เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘เบทาโกร’ รุกธุรกิจสัตว์เลี้ยงสู่ตลาดโลก ชูกลยุทธ์สินค้าพรีเมียมและบริการ OEM ครบวงจร
Economic ‘เบทาโกร’ รุกธุรกิจสัตว์เลี้ยงสู่ตลาดโลก ชูกลยุทธ์สินค้าพรีเมียมและบริการ OEM ครบวงจร
BBLAM ส่ง 2 กองทุนใหม่ฝ่าตลาดผันผวน ชูสร้างรายได้-ลุ้นผลตอบแทนบวกทุกสภาวะ
Finance BBLAM ส่ง 2 กองทุนใหม่ฝ่าตลาดผันผวน ชูสร้างรายได้-ลุ้นผลตอบแทนบวกทุกสภาวะ
‘เอกนิติ’ เปิดมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ชี้ลดค่าโอน-จำนอง-LTV ได้ผล ตลาดเริ่มฟื้น!
Real Estate ‘เอกนิติ’ เปิดมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ชี้ลดค่าโอน-จำนอง-LTV ได้ผล ตลาดเริ่มฟื้น!
‘ซีไอเอ็มบี ไทย’ เตือนเศรษฐกิจโลก Q4 เผชิญ 6 ความเสี่ยง แนะเตรียมพร้อมรับมือให้ทันท่วงที
Finance ‘ซีไอเอ็มบี ไทย’ เตือนเศรษฐกิจโลก Q4 เผชิญ 6 ความเสี่ยง แนะเตรียมพร้อมรับมือให้ทันท่วงที
เบทาโกรเร่งเกม Pet Food โลก ดัน OEM-พรีเมี่ยม เจาะสหรัฐ-อินเดีย
Economic เบทาโกรเร่งเกม Pet Food โลก ดัน OEM-พรีเมี่ยม เจาะสหรัฐ-อินเดีย
ขนมสัตว์เลี้ยงไอ-เทลโตแรง 53.9% เดินหน้าซื้อ Phelps 
Economic ขนมสัตว์เลี้ยงไอ-เทลโตแรง 53.9% เดินหน้าซื้อ Phelps 
ราคาทองวันนี้ (29 ต.ค. 69) ปรับลง 400 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,200 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (29 ต.ค. 69) ปรับลง 400 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,200 บาท
GC-SCGC ดีลปิโตรเคมีใหญ่สุดในไทย ดันธุรกิจโพลิโอเลฟินส์ติด TOP 10 โลก
Economic GC-SCGC ดีลปิโตรเคมีใหญ่สุดในไทย ดันธุรกิจโพลิโอเลฟินส์ติด TOP 10 โลก
ส.ผู้เลี้ยงสุกร ขอบคุณ ‘กรมปศุสัตว์-ศุลกากร-CIB’ เข้มปราบหมูเถื่อน หลังพบลักลอบรอบใหม่
Economic ส.ผู้เลี้ยงสุกร ขอบคุณ ‘กรมปศุสัตว์-ศุลกากร-CIB’ เข้มปราบหมูเถื่อน หลังพบลักลอบรอบใหม่
ธนาคารกรุงเทพ มั่นใจสินเชื่อปีนี้โตตามเป้า 2-3% แรงหนุนธุรกิจใหญ่
Finance ธนาคารกรุงเทพ มั่นใจสินเชื่อปีนี้โตตามเป้า 2-3% แรงหนุนธุรกิจใหญ่
ดูทั้งหมด

“บิตคอยน์-คริปโต” โตแรงต้นปี เตือนมีอันตรายรออยู่ข้างหน้า

25 ม.ค. 2566 | 20:34น.
บิตคอยน์17ธันวาคม65

บิตคอยน์-คริปโต ส่งสัญญาณพักตัว หลังราคาขึ้นแต่โวลุ่มเริ่มลดลง ด้านนักวิเคราะห์ชี้ สถานการณ์ยัง “อันตรายมาก” จากภาวะเศรษฐกิจมหภาคในปี 2566

วันที่ 25 มกราคม 2566 ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า ราคาบิตคอยน์-คริปโตเคอร์เรนซีที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ต้นเดือนมกราคมกว่า 33% ดันมูลค่าตลาดจาก 7.5 แสนล้านเหรียญสหรัฐ กลับมาที่ 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อวันที่ 23 มกราคมที่ผ่านมา โดยบิตคอยน์เจ้าตลาดราคาเติบโตถึง 40% ยืนเหนือ 22,000 เหรียญสหรัฐ/BTC

อย่างไรก็ดี วานนี้ราคาบิตคอยน์และคริปโตเคอร์เรนซีเริ่มพักตัวนิ่ง ในขณะที่ปริมาณการซื้อขายได้ลดลงตั้งแต่วันที่ 15 มกราคมแล้ว ตามข้อมูลจาก livecoinwatch

"กราฟแสดงปริมาณซื้อขายลดลง จาก livecoinwatch"
“กราฟแสดงปริมาณซื้อขายลดลง จาก livecoinwatch”

นอกจากนี้ นางลินน์ อัลเดน นักเศรษฐศาสตร์ผู้ก่อตั้ง Lyn Alden Investment Strategy เปิดเผยกับสำนักข่าว Coin Telegraph ว่า บิตคอยน์ยังคงเสี่ยงต่อ “อันตรายอย่างมาก” ในปี 2566 นี้ เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจมหภาคที่กำหนดการเคลื่อนไหวของราคา

“อัลเดน” อธิบายว่า การเติบโตกว่า 40% ของบิตคอยน์ตั้งแต่ต้นปีนี้ อาจเป็นสิ่งที่จะได้เห็นแค่เดือนมกราคมเท่านั้น เพราะราคาบิตคอยน์ที่ฟื้นตัวสัมพันธ์กับปริมาณสภาพคล่องที่ถูกโยกย้ายหลังจาก FTX ล่มสลาย บิตคอยน์ปริมาณมากถูกปล่อยสู่ตลาดและมันเริ่มเปลี่ยนสู่สถานะปกติ

“การล่มสลายของ FTX/Alameda ทำให้อุตสาหกรรมตกต่ำในช่วงครึ่งหลังของไตรมาสที่ 4/2565 แม้ว่าสินทรัพย์อื่น ๆ จะฟื้นตัว (ตราสารทุน ทองคำ ฯลฯ) และตอนนี้ดูเหมือนว่า BTC กำลังไล่ตาม และกลับมาที่จุดเดิม”

ดังนั้น สิ่งที่จะเกิดหลังจากการไล่ตามสินทรัพย์ชนิดอื่น ๆ อาจไม่ราบรื่นนักหลังจากนี้ เพราะขณะนี้ธนาคารกลางสหรัฐ หรือ FED กำลังดำเนินการควบคุมปริมาณเงิน (QT) โดยขจัดสภาพคล่องออกจากระบบเศรษฐกิจ เพื่อต่อสู้กับภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งขณะนี้ดูจะค่อย ๆ ทำอย่างเบามือ เนื่องจากการเมืองภายในประเทศของสหรัฐ แต่หลังจากนั้น สถานะที่เป็นอยู่อาจเปลี่ยนกลับไปสู่อารมณ์ของการกำจัดสภาพคล่อง (การขึ้นดอกเบี้ย) ซึ่งเราเห็นได้ตลอดทั้งปีตลาดหมีของบิตคอยน์-คริปโต ในปี 2565 ที่ผ่านมา

นางอัลเดนระบุว่า มีอันตรายรออยู่ข้างหน้า ในช่วงครึ่งหลังของปี 2566 “สภาพคล่องอยู่ในเกณฑ์ดีในขณะนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะกระทรวงการคลังสหรัฐกำลังดึงเงินสดคงเหลือเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกินเพดานหนี้ และสิ่งนี้จะผลักดันสภาพคล่องเข้าสู่ระบบการเงิน ดังนั้น กระทรวงการคลังได้ชดเชย QT บางส่วนที่ธนาคารกลางสหรัฐกำลังดำเนินการอยู่

เมื่อปัญหาเพดานหนี้ได้รับการแก้ไข กระทรวงการคลังจะเติมเงินในบัญชีเงินสด ที่จะดึงสภาพคล่องออกจากระบบ เมื่อถึงจุดนั้น ทั้งคลังและ Fed จะดูดสภาพคล่องออกจากระบบ และนั่นจะสร้างช่วงเวลาที่เปราะบางสำหรับสินทรัพย์เสี่ยงโดยทั่วไป ซึ่งรวมถึง BTC”