บอร์ด กสทช.จี้สำนักงานทำรายงานด่วนใน 7 วัน แจงประเด็นสภาพัฒน์ร้องขอให้ทบทวนมาตรการกำกับดูแลโทรคมนาคม หลังควบรวมกิจการทรู-ดีแทค เหตุมีการร้องเรียนเรื่องคุณภาพสัญญาณไม่ดี และราคาเพิ่มขึ้น แต่ยังต้องรอตัวเลขชี้วัดเรื่องราคาค่ามือถือในไตรมาสที่ 2/2567
วันที่ 6 มีนาคม 2567 ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในวันนี้มี 69 วาระ เป็นเรื่องเพื่อพิจารณา 29 เรื่อง และเสนอใหม่ 16 เรื่อง และเรื่องอื่น ๆ 7 เรื่อง
มีการหยิบยกเอาประเด็นการร้องเรียนของประชาชนต่อผู้ให้บริการโทรคมนาคมทั้ง 2 ค่ายใหญ่ ที่อาจเข้าข่ายค้ากำไรเกินควร ซึ่งมีการพูดถึงผลสำรวจของสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมที่รายงานก่อนหน้านี้
โดยสภาพัฒน์ระบุว่า มีประเด็นที่ต้องติดตามและให้ความสำคัญคือ ผลกระทบของผู้บริโภคหลังการควบรวมกิจการโทรคมนาคม จากกรณีการควบรวมธุรกิจของบริษัทขนาดใหญ่ในตลาดโทรคมนาคม ส่งผลให้ราคาค่าบริการรายเดือนของโทรศัพท์มือถือปรับตัวเพิ่มขึ้น และบางโปรโมชั่นยังถูกลดนาทีค่าโทร.ลง
ทั้งผู้บริโภคยังเริ่มประสบปัญหาด้านคุณภาพสัญญาณมากขึ้น และยังได้สำรวจความคิดเห็นผู้ใช้บริการทุกเครือข่ายมือถือทั่วประเทศผ่านระบบออนไลน์ของมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ปัญหาที่พบมากที่สุดคือ ปัญหาสัญญาณอินเทอร์เน็ตช้า รองลงมาเป็นปัญหาสัญญาณอินเทอร์เน็ตหลุดบ่อย เป็นต้น โดยร้อยละ 91 ของผู้ได้รับผลกระทบเคยร้องเรียนไปยังคอลเซ็นเตอร์ของเครือข่ายที่ใช้บริการแล้ว แต่ยังพบปัญหาอยู่เช่นเดิม
ดังนั้น สภาพัฒน์ระบุด้วยว่า แม้ กสทช.จะออกมาตรการมากำกับดูแล มาคุ้มครองผู้บริโภค แต่ก็ยังพบการร้องเรียนอยู่มาก สำนักงาน กสทช.ในฐานะหน่วยงานหลักที่ทำหน้าที่คุ้มครองสิทธิของประชาชนไม่ให้ถูกเอาเปรียบจากผู้ประกอบกิจการด้านโทรคมนาคม จึงควรมีการทบทวน/เพิ่มเติมแนวทางการกำกับดูแลที่ชัดเจนและเข้มข้นมากขึ้น เช่น การกำหนดเพดาน/ควบคุมราคาของอัตราค่าบริการเฉลี่ยให้เหมาะสม ตลอดจนมีมาตรการส่งเสริมผู้ประกอบการรายใหม่อย่างจริงจัง
ศ.กิตติคุณพิรงรอง รามสูต กสทช.ด้านกิจการโทรทัศน์ เปิดเผยว่า ในที่ประชุมได้มีการเร่งให้สำนักงาน กสทช.ทำรายงานชี้แจงเรื่องคุณภาพการให้บริการ ราคา และแพ็กเกจที่ละเอียดมากกว่าการเฉลี่ยราคา เพื่อชี้ให้เห็นว่าค่าบริการพื้นฐานในปัจจุบันถูกหรือแพง โดยให้เวลาภายใน 7 วัน เพื่อให้บอร์ด กสทช.พิจารณา และจะรวบรวมข้อมูลเพื่อชี้แจงแก่สาธารณชนต่อไป
ด้าน รศ.ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย กสทช.ด้านเศรษฐศาสตร์ กล่าวว่า ในเรื่องการวัดค่าเรื่องราคาค่าบริการยังมีความซับซ้อน จากบริบทการให้บริการที่หลอมรวมหลายบริการ นอกจากนี้ แต่ละหน่วยงานก็มีตัวเลขที่ชี้วัดเฉพาะของตน และข้อร้องเรียนเรื่องราคา จากที่ได้รับร้องเรียนยังไม่มีเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ชี้วัด
“ขณะนี้การสร้างดัชนีโทรคมนาคม โดยฝ่ายวิชาการของ กสทช.ได้ออกแบบระเบียบวิธีเสร็จสิ้นแล้ว เหลือแต่เพียงการประสานทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นธนาคารแห่งประเทศไทย สภาพัฒน์ ภาคเอกชน และส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ยอมรับระเบียบวิธีและใช้ตัวเลขเดียวกันชี้วัดราคาโทรคมนาคม เมื่อเสร็จสิ้นแล้วจึงจะใส่ตัวเลขลงในเครื่องมือและประเมินภาพของตลาด ตอบคำถามเรื่องราคาได้ทันสิ้นไตรมาสที่ 2/2567”
ทั้งนี้ วาระสำคัญอย่างการพิจารณางบประมาณราว 6 พันล้านบาท ในโครงการจัดให้มีการบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึง และเพื่อสังคมของแผนปฏิบัติการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม ปี 2565 ฉบับที่ 3 (แผน USO ฉบับ 3) ซึ่งมีกำหนดว่าจะต้องมีการประกาศใช้แผนและเบิกจ่ายงบฯในเดือน พ.ค. 2567 แต่ยังไม่มีการหยิบยกขึ้นมาพิจารณาในการประชุมครั้งนี้