เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ร้อยมรดกเมือง เชื่อมสายน้ำ ปรับโฉมเกาะรัตนโกสินทร์
Economic ร้อยมรดกเมือง เชื่อมสายน้ำ ปรับโฉมเกาะรัตนโกสินทร์
BOYY ฉลองปีที่ 20 เปิด ‘Boyyish’ ดันพอร์ตแฟชั่น มุ่งตลาดออนไลน์
Biz Movement BOYY ฉลองปีที่ 20 เปิด ‘Boyyish’ ดันพอร์ตแฟชั่น มุ่งตลาดออนไลน์
รร.ทุ่งสง ชนะประกวดหนังสั้น ‘จำได้มั้ย…แม่ชอบกินอะไร ?’
SD รร.ทุ่งสง ชนะประกวดหนังสั้น ‘จำได้มั้ย…แม่ชอบกินอะไร ?’
ชัดแล้ว! กกต.จ่อแถลงผล “คดีฮั้ว สว.” 229 คน พรุ่งนี้
Politics ชัดแล้ว! กกต.จ่อแถลงผล “คดีฮั้ว สว.” 229 คน พรุ่งนี้
GEELY STARRAY EM-R คันใหญ่ นั่งสบาย ถูกใจสาย ‘คุ้มค่า’
Automotive GEELY STARRAY EM-R คันใหญ่ นั่งสบาย ถูกใจสาย ‘คุ้มค่า’
โพลชี้ ‘ม็อบ‘ การเมืองตอนนี้ยังไม่ใช่คำตอบ เศรษฐกิจ-คดีฮั้ว สว.สะสมแรงกดดัน
Politics โพลชี้ ‘ม็อบ‘ การเมืองตอนนี้ยังไม่ใช่คำตอบ เศรษฐกิจ-คดีฮั้ว สว.สะสมแรงกดดัน
พยากรณ์อากาศ 7 วัน (12 – 18 ก.ย. 69) มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักมากบางแห่ง กทม. 60-80%
News พยากรณ์อากาศ 7 วัน (12 – 18 ก.ย. 69) มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักมากบางแห่ง กทม. 60-80%
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (13 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.09% อยู่ที่ 77,254 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (13 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.09% อยู่ที่ 77,254 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (13 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (13 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
Business ‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
ดูทั้งหมด

ช้อปปี้ปรับเพิ่ม ‘ค่าต๋ง’ สูงสุด 13% ผู้ค้าหลังแอ่น-วอนรัฐช่วยควบคุม

23 ส.ค. 2568 | 07:32น.
อีคอมเมิร์ซ ช้อปปี้

แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซแผลงฤทธิ์อีก ล่าสุดถึงคิว “ช้อปปี้” ปรับขึ้นค่าธรรมเนียม 5-13% และคิดเพิ่มอีก 1 บาททุก ๆ ออร์เดอร์ที่เข้ามา ผู้บริหาร Pay Solutions จี้รัฐเร่งเข้ามากำกับดูแล เพราะเข้าข่ายธุรกิจผูกขาดขึ้นเรื่อย ๆ และควรกำหนดเงื่อนไขการขึ้นค่าธรรมเนียมอย่างจริงจัง พร้อมแนะนำผู้ค้ากระจายวางบนหลาย ๆ แพลตฟอร์ม หรือเปิดหน้าร้านของตัวเอง ส่วนศรีจันทร์เผยตอนนี้ต้นทุนขายบนแพลตฟอร์มใกล้กับที่วางในห้างแล้ว

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า ตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย.นี้เป็นต้นไป แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ “ช้อปปี้” (Shopee) ประกาศปรับขึ้นค่าธรรมเนียมการขายบนแพลตฟอร์มรอบใหม่ ทั้งร้านค้า Mall Sellers และ Nonmall Sellers (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) โดยค่าธรรมเนียมสำหรับ Mall Sellers แบ่งเป็นสินค้าในหมวดหมู่อิเล็กทรอนิกส์ 5-11%, สินค้าบางประเภทในหมวดหมู่ย่อยของสินค้าในหมวดหมู่สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ 12-13% และสินค้าที่ไม่อยู่ในหมวดหมู่อิเล็กทรอนิกส์ 10.5%

เก็บเพิ่มอีกออร์เดอร์ละ 1 บาท

นอกจากนี้ ช้อปปี้จะเก็บค่าธรรมเนียมโครงสร้างพื้นฐานแพลตฟอร์ม เพื่อสนับสนุนการพัฒนา การให้บริการ การดูแลรักษา และการเพิ่มประสิทธิภาพของแพลตฟอร์ม โดยจะคิดค่าธรรมเนียม 1 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) จากทุกคำสั่งซื้อที่มีสถานะสำเร็จด้วย

สำหรับค่าธรรมเนียมการขายสินค้าบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ที่ผ่านมาปรับขึ้นอย่างต่อเนื่องปีละ 1-2 ครั้ง กลายเป็นปัญหาของเหล่าพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ เพราะเท่ากับว่าต้องแบกรับต้นทุนการวางสินค้าบนเชลฟ์ของแพลตฟอร์มเพิ่มขึ้น ทำให้กำไรที่ว่าบางอยู่แล้ว ยิ่งบางลงเข้าไปอีก

ชงภาครัฐกำกับแพลตฟอร์ม

นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Pay Solutions ผู้ให้บริการโซลูชั่นรับชำระเงิน และในฐานะผู้เชี่ยวชาญในแวดวงอีคอมเมิร์ซ กล่าวว่า การขึ้นค่าธรรมเนียมการขายรอบใหม่ของ “ช้อปปี้” สะท้อนว่าแพลตฟอร์มเข้าข่ายผูกขาดมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะทุกวันนี้เขามีบริการทุกอย่าง แข่งกับทุกคนในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นขนส่ง คลังสินค้า การเงิน และฟู้ดดีลิเวอรี่ เขากำลังใช้ประโยชน์จากการรวมศูนย์บริการต่าง ๆ มาสร้างข้อได้เปรียบในการแข่งขัน

“คนขายของบนแพลตฟอร์มตอนนี้ กำไรน้อยลงทุกวัน แต่ฝั่งแพลตฟอร์มกำไรมากขึ้นเรื่อย ๆ อย่างปี 2567 กำไรมากกว่า 4,000 ล้านบาท ผมพยายามเรียกร้องเรื่องนี้กับหน่วยงานภาครัฐมานานหลายปี อยากให้เข้ามากำกับดูแลอย่างจริงจัง ไม่ใช่แพลตฟอร์มอยากขึ้นค่าธรรมเนียมเมื่อไรก็ทำได้เลย”

แนะทำ Owned Channel

นายภาวุธกล่าวอีกว่า ข้อแนะนำในการรับมือและปรับตัวของผู้ประกอบการ “ผู้ขายไม่ควรยึดติดกับแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่งมากเกินไป และควรเริ่มทำ ‘Owned Channel’ หรือหน้าร้านออนไลน์ของตนเอง เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการต้นทุน และเก็บข้อมูลของลูกค้าไว้กับตนเอง”

ร้านที่ขายบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซไม่มีสิทธิเข้าถึงข้อมูลลูกค้าของตนเอง เพราะบางแพลตฟอร์มบอกว่าต้องปฏิบัติตามกฎหมาย PDPA ทำให้ร้านไม่มีข้อมูลลูกค้าแบบ 1st Party Data มาอัพเซล หรือทำโปรโมชั่นต่อได้เลย

กระจายช่องทางครอบคลุม

ด้านนางสาวรัฐธีร์ เจริญรัตน์วรกุล ผู้จัดการทั่วไป ธุรกิจ MarTech Solution บริษัท เอ้ก ดิจิทัล จำกัด กล่าวว่า เพื่อรับมือกับต้นทุนการขายสินค้าบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่มากขึ้น ผู้ประกอบการควรกระจายช่องทางการขายให้หลากหลาย และนำสินค้าไปวางบนแต่ละแพลตฟอร์มอย่างมีกลยุทธ์ เช่น นำสินค้าขายดี กำไรสูง ไปอยู่บนแพลตฟอร์มที่คนคุ้นเคย เพื่อให้หลังหักต้นทุนการขายยังเหลือกำไรมากที่สุด

ขณะเดียวกันใช้เครื่องมือทางการตลาดโปรโมตช่องทางอื่น ๆ ที่แบรนด์เริ่มเข้าไปขาย เช่น ใช้อินฟลูเอนเซอร์สร้างการรับรู้บน TikTok พร้อมยิงโฆษณาเพื่อให้เกิดการรับรู้ในวงกว้าง ซึ่งบางแบรนด์ขายสินค้าบน TikTok แค่ SKU (รายการสินค้า) เดียว แต่สร้างรายได้ปีละ 100 ล้านบาท

จับตลาดสมาชิกระยะยาว

ส่วนอีกไอเดียที่น่าสนใจ คือ การขายแบบ Subscription ให้ลูกค้าสมัครสมาชิกและจ่ายรายเดือน แล้วร้านส่งสินค้าตามรอบ เหมาะกับสินค้าที่มีรอบการใช้ประจำ เช่น ผ้าอ้อมเด็ก ที่คุณแม่ต้องซื้อให้ลูกยาว 1-2 ปี ช่วยให้แบรนด์มีรายได้สม่ำเสมอ โดยไม่ต้องพึ่งพาแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ

“สำหรับลูกค้าที่ต้องการทำหน้าร้านออนไลน์ของตนเอง เอ้ก ดิจิทัล มีโซลูชั่นที่พาร์ตเนอร์กับ Shopify ไว้ ช่วยให้เวลาในการขึ้นหน้าร้านของแบรนด์สั้นมาก จากนั้นก็จะใช้โซลูชั่นมาร์เทคอื่น ๆ สร้างการรับรู้เพิ่มเติม”

“ศรีจันทร์” วอนภาครัฐช่วย

นายรวิศ หาญอุตสาหะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด กล่าวว่า การประกาศปรับขึ้นค่าฟีของแพลตฟอร์มช้อปปี้ ส่งผลให้ต้นทุนการขายบนแพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลซสูงขึ้นแน่นอน แต่ในระดับใดนั้นขึ้นอยู่กับช่วงเวลาและรูปแบบทำการตลาด อย่างไรก็ตาม การปรับนี้ทำให้ต้นทุนการขายขยับเข้าใกล้กับช่องทางห้างสรรพสินค้ามากยิ่งขึ้นด้วยเช่นกัน

สำหรับบริษัทในระยะสั้นจะรับมือด้วยการบริหารต้นทุน โดยเฉพาะการใช้งบฯโฆษณา ด้วยการมอนิเตอร์ผลตอบรับต่อเม็ดเงินที่ใช้อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินความคุ้มค่า และปรับรูปแบบการโฆษณา-คอนเทนต์ให้ตรงกับเทรนด์ที่ผู้บริโภคชอบหรือสนใจ ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ส่วนระยะยาวอยากให้ภาครัฐเข้ามาดูแลความเหมาะสมของค่าใช้จ่ายในแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซต่าง ๆ พร้อมกับสนับสนุนให้ไทยควรพัฒนาแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของตัวเองขึ้น ให้มีสเกลเท่ากับผู้เล่นรายหลัก ๆ ของวงการ แม้อาจต้องใช้เวลาและงบฯประมาณสูง แต่ช่วยให้ผู้ค้าในประเทศมีตัวเลือก-อำนาจต่อรองมากขึ้น โดยปัจจุบันอินโดนีเซียประสบความสำเร็จในการพัฒนาแพลตฟอร์มของตนเองแล้ว

ปณท ลุยเซ็กเมนต์ “eTailer”

ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า ท่ามกลางความท้าทายจาก “สงครามส่งด่วน” ที่ไม่มีวันจบ ไปรษณีย์ไทยพยายามเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ผ่านช่องทางใหม่ ๆ เพื่อลดการพึ่งพางานจากแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ที่มีสิทธิตัดสินใจอย่างเต็มที่ว่าจะส่งงานให้ผู้ให้บริการรายใดบ้าง

หนึ่งในแนวทางที่มุ่งไปในช่วงต่อจากนี้ คือ เข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ ที่พร้อมให้ไปรษณีย์ไทย เป็นผู้ให้บริการขนส่งและโลจิสติกส์รายหลัก โดยเฉพาะกลุ่ม “eTailer” หรือแบรนด์ที่ขายสินค้าผ่านแพลตฟอร์ม หรือช่องทางออนไลน์ของตนเอง

“สาเหตุที่บางแบรนด์ตัดสินใจทำช่องทางของตนเอง เพราะเขาไม่ต้องการแบกรับต้นทุนค่าธรรมเนียมการขายบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่เพิ่มขึ้นตลอดอีกแล้ว เรามองว่านี่เป็นโอกาสที่จะทำให้ไปรษณีย์ไทยมีชิ้นงานเพิ่ม และสร้างรายได้มากขึ้นด้วย”