ขีดความสามารถการแข่งขัน “ไทย” ขยับขึ้นอันดับ 25 สูงสุดในรอบ 10 ปี
“สิงคโปร์” คว้าอันดับ 1 World Competitiveness ประจำปี 2562 ของ IMD (International Institute for Management Development) เบียด “สหรัฐ” หล่นอันดับ 3 ฟาก “ไทย” ขยับขึ้น 5 อันดับ ครองประเทศที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันเป็นอันดับ 25 จาก 63 เขตเศรษฐกิจทั่วโลก สูงสุดในรอบ 10 ปี
นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวว่า ปีนี้ผลการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยดีขึ้นถึง 5 อันดับ โดยด้านสมรรถนะทางเศรษฐกิจและประสิทธิภาพของภาครัฐดีขึ้นถึง 2 อันดับ การลงทุนต่างประเทศ (International Investment) มีอันดับที่ดีขึ้นมากเนื่องจากการเพิ่มขึ้นของการลงทุนจากต่างประเทศ ด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ (business legislation) ดีขึ้นถึง 4 อันดับ จากการปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานเพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับภาคธุรกิจ การปรับกฎระเบียบให้ทันสมัย คล่องตัว และส่งเสริมการใช้ดิจิทัลในการให้บริการให้รวดเร็วมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการแก้ปัญหาปัจจัยพื้นฐานเชิงโครงสร้างในทุกด้าน

ด้านนางสาววรรณวีรา รัชฎาวงศ์ กรรมการบริหาร สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) กล่าวว่า ปีนี้ประเทศไทยมีอันดับดีขึ้นถึง 5 อันดับเป็นอันดับที่ 25 ซึ่งนับเป็นอันดับสูงที่สุดในรอบกว่า 10 ปีที่ผ่านมา นอกเหนือจากประเด็นด้านเศรษฐกิจที่ทำให้ผลการจัดอันดับดีขึ้น ยังมีประเด็นโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ที่เป็นรากฐานของการสร้างความสามารถในการแข่งขันในระยะยาวที่มีอันดับสูงขึ้นถึง 4 อันดับจากปีที่แล้ว
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคเอกชนที่ปัจจุบันมีสัดส่วนการลงทุนวิจัยและพัฒนาคิดเป็นร้อยละ 0.8 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP)จากสัดส่วนการลงทุนทั้งหมดร้อยละ 1 ของ GDP
แต่สิ่งที่เป็นประเด็นท้าทายของไทย คือ การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นมาช่วยเพิ่มมูลค่าและผลิตภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในธุรกิจขนาดย่อมและภาคการเกษตร รวมถึงการพัฒนากำลังคนให้เท่าทันเทคโนโลยีและพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงในโลกอนาคต