เงินบาทอ่อนค่า จับตาถ้อยแถลง ประธานเฟดคืนนี้
เงินบาทอ่อนค่า จับตาถ้อยแถลง ประธานธนาคารกลางสหรัฐคืนนี้ ส่วนปัจจัยในประเทศ ธปท.เปิดเผยรายงานผลประชุมกนง. หลังกรรมการ 3 เสียงเห็นควรให้ขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ขณะที่เงินบาทยังคงอ่อนค่า ก่อนจะปิดตลาดที่ระดับ 35.48/50 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 22 มิถุนายน 2565 ค่าบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (22/6) ที่ระดับ 35.42/44 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (21/6) ที่ระดับ 35.28/30 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่นักลงทุนจับตาประธานธนาคารกลางสหรัฐ ซึ่งมีกำหนดแถลงนโยบายการเงินและภาวะเศรษฐกิจสหรัฐรอบครึ่งปีต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภาในค่ำคืนนี้ (22/6) และจากนั้นจะแถลงต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรในวันพฤหัสบดี (23/6)
ทั้งนี้ นักลงทุนยังคงจับตาแนวโน้มเศรษฐกิจของสหรัฐ โดยล่าสุดทีมนักวิเคราะห์ของบริษัทโกลด์แมน แซคส์ เตือนว่า ขณะนี้มีโอกาส 30% ที่เศรษฐกิจสหรัฐจะเข้าสู่ภาวะถดถอยในปี 2566 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดิมที่ระดับ 15% โดยสาเหตุส่วนใหญ่มาจากผลกระทบของการที่เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วขึ้นและรุนแรงขึ้นเพื่อสกัดเงินเฟ้อ
สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยรายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 2 และ 8 มิถุนายน 2565 ซึ่งมีมติ 4 ต่อ 3 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.50% ต่อปี โดย 3 เสียงเห็นควรให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อปี
ทั้งนี้ คณะกรรมการประเมินว่า เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องในปี 2565 และ 2566 โดยคาดว่าจะขยายตัว 3.3% และ 4.2% ตามลำดับ จากการฟื้นตัวของการบริโภคภาคเอกชนโดยเฉพาะในหมวดบริการ และจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากการเปิดประเทศของไทยและต่างประเทศที่เร็วขึ้น
สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปคาดว่าจะทยอยลดลง และจะกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายในปี 2566 จากราคาพลังงานที่คาดว่าจะไม่ปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง และการส่งผ่านต้นทุนที่คาดว่าจะทยอยลดลง ด้านอัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ในระยะปานกลาง ไม่ได้ปรับสูงขึ้นมากในช่วงที่ผ่านมา โดยยังยึดเหนี่ยวในกรอบเป้าหมายที่ 1-3% แม้อัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ในระยะสั้นจะปรับเพิ่มขึ้นบ้าง
นอกจากนี นางแพตริเซีย มงคลวนิช ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า บริษัท Fitch Ratings (Fitch) ได้คงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย (Sovereign Credit Rating) ที่ BBB+ และคงมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทย (Outlook) อยู่ในระดับมีเสถียรภาพ (Stable Outlook) โดยมีรายละเอียด ดังนี้ ภาคการคลังสาธารณะ (Public Finance) มีความเข้มแข็ง และภาคการเงินต่างประเทศ (External Finance) ยังคงมีความแข็งแกร่ง ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 35.41-35.50 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 35.48/50 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้านี้ (22/6) ที่ระดับ 1.0516/18 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (21/6) ที่ระดับ 1.0562/64 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0470-1.0530 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0525/27 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (22/6) ที่ระดับ 135.48/50 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าสุดในรอบ 24 ปี จากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (21/6) ที่ระดับ 135.46/48 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ หลังจาก BOJ ได้ย้ำถึงความจำเป็นในการดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเป็นพิเศษต่อไป ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 135.80-136.60 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 135.97/99 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นต้นเดือน มิ.ย. จากเอสแอนด์พี โกลบอล, ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นต้นเดือน มิ.ย. จากเอสแอนด์พี โกลบอล, ยอดขายบ้านใหม่เดือน พ.ค. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน มิ.ย. จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -6.75/-3.50 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ