ตำรวจเตือนภัยอาชญากรรมทางออนไลน์ 17 รูปแบบ ป้องกันประชาชนตกเป็นเหยื่อ
เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) หรือ PCT เปิดเผยว่า ภายหลัง ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี และผู้ว่าฯ นครราชสีมา ได้ส่งต่อข้อความผ่านกลุ่มไลน์สื่อและช่องทางอื่น ๆ เพื่อประชาสัมพันธ์หลังถูกแก๊งมิจฉาชีพปลอมไลน์ส่วนตัว และติดต่อขอยืมเงินกับบุคคลใกล้ชิด พร้อมแจ้งความร้องทุกข์ขอให้ตำรวจดำเนินคดีกับมิจฉาชีพรายนี้นั้น
สำหรับเรื่องการปลอมหรือแฮ็กไลน์หรือเฟซบุ๊กไปหลอกยืมเงินนั้น แนะนำว่าหากมีใครทักมายืมเงินควรโทรศัพท์หรือวิดีโอคอลกลับไปสอบถามก่อนว่าใช่เจ้าตัวจริงหรือไม่ แต่หากมิจฉาชีพอ้างว่าติดประชุมหรือธุระสำคัญอยู่ก็ควรรอให้เสร็จธุระ หรือขอให้โทรกลับมาก่อน คงไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องรีบโอนขนาดนั้น
เพื่อไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อแก๊งมิจฉาชีพ จึงขอฝากเตือนภัยประชาชนให้ทราบถึงวิธีการต่างๆ ที่คนร้ายมักใช้ในการหลอกเหยื่อบนโลกออนไลน์ รวม 17 ข้อ ดังนี้
- ชื้อสินค้าแต่ไม่ได้รับสินค้า
- หลอกให้ทำงานออนไลน์
- หลอกให้ลงทุนในรูปแบบต่าง ๆ
- หลอกให้กู้เงินแต่ไม่ได้เงิน
- ข่มขู่ให้เกิดความหวาดกลัว (Call Center)
- ซื้อสินค้าแต่ไม่ได้สินค้า (เป็นขบวนการ)
- ชื้อสินค้าแต่ได้ไม่ตรงตามโฆษณา
- หลอกให้รักแล้วลงทุน
- หลอกให้รักแล้วโอนเงิน
- ปลอมโปรไฟล์เพื่อหลอกยืมเงิน
- หลอกลวงเกี่ยวกับเงินดิจิทัล
- แฮคระบบคอมพิวเตอร์
- ล่วงละเมิดทางเพศ
- ข่าวปลอม (fake news)
- แชร์ลูกโซ่
- การเรียกค่าไถ่ทางคอมพิวเตอร์(Ransomeware)
- ค้ามนุษย์ในรูปแบบขบวนการ
พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวอีกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยในกรณีดังกล่าว กำชับให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เร่งหาแนวทางป้องกันอย่างจริงจัง จึงอยากให้ประชาชนมีสติคิดก่อนจะทำธุรกรรมทางการเงิน โอนเงินให้ใคร หากพบเบาะแสสามารถแจ้งได้ที่ สายด่วน บช.สอท. 1441 หรือ ศูนย์ PCT 081-8663000 หรือผู้เสียหายสามารถแจ้งความผ่านระบบออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ www.thaipoliceonline.com หรือติดตามรูปแบบการประชาสัมพันธ์กลโกงได้ที่ pctpr.police.go.thบขบวนการ
- สรยุทธก็ไม่เว้น ถูกเอาภาพไปใช้ อ้างเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยว หวังหลอกสาวไทย
- แก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรไม่หยุด เอกชนเสียหาย ประกาศดำเนินคดีขั้นสุด