เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

อุบลฯชูโคพรีเมี่ยม “นิลอุบล” ดันราคาสูงกว่าปกติเท่าตัว

10 ก.ค. 2565 | 13:03น.
โคนิลอุบล

อุบลฯโชว์ศักยภาพแหล่งเลี้ยงโคอันดับ 1 ในไทย ชูโคพรีเมี่ยม “นิลอุบล” ลูกผสมสายพันธุ์แองกัส-โคพื้นถิ่นสร้างอัตลักษณ์จังหวัด ดันราคาขายสูงกว่าเนื้อโคปกติกว่าเท่าตัว แถมเลี้ยงง่ายโตเร็ว เผยความต้องการตลาดสูงต่อเนื่อง เลี้ยงไม่พอขาย

นายประมอน เขียวขำ รองประธานหอการค้าจังหวัดอุบลราชธานี และเกษตรกรผู้เลี้ยงโค จังหวัดอุบลราชธานี เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จังหวัดอุบลราชธานีกำลังพัฒนาโครงการโคขุน “นิลอุบล” ซึ่งเป็นโคสายพันธุ์ลูกผสมระหว่างสายพันธุ์แองกัสจากออสเตรเลีย กับสายพันธุ์พื้นถิ่นที่มีอยู่ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโค โดยข้อดีของสายพันธุ์แองกัสสามารถผลิตเนื้อคุณภาพสูง ให้เนื้อนุ่มมีสีแดงสวยและมีไขมันแทรกในกล้ามเนื้อแบบลายหินอ่อน ให้รสชาติที่ดีกว่าวัวสายพันธุ์อื่น สามารถขุนให้ได้น้ำหนักที่ต้องการได้เร็ว

สามารถถ่ายทอดพันธุกรรมที่ดีออกไปได้มากเมื่อผสมกับโคพันธุ์อื่น ซึ่งเนื้อโคนิลอุบลถือเป็นเนื้อระดับพรีเมี่ยม ปัจจุบันผู้บริโภคมีความต้องการสูง หากเทียบด้านราคาเนื้อโคปกติขายอยู่ที่ 90-100 บาท/กก. หรือประเมินราคาขายตามน้ำหนักตัวและใช้เวลาเลี้ยงนานกว่า 3 ปีจึงให้ผลผลิต แต่หากเป็นโคนิลอุบล ซึ่งเป็นเนื้อพรีเมี่ยมขายได้ราคาสูงมากกว่า 200 บาท/กก. และใช้เวลาเลี้ยงเพียง 1 ปี

“ตอนนี้ชื่อโคสายพันธุ์นิลอุบลเริ่มติดตลาด การเลี้ยงโคปกติเรามีคำพูดติดปากว่า 3 ปีแรก คนเลี้ยงโค 3 ปีหลังโคเลี้ยงคน แต่โคนิลอุบลใช้เวลาเลี้ยง 1 ปี เริ่มให้ผลผลิตและกำไรแล้ว โดยนำโคอายุ 15-18 เดือน น้ำหนักประมาณ 300-400 กก./ตัว นำมาขุนภายใน 1 ปี จะให้น้ำหนักเพิ่ม 600-700 กก./ตัว อายุมากที่สุดจะไม่เกิน 4 ปี

จังหวัดอุบลฯใช้สายพันธุ์แองกัสมาเป็นตัวเอก เพราะเลี้ยงง่ายได้ราคาดี เราซื้อพ่อพันธุ์มาจากออสเตรเลียในราคา 4 แสนกว่าบาท น้ำหนัก 1,200 กก. ภายในปีนี้คาดว่าจะกระจายน้ำเชื้อได้ 3,000 หลอด ไปผสมกับสายพันธุ์พื้นถิ่น และคาดหวังให้แม่พันธุ์ออกลูก ซึ่งมีสายเลือดเป็นนิลอุบล 40%”

โครงการนี้เริ่มต้นจากวิสาหกิจชุมชน 4-5 แห่ง ที่มารวมตัวกันเป็นสหกรณ์โคกระบือและแกะจังหวัดอุบลราชธานี มีสมาชิก 700 กว่าคน ขึ้นทะเบียนเลี้ยงโคไปแล้วประมาณ 160 ตัว และกำลังมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ขณะสมาชิกอีกหลายรายในสหกรณ์ก็เลี้ยงแพะและแกะปะปนกันไปด้วย ทั้งนี้ ข้อมูลผู้ลงทะเบียนเลี้ยงโคจากปศุสัตว์จังหวัดอุบลราชธานี ปี 2565 มีจำนวนโคในพื้นที่สูงถึง 5 แสนตัว เป็นยอดการเลี้ยงโคสูงสุดอันดับ 1 ของประเทศ มีหลายสายพันธุ์

ไม่ว่าจะเป็นบราห์มัน, ชาร์โรเล่ส์, แองกัส และวัวไทยพื้นบ้าน เมื่อไม่นานมานี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลฯได้เซ็นรับรองสายพันธุ์นิลอุบล ที่เกิดจากการผสมสายพันธุ์แองกัสกับสายพันธุ์พื้นถิ่น ให้เป็นโคเอกลักษณ์หรืออัตลักษณ์สำหรับจังหวัดอุบลราชธานี ปศุสัตว์จังหวัดและหอการค้าจังหวัดมีแนวทางการพัฒนาเพื่อเพิ่มสายเลือดให้คงที่ ซึ่งยังคงอยู่ในระยะเริ่มต้นโครงการ กว่าจะได้เลือดนิลอุบล 100% อย่างน้อยอาจจะต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 3 ปี

นายประมอนบอกว่า ตลาดโคเนื้อพรีเมี่ยมแทบไม่มีคู่แข่ง เพราะมีปริมาณไม่พอขาย ความต้องการของผู้บริโภคสูงมาก ในภาคอีสานจะมีหลากหลายแบรนด์ เช่น โคขุนสุรินทร์วากิว จังหวัดสุรินทร์ โคขุนภูเขาไฟ จังหวัดศรีสะเกษ ขณะที่โคขุนนิลอุบล ของจังหวัดอุบลราชธานี เริ่มต้นโครงการมาได้เพียง 1-2 ปี ยังไม่เป็นรูปธรรมมากนัก กำลังอยู่ระหว่างการพูดคุยเพื่อทำอาหารข้นสำหรับเลี้ยงโคขุนโดยเฉพาะ นอกจากนี้เกษตรกรเพิ่งเริ่มเลี้ยงเพียง 10-50 ตัว/ราย มากที่สุดไม่เกิน 100 ตัว/ราย

ด้านการซื้อขายสำหรับโคขุนนิลอุบลจะส่งไปโรงเชือดหลักที่ตำบลสลักได อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ ก่อนส่งต่อไปยัง Max beef (แม็กบีฟ) สหกรณ์เครือข่ายโคเนื้อ จ.นครปฐม ที่เป็นสมาชิกอยู่เพื่อกระจายชิ้นส่วนต่าง ๆ สู่ท้องตลาด ดำเนินการมาได้ประมาณ 3 เดือนแล้ว และเกษตรกรผู้เลี้ยงโคในจังหวัดก็รับรู้โครงการนี้เกินกว่าครึ่ง ทุกคนพร้อมพัฒนาตัวเอง ติดปัญหาหลักเพียง 2 อย่าง คือ 1.เงินลงทุนค่อนข้างสูง 2.ยังเลี้ยงแบบโคสายพันธุ์ปกติที่ไม่มีตลาดมารองรับ

“ต้นทุนการเลี้ยงวัวพรีเมี่ยมจะสูงทั้งค่าอาหารข้นและค่าหญ้า ในแต่ละวัน 1 ตัวจะกินอาหารข้นประมาณ 5 กก./ตัว ราคา 10 บาท/กก. รวมทั้งหญ้าเนเปียร์สดอีก 1 บาท/กก. แต่พอขายก็ได้ราคาสูงเช่นกัน เฉลี่ย 7-8 หมื่นบาท/ตัว มีตลาดที่แน่นอน ซื้อขายสบาย ส่วนสายพันธุ์พื้นบ้านธรรมดาจะเลี้ยงตามสภาพไม่ต้องใช้ต้นทุนสูง เชือดแล้วซื้อขายกันตามหมู่บ้าน ตามตลาดนัด ขายได้ราคาถูก ไม่รู้ว่าจะได้ราคาเท่าไหร่หรือขายวันไหน เสียเปรียบพ่อค้า ไม่มีตลาดที่แน่นอน”

นายมงคล จุลทรรศน์ ประธานหอการค้าจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า ตอนนี้ทางหอการค้ากำลังพัฒนาโครงการโคขุนพรีเมี่ยมนิลอุบลอย่างเต็มที่ และกำลังศึกษาช่องทางลดต้นทุนการผลิต มองหาโรงงานมันสำปะหลังที่จะนำมาทำอาหารข้น ซึ่งหลายฝ่ายกำลังร่วมกันผลักดันและมองหาแหล่งเงินทุนให้กับเกษตรกรไปพร้อมกัน เชื่อว่าในอนาคตจะมีเกษตรกรเลี้ยงโคมากขึ้น เป็นอีกหนึ่งโครงการที่จะพัฒนาเกษตรกรให้สามารถเลี้ยงโคน้ำหนักถึง 1,000 กก./ตัว และสร้างรายได้เพิ่มขึ้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อุบลราชธานี