัดเท่ากับ “เจฟฟ์ เบโซส์” ซีอีโอแอมะซอน ยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซของสหรัฐฯ ที่เข้ามามีบทบาทบริหารในฐานะบรรณาธิการผู้พิมพ์ผู้โฆษณาของ หนังสือพิมพ์วอชิงตัน โพสต์ ตั้งแต่ปี 2013 บอกว่า สื่อในรูปแบบสิ่งพิมพ์ยังคงมีอยู่แต่จะมาใน “คาแรกเตอร์ใหม่”

“สื่อสิ่งพิมพ์กำลังจะเป็นสิ่งที่ Exotic หรือ “แปลกตา” เขาเปรียบเทียบชนิดเห็นภาพว่า “เปรียบเหมือนม้า เหมือนคุณเป็นเจ้าของม้าตัวหนึ่ง คุณไม่ได้มีม้าไว้ขี่เป็นยานพาหนะเดินทางไปไหน แต่คุณเป็นเจ้าของม้าตัวนี้ เพราะม้าเป็นสัตว์ที่สวยงามและคุณรักที่จะได้ขี่มันเล่นบ้าง”

หมายความง่ายๆว่า บทบาทบนกระดาษเปลี่ยนไปเป็นแบบดิจิทัล คนไม่ได้ขี่ม้าไว้สัญจรในชีวิตประจำวัน แต่เปลี่ยนเป็นเจ้าของม้า สัตว์สวยงามมีราคา ใครมีม้าเลี้ยงจึงถือว่าทรงคุณค่าในมุมมองโลกตะวันตก

วิสัยทัศน์ของเบโซส์ บอกว่า เมื่อมองไปในอีก 8 ปี ข้างหน้าคุณไปบ้านเพื่อน และถ้าพวกเขามีหนังสือพิมพ์ที่เป็นเล่มกระดาษจริงๆ คุณอาจจะต้องบอกว่า “ว้าว!ผมลองเปิดดูได้ไหม”

ยกตัวอย่างเหมือนพูดล้อเล่น แต่ผู้ก่อตั้งค้าปลีกออนไลน์และมหาเศรษฐีโลก มีมุมมองถึงการเปลี่ยนผ่านจากกระดาษสู่ดิจิทัลของสื่ออย่าง “วอชิงตัน โพสต์” ว่าสามารถทำได้แม้จะมีอายุถึง 139 ปี ซึ่งเขามองแง่บวกในทางธุรกิจว่า ยุคอินเทอร์เน็ตกำลังมอบของขวัญให้กับหนังสือพิมพ์ทุกฉบับบนโลกใบนี้

นั่นคือ ความสามารถในการผลิตคอนเทนต์ป้อนผู้อ่านได้ทั้งโลก โดยมีต้นทุนการพิมพ์เป็นศูนย์

“เบโซส์” มองว่าสาเหตุหนึ่งในเหตุผลที่ วอชิงตัน โพสต์ ไม่เคยเป็นหนังสือพิมพ์ที่ขายได้ทั่วประเทศ เพราะค่าดำเนินการที่สูงในการจัดพิมพ์และต้นทุนการส่งจัดจำหน่ายทั่วประเทศ ซึ่งยุคอินเทอร์เน็ตทำให้วันนี้ต้นทุนนั้นไม่มีแล้ว

สอดคล้องกับ “บ็อบบี้ โกช” บรรณาธิการจากฮินดูสถานไทมส์ ที่ขยายความว่าสำหรับประเทศใหญ่อย่างอินเดีย หนังสือพิมพ์ของเขาทำได้เพียงการวางขายในเขตกลางเมือง

“เราเริ่มจะสังเกตได้ว่า ทราฟฟิกที่มาจากการอ่านผ่านออนไลน์มาจากเมืองที่หนังสือพิมพ์วางขายอยู่ และเป็นเมืองที่เรามีนักข่าวแค่ 2-3 คน เท่านั้น”

“โกช” ให้มุมมองว่า สถานการณ์นี้ทำให้เขามองอนาคตของหนังสือพิมพ์ที่ผันไปเป็นดิจิทัลในอนาคตว่า จะเป็นโมเดลธุรกิจแบบ hyper local หรือการเจาะจงทำเนื้อหาเฉพาะขายไปยังพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งในท้องถิ่นนั้นๆ

มองแต่ด้านบวกอาจไม่เป็นธรรม เพราะทราบกันดีว่าทุกวันนี้ผู้คนนิยมอ่าน “ข่าวสาร” บนโซเชียลมีเดียมากกว่าเข้าอ่านตรงจากเว็บไซต์ข่าวนั้นๆด้วยซ้ำ และนั่นส่งผลต่อ “รายได้แบบดิจิทัล” ของหนังสือพิมพ์เอง

แม้การอ่านออนไลน์ขยายตัว โฆษณาดิจิทัลเติบโต แต่โซเชียลมีเดียได้เข้ามาเป็นตัวคั่นอย่างรุนแรงในเกมนี้

เป็นมุมมองที่สื่อหลายค่ายเองตระหนักดี นั่นคือ “รายได้แบบดิจิทัล” ของหนังสือพิมพ์ถูก “คั่นกลาง” ด้วยการขยายตัวของผู้อ่านออนไลน์ที่นิยมอ่านข่าวบนแพลทฟอร์มโซเชียลมีเดียมากกว่าเข้าเว็บไซต์สำนักข่าวตรง ทำให้โฆษณาดิจิทัลกว่า 80% ไหลไปที่เฟซบุ๊ค และกูเกิ้ล ซึ่งเป็นแพลทฟอร์มที่คนทั่วไปอ่านข่าวฟรีอยู่ทุกวันนี้

“โรเบิร์ต ทอมป์สัน” ซีอีโอนิวส์คอร์ป เปรียบสถานการณ์นี้ในมุมมองคนผลิตสื่อว่า “เหมือนคุณเป็นเจ้าของโรงรับจำนำ มองไปนอกร้าน เห็นผู้หญิงกำลังโดนวิ่งราวเครื่องประดับมีค่า จากนั้นขโมยวิ่งเข้ามาที่โรงรับจำนำของคุณ ถึงคุณจะรู้ว่าเครื่องประดับนี้มาจากไหน แต่คุณก็ยังรับมาจำนำ ทำเงินจากมันนั่นเอง”

สำทับด้วย “เจสสิก้า เลสซิน” ผู้ก่อตั้งและบรรณาธิการบริหาร ดิ อินฟอร์เมชั่น สื่อดิจิทัลที่เน้นรายงานข่าวสารด้านเทคโนโลยีของซิลิคอน วัลเลย์ มองอุตสาหกรรมสื่อภาพรวมขณะนี้ว่า “กำลังถูกรบกวนและกำลังหมกหมุ่น” กับความพยายามทำธุรกิจกับแพลทฟอร์มโซเชียลมีเดีย

เลสซิน อดีตนักข่าวของวอลสตรีทเจอนัล เล่าว่า เธอทำข่าวเฟซบุ๊คและกูเกิลมานานกว่า 10 ปี พอจะรู้ว่าบริษัทเหล่านี้คิดอย่างไร ที่สุดแล้วพวกเขาไม่ได้เป็นแนวร่วมหรือไปในทางเดียวกับที่หนังสือพิมพ์พยายามจะทำ

..แต่พวกเขาพยายามเชื่อมต่อโลกทั้งใบ ทำให้โลกเปิดกว้างมากขึ้น

ขณะที่ บรรณาธิการบริหารจากสื่อดิจิทัลเยอรมัน Bild มองการอ่านข่าวผ่านแพลทฟอร์มโซเชียลมีเดียว่า จนถึงวันนี้เรายังไม่เห็นวิถีทางอื่น คนอ่านเป็นกลุ่มวัยรุ่น คนรุ่นใหม่ ดังนั้นสื่อเองต้องทำให้ชัดเจนว่าจะมีวิธีดีลกับการผูกขาดของเฟซบุ๊คอย่างไร มากกว่าจะเปิดสงครามกัน

ขณะที่คนทำสื่อฝั่งเอเชีย “ซึเนโอะ คิตะ” ประธานและซีอีโอของนิคเคอิ บอกว่า ไม่จำเป็นต้องนิยามว่าโซเชียลมีเดียเป็นมิตรหรือเป็นอริ แต่เราควรจะใช้มันเท่าที่เราจะทำได้ในตอนนี้

“แล้วเฟซบุ๊คจะยังคงมีอิทธิพลแบบนี้ต่อไปในอีก 10 ปี ข้างหน้าหรือไม่ ผมแค่ตั้งข้อสังเกต”

ปิดท้ายที่ “ไลโอเนล บาร์เบอร์” บรรณาธิการของหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล ไทมส์ มองว่า ต่อไปจะมีการแบ่งหมวดหมู่เรียกประเภทข่าวว่า “ข่าวด่วน” กับ “ข่าวช้า”

สื่อหนังสือพิมพ์ที่นำเสนออยู่บนออนไลน์นั้น ยังทำหน้าที่เกาะติดเรื่องราวที่ลึกขึ้นไปจากกระแสนั้น เรียกว่าเป็น “ข่าวช้า” ที่ไม่ได้มีความหมายเชิงลบ แต่เป็นความหมาย “เชิงลึก” นั่นเอง

หนังสือพิมพ์ในอนาคตกองบรรณาธิการจะมีขนาดเล็กลง แต่ควรจะเต็มไปด้วยผู้คนที่มีความคิดสร้างสรรค์ ฉลาด มีความรู้เฉพาะทาง เพราะต่อไปเขาเชื่อว่าการเขียนข่าวข้อมูลพื้นฐานง่ายๆ รูปแบบนี้เราสามารถใช้หุ่นยนต์เอไอทำได้ อาทิ เขียนรายงานภาวะตลาดหุ้น แต่ในเนื้อหาเชิงลึกที่เป็น “จุดขาย” แน่นอนว่ายังต้องเป็นทักษะของสื่อสารมวลชน

เป็นการเก็บตกเวทีสัมมนาอนาคตหนังสือพิมพ์ที่คนในวงการมาร่วมให้ความเห็นกันหลากหลายแง่มุม ไม่ว่าหนังสือพิมพ์จะคงอยู่ในสภาพจับต้องได้ หรือการอ่านบนอากาศ แต่ที่แน่นอน “เนื้อหา” และ “องค์ความรู้แบบสื่อสารมวลชน” ยังคงตามติดไปทุกที่ทุกแพลทฟอร์ม

สื่อทั้งโลกพร้อมทุ่มไปยังทิศทางดิจิทัล

เพียงแต่วันนี้ในโมเดลการขาย การทำรายได้ในเชิงธุรกิจระยะยาว ยังคงไม่มีคำตอบที่ชัดเจน