Alibaba เชื่อมสู่ตลาดโลก โอกาส SMEs ไทยท่ามกลางโควิด-19

ทั่วโลกรู้จัก Alibaba.com ในฐานะเป็นหนึ่งในธุรกิจเครืออาลีบาบา กรุ๊ป ที่ก่อตั้งโดย “แจ็ก หม่า” ที่ต้องการให้ธุรกิจเป็นเรื่องง่ายและเชื่อมต่อถึงกันไม่ว่าอยู่ที่ใดก็ตาม ขณะที่ทั่วโลกก็กำลังเผชิญกับวิกฤตทางเศรษฐกิจจากพิษโควิด-19 มีแต่การค้าขายออนไลน์ที่ยังเติบโตก้าวกระโดด

“สตีเฟน คูโอ” ผู้อำนวยการ Alibaba.com ประจำเอเชีย-แปซิฟิกกล่าวว่า อาลีบาบาคือประตูสู่ตลาดโลก Alibaba.com เชื่อมโยงผู้ซื้อและผู้ขายทั่วโลก เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงตลาดโลกได้อย่างเท่าเทียมกัน ในปีที่ผ่านมาได้สร้างคอนเน็กชั่นให้ผู้ซื้อและผู้ขายกว่า 20 ล้านราย ใน 200 ประเทศทั่วโลก ลดช่องว่างการทำธุรกิจระหว่างประเทศ ทำให้คนรุ่นใหม่เป็นเจ้าของธุรกิจได้ง่ายขึ้น ซึ่งอาลีบาบาหวังว่าจะเข้ามาขับเคลื่อนเทรนด์ตลาดโลกในอนาคต

“Alibaba.com ผู้ซื้อกว่า 49% มีอายุระหว่าง 18-34 ปี และมีอัตราการเติบโตกว่า 40% ต่อปี”

จากผลสำรวจทั่วโลก in a recent overseas survey พบว่า ได้เรียนรู้กระบวนการที่ผู้ซื้อใช้ในการค้นหาสินค้า รวมทั้งความสำเร็จและผลตอบรับที่ผู้ซื้อมีต่อแพลตฟอร์มอาลีบาบา และไม่แปลกใจเลยที่ผู้ซื้อส่วนใหญ่เริ่มต้นจากเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซหรือเสิร์ชเอ็นจิ้นต่าง ๆ

“หากผู้ประกอบการต่าง ๆ ยังไม่ขยายพื้นที่สู่แพลตฟอร์มออนไลน์ก็อาจจะสายไปแล้ว”

ขณะที่คุณภาพและราคาสินค้าก็เป็นสิ่งสำคัญ สินค้าและแบรนด์เด่นของแต่ละประเทศมีผลต่อการตัดสินใจเลือกผู้ขายด้วยเช่นเดียวกัน โดยหวังว่า Alibaba.com จะเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ซื้อทั่วโลกได้รู้จักสินค้าในประเทศไทยมากขึ้น และเป็นการสร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการใหม่ ๆ ด้วย

“Alibaba.com ขยายผู้ซื้อในตลาด B2B โดยทุกปีผู้ซื้อจะได้ร่วมงานมหกรรมสินค้า B2B ซึ่งก็คือ March Expo และ Super September ผู้ขายแต่ละรายจะโพสต์สินค้าใหม่ที่ขายดีที่สุด และเสนอราคาที่ดีที่สุดให้กับผู้ซื้อ และในช่วงกิจกรรมดังกล่าวจะมีการเปิดตัวแค็ตตาล็อกและ landing page ตามเทรนด์ในตลาด และอุตสาหกรรมที่โดดเด่น Alibaba.com สร้างประโยชน์จากมหกรรมสินค้าดังกล่าว เพื่อเสนอราคาโปรโมชั่นในด้านการขนส่งและการตรวจสอบ นอกจากนั้น ก็ยังทำแคมเปญโฆษณาในสื่อแบบออฟไลน์และสื่อดิจิทัล เพื่อช่วยให้ผู้ซื้อได้เจอผู้ขายที่ตอบโจทย์”

“ไทย” ผู้ขายสำคัญของเอเชียในประเทศไทย Alibaba.com

ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก และเชื่อมั่นว่าในอนาคตจะประสบความสำเร็จมากขึ้นไปอีก เพราะเชื่อว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดผู้ขายที่สำคัญของทวีปเอเชีย เนื่องจากขณะนี้มีผู้ขายชาวไทยบนแพลตฟอร์ม Alibaba.com จำนวนมากและประเภทสินค้าที่ได้รับความนิยมส่วนใหญ่มาจากประเทศไทย

ไม่ว่าจะเป็นอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าเกษตร และสินค้าด้านสุขภาพและความงาม ถือว่าได้รับความนิยมและมีอัตราการเติบโตที่สูงมากด้วยสินค้าที่มากกว่า 170,000 ชิ้นบนแพลตฟอร์ม ผู้ขายได้รับการติดต่อจากผู้ซื้อทั่วโลกกว่า 40,000 ครั้ง ภายในระยะเวลา 1 เดือน

ผู้อำนวยการ Alibaba.com ประจำเอเชีย-แปซิฟิกยังเปิดเผยเพิ่มเติมว่า เมื่อปีที่ผ่านมาได้พูดคุยกับผู้ขายชาวไทยหลายราย เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการใช้ Alibaba.com บางรายระบุว่า แพลตฟอร์มนี้ช่วยบริษัทของเขาไว้ได้ และบางรายระบุว่า ช่วยให้ขยายธุรกิจสู่ตลาดโลกได้อย่างต่อเนื่อง แต่ยังคงพบว่ามีผู้ประกอบการรายใหญ่หลายรายติดวิธีการค้นหาลูกค้าแบบเดิมเช่น พบจากนิทรรศการและการบอกต่อ

แต่ ณ วันนี้ผู้ประกอบการเหล่านั้นก็ได้เรียนรู้แล้วว่าวิธีดังกล่าวสิ้นเปลืองงบประมาณและไม่ประสบความสำเร็จเท่ารูปแบบออนไลน์

และทั้งยังมี “สมาร์ทมาร์เก็ตติ้งโซลูชั่น” ซึ่งออกแบบมาเพื่อสนับสนุนผู้ขายชาวไทยขายสินค้าในราคาที่เหมาะสมด้วยระบบวิเคราะห์จาก AI และการเสนอราคาอัตโนมัติที่อ้างอิงมาจาก insight ของ Alibaba.com

สินค้าเกษตรไทยดังไกลทั่วโลก

“วีรนุช คชรัตน์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร K.S. Industry and Trading กล่าวว่า K.S. Industry and Trading เป็นผู้รับจัดหาและผลิตสินค้าในปริมาณมาก สั่งจัดทำได้ตามรูปแบบสินค้าที่ลูกค้าต้องการ ยกตัวอย่าง วัสดุอุปกรณ์ในด้านอุปโภคบริโภค ถือเป็นบริษัทน้องใหม่ในการทำเทรดดิ้งแบบนำเข้าและส่งออก

สาเหตุที่เลือก Alibaba.com ในการโปรโมตสินค้า ทำให้สินค้าเป็นที่รู้จักในหลายประเทศ นอกจากนี้ ยังมองว่าแพลตฟอร์มดังกล่าวเป็นแพลตฟอร์มที่ดีที่ได้นำเทคโนโลยีดิจิทัลให้เข้ามามีส่วนช่วยในการพัฒนาธุรกิจและลดระยะเวลาในการซื้อขายได้ เพราะเชื่อว่าสิ่งสำคัญที่นอกเหนือจากรายได้แล้วก็คือระยะเวลา การใช้แพลตฟอร์มดังกล่าวก็เข้ามาช่วยสนับสนุนในเรื่องการทำธุรกิจได้ค่อนข้างมาก เพราะในแพลตฟอร์มมีผู้ซื้อที่พร้อมเข้าหาเราอยู่ตลอดเวลาโดยที่เราไม่ต้องเสียเวลาไปติดต่อผู้ซื้อเหล่านั้นเลย นอกจากนั้น ธุรกิจยังสามารถดำเนินต่อไปได้ แม้อยู่ในวิกฤตโควิด-19 ก็ตาม

ขณะที่ “ปณิชา เลาหมณฑลกุล” ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท 3M ผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์อาหารเมื่อเข้าไปอยู่ในแพลตฟอร์มของอาลีบาบา จะมีความแตกต่างกับการไปออกบูทนิทรรศการต่าง ๆเพราะทุกอย่างอยู่บนออนไลน์ และผู้ซื้อสามารถเปรียบเทียบสินค้ากับผู้ขายรายอื่นได้ และมองว่าในวิกฤตโควิด-19 นี้มีโอกาสโดยต้องปรับตัว โดยการเริ่มลงมือในการเตรียมความพร้อมเผชิญกับปัญหาอยู่เสมอ ทั้งนี้ ยังมองว่าสินค้าไทยยังคงมีโอกาสและมีความต้องการค่อนข้างสูงมากในส่วนของ B2B ใน Alibaba.com

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ