กว่า 2 ปีที่ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีเข้าสู่ภาวะซบเซาฉุดเทคสตาร์ตอัพอย่างกลุ่มบิทคับต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ต้อง “ประคับประคอง” ตัว จัดทัพรัดเข็มขัดทุกรูปแบบ รวมถึงการปรับลดพนักงานบางส่วน หลังผ่านช่วงขาขึ้นขยับขยายธุรกิจไปมากมาย หนึ่งในนั้นคือการสร้าง “บล็อกเชน” ของตนเอง โดยมี KUB Coin เหรียญประจำเชน และเติบโตอย่างมากในช่วงที่กระแส NFT, Metaverse และ GameFi เติบโต
จากข้อมูลบนบล็อกเชน BKC Scan เหรียญ KUB Coin มีมูลค่าราว 49 บาท จำนวน 110,000,000 KUB มูลค่าตลาดราว 5.39 พันล้านบาท มีที่อยู่กระเป๋าเงินบิทคับ (wallet addresses) 2,185,870 กระเป๋า มีธุรกรรม 387,302,689 ครั้ง (ข้อมูล ณ วันที่ 18 ก.ค. 2566)
AS ผนึกบิทคับซื้อหุ้น 9.2%
ล่าสุดเป็นพันธมิตรกับ บริษัท แอสเฟียร์ อินโนเวชั่นส์ (AS) หรือชื่อเดิม “เอเชียซอฟต์” พัฒนาแพลตฟอร์มเกมใหม่บนบล็อกเชน Web 3.0 โดย AS ได้เข้าไปถือหุ้น “บิทคับ” ร้อยละ 9.22 ของทุนจดทะเบียน คิดเป็นมูลค่า 600 ล้านบาท
ก่อนหน้านี้ “ปราโมทย์ สุดจิตพร” ประธานกรรมการ AS เปิดเผยว่า ปีที่ผ่านมา บริษัทปรับยุทธศาสตร์ธุรกิจใหม่ จากเดิมที่ให้บริการเกมออนไลน์ระดับภูมิภาค มุ่งสู่การเป็นบริษัทด้านดิจิทัลเทคโนโลยี ทำให้สนใจนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่มีศักยภาพและก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง จึงมองเห็นโอกาส และเชื่อมั่นว่าเทคโนโลยีบล็อกเชน หรือเว็บ 3.0 จะเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่จะเข้ามามีบทบาทขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคต
โดยก่อนหน้านี้ได้ตั้งบริษัทร่วมทุนกับบิทคับ ชื่อบริษัท คับเพลย์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด พัฒนาแพลตฟอร์ม Astronize ซึ่งเป็น Hybrid Web 3.0 Game Platform รายแรกในภูมิภาค พร้อมออกโรดแมปเกมใหม่ที่มีการใช้โทเค็น NFT แพลตฟอร์ม และจะมีการเสนอขาย ICO ในปีนี้
GameFi-NFT สู่การใช้ในธุรกิจ
“ภาสกร ปานนอก” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี จำกัด กล่าวว่า ช่วงแรกบิทคับเชนสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับโปรเจ็กต์เกี่ยวกับ GameFi และ NFT ปัจจุบันมีจำนวนบัญชีที่ถือครองเหรียญ KUB 1.3 ล้านบัญชี ในจำนวนนี้แอ็กทีฟอยู่ประมาณ 25% ส่วนใหญ่มาจากเกม Morning Moon Village และในไตรมาส 4/2566 จะนำไปใช้กับธุรกิจจริง ๆ โดยร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเพื่อออกใบ certificate ต่าง ๆ
“เราตั้งเป้าว่าอยากจะหาการใช้งานในภาคธุรกิจจริง ๆ ให้เป็นแอ็กทีฟยูสเซอร์ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับสายเกม เช่น มีโปรเจ็กต์ตัวอย่างที่ทำกับ TPCX (บริษัท ทีพีซีเอกซ์ จำกัด ที่ปรึกษาด้าน marketing and e-Commerce) ในการพัฒนาระบบใบรับรอง certificate ให้นักเรียน นักศึกษามหาวิทยาลัย ใช้ออกใบรับรองการศึกษาผ่านแอป Bitkub Next ที่แรก ซึ่งเพิ่ง MOU กับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำแบบนี้ก็จะได้แอ็กทีฟยูสเซอร์เข้ามาใช้เทคโนโลยีของเรามากขึ้น และมองไปยังโมเดลอื่น ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต”
ใช้เกมเป็นตัวนำลุยตลาดโลก
“ปีนี้เราพยายามชิมลางตลาดใหม่ ไปดูแนวโน้มของธุรกิจและผู้บริโภค เพื่อที่ปีหน้าเมื่อตลาดดีขึ้น กระแสกลับมาจะสามารถนำสิ่งที่เตรียมไว้ไปบริการได้ โดยสเตจแรกในอีก 2-3 ปีข้างหน้าพอเปลี่ยนโครงสร้างบล็อกเชนเป็น proof of stake ที่เอื้อให้บุคคลทั่วไปมีส่วนร่วมในการนำเหรียญ KUB มา stake เพื่อช่วยยืนยันธุรกรรม ก็หมายความว่าจะเป็นบล็อกเชนสาธารณะ ใครก็ได้มาพัฒนาแอปพลิเคชั่นบนแพลตฟอร์ม และในสเตจถัดไปอยากนำโปรเจ็กต์ต่าง ๆ ที่อยู่บนบิทคับเชนออกไปต่างประเทศมากขึ้น”
ที่ผ่านมา มีการเจรจาจนสามารถนำเหรียญ KUB ขึ้นไปลิสต์บนกระดานซื้อขายในต่างประเทศแล้ว และที่อินโดนีเซียมีการขยายฐานผู้ใช้ด้วยการนำเกม Morning Moon Village เป็นธงนำไปก่อน และจะมีอีกหลายอย่างทยอยตามไปอีก เมื่อเป็นที่รู้จักคาดหวังว่าจะได้โปรเจ็กต์หรือแอปพลิเคชั่นที่เป็นโกลบอลจากต่างประเทศมาอยู่บนบิทคับเชน ประมาณ 30% ที่เหลือเป็นโลคอลโปรเจ็กต์ในไทย
ทั้งยังพยายามเน้นพัฒนาระบบ cross chain หรือทำโปรเจ็กต์ข้ามบล็อกเชน ตัวอย่างเช่น Binance Chain มีโปรเจ็กต์ใหม่ ๆ หากเห็นว่าลูกค้าใช้เยอะอาจหาวิธี cross chain ให้ลูกค้านำสินทรัพย์กลับมาที่บิทคับเชนได้ ทำให้โปรเจ็กต์เป็นโกลบอลมากขึ้น
ก.ล.ต.ไฟเขียว การ Staking
สำหรับการ staking เหรียญหรือสินทรัพย์ดิจิทัลบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ หลายประเทศถือว่าผิดกฎหมาย เนื่องจากการ staking ทำให้มีรายได้หรือผลประโยชน์อื่น ๆ เป็นสกุลเงินดิจิทัล ที่ยากแก่การตรวจสอบ
แต่การ staking หรือการล็อกเหรียญไว้กับระบบบล็อกเชนเพื่อช่วยคำนวณ และพิสูจน์ยืนยันธุรกรรมที่เกิดขึ้น เป็นกลไกสำคัญของบล็อกเชนที่ใช้ฉันทามติแบบ proof of stake ซึ่งประหยัดพลังงาน และรวดเร็วกว่าการใช้คอมพิวเตอร์คำนวณ หรือ “ขุด” บล็อกในบล็อกเชน proof of work อย่างบิตคอยน์
กลไกฉันทามติเป็นสิ่งสำคัญของบล็อกเชน เพราะการมีศูนย์ข้อมูลกระจายไปตามโหนดต่าง ๆ ต้องมีระบบพิสูจน์ยืนยันว่าธุรกรรมที่แจ้งเข้ามาในระบบนั้นเกิดขึ้นจริง
“ก.ล.ต.ออกประกาศว่า การทำ staking สินทรัพย์ดิจิทัลแล้วได้ผลตอบแทนเชิงธุรกิจจะเข้าข่าย investment token แต่ให้ข้อยกเว้นแก่ธุรกิจที่ออกเหรียญแล้วทำบล็อกเชนของตนเอง แล้วนำเหรียญไปเป็นกลไกหนึ่งของระบบฉันทามติสามารถทำได้ ดังนั้นผู้ที่มีเหรียญ KUB แล้วนำมา stake หรือผู้ที่สร้างโหนดเพื่อช่วยยืนยันธุรกรรมย่อมได้รับค่าตอบแทนในการพิสูจน์ธุรกรรมภายในบล็อกเชน การ lock and drop ที่บิทคับเคยให้ผู้ถือเหรียญมาล็อกเหรียญไว้เพื่อรับผลตอบแทนอื่นทำไม่ได้แล้ว แต่การทำ KUB Stakin ไปต่อได้ เพราะเป็นกลไกของบล็อกเชนตรง ๆ ไม่ได้มาจากประโยชน์อื่น”
กระแสปรับลดคน
“ภาสกร” กล่าวถึงการปรับลดจำนวนบุคลากรของกลุ่มบิทคับด้วยว่า เป็นไปตามสภาวะตลาดและการแข่งขันในแต่ละธุรกิจ ตั้งแต่ต้นปีมีการพยายามปรับตัวหลายด้าน
หนึ่งในนั้น คือกลับมาโฟกัสธุรกิจหลักให้แข็งแรงขึ้น เช่น บิทคับเชนที่จะเปลี่ยนระบบใหญ่ คือฉันทามติแบบ proof of stake ให้ได้อย่างราบรื่น พร้อมขยายไปสู่บล็อกเชนสาธารณะ ไม่เน้นกิจกรรมการตลาดมาก แต่เน้นพัฒนาโปรดักต์หลักเพื่อรอตลาดกลับมาในปีหน้า
“บิทคับเชนมีทีมงาน 120 คน ครึ่งหนึ่งอยู่กับระบบหลังบ้าน ส่วนนี้ไม่ได้ลดลง และยังต้องพยายามรักษาคนไว้ด้วย เพราะเป็นธุรกิจที่มีคู่แข่งหลายราย จึงมีความพยายามดึงคน ซึ่งเป็นเรื่องปกติ เราพยายามรักษาคนไว้ เพราะโครงสร้างบล็อกเชนมีไดเร็กชั่นอีกไกล และเป็นรากฐานสำคัญที่จะรองรับธุรกิจอื่น ๆ เข้ามาได้อีกในอนาคต และจะพยายามดูโปรดักส์ใหม่ DeFi ใหม่ บริการใหม่เข้ามา รวมถึง real business use case ทำให้เป็นลองเทอม ต่างจากปีที่แล้วที่โหมทำมาร์เก็ตติ้งเพื่อสร้างอะแวร์เนส ไปสปอนเซอร์ให้แบรนด์และอีเวนต์เยอะมาก”
“ภาสกร” ย้ำทิ้งท้ายด้วยว่า ในปีนี้บริษัทจะกลับมาโฟกัส core product และทุ่มเทให้ผู้ใช้งานใช้ Bitkub Next ทำให้เข้ามาเชื่อมทำโปรเจ็กต์บนเชนง่ายขึ้น เพื่อรอจังหวะนำมาให้บริการเมื่อตลาดคริปโตฯกลับมาเติบโตอีกครั้ง