ทุเรียนใต้หนอนเจาะ จีนตีกลับ หวั่นเวียดนามแซง

ทุเรียน

ทุเรียนภาคใต้เจอหนอนเจาะ-ทุเรียนเวียดนามได้จังหวะเร่งแซง ล้งไทยผวากลัวลูกค้ารายใหญ่ระงับส่งออก ล่าสุดถูกจีนตีกลับ 13 ล้ง ทำราคาผันผวน ล้งจีนในไทยสบโอกาสแห่ไปซื้อทุเรียนเวียดนามต้นทุนถูกกว่าไทย ส่งออกอีกทอด กรมวิชาการเกษตรเรียกประชุมด่วน ก่อนสูญเสียตลาดให้เวียดนาม ฟิลิปปินส์

นายสัญชัย ปุรณะชัยคีรี นายกสมาคมผู้ค้าและส่งออกผลไม้ไทย เจ้าของล้ง “ดราก้อนเฟรช ฟรุท” จ.จันทบุรี เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัญหาสำนักงานศุลกากรจีน (GACC) ตรวจพบหนอนเจาะเมล็ดทุเรียน จากบริษัทผู้ส่งออก 8 บริษัท และตีกลับตู้จำนวน 29 ตู้นั้น หวั่นทุเรียนเวียดนามแซงหน้าทุเรียนไทย ตอนนี้ล้ง (จีน) แห่เปิดซื้อทุเรียนเวียดนาม เพราะปัญหาน้อยกว่าต้นทุนต่ำกว่า หลังการตรวจพบทุเรียนมีหนอน ทางรัฐบาลจีนสั่งคุมเข้มการนำเข้าทุเรียนไทยทุกด่าน มีการสุ่มตัวอย่างตรวจเพิ่มขึ้น หากมีการสุ่มตรวจเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จะทำให้การส่งออกชะงักเพราะการตรวจปล่อยตู้ใช้เวลามากขึ้น การขนส่งล่าช้า

นายสัญชัยระบุว่า “สุดท้ายจีนอาจจะถึงกับระบุทุเรียนไทยเป็นพื้นที่ระบาดตัวหนอน ไทยต้องถูกระงับการส่งออกจะอันตรายมากที่สุด ภาครัฐต้องจับตาดูการออกมาตรการของจีนที่เข้มงวดขึ้นเรื่อย ๆ อาจจะไปถึงการระงับนำเข้าทุเรียนไทย ดังนั้นกรมวิชาการเกษตรเร่งแก้ไขต้องเร่งออกมาตรการดำเนินการเข้มงวดเร่งด่วน เพราะปัญหาแมลงเจาะเมล็ดทุเรียนยังพบทั่วไป หากยังจัดการไม่ดี วันหนึ่งถูกจีนระงับการส่งออกทุเรียนไทยจะเสียหายหนัก”

“ทุเรียนเวียดนามอาจแซงหน้าทุเรียนไทย ตอนนี้ราคาและคุณภาพ รูปทรง สีเนื้อทุเรียนใกล้เคียงกันมาก และล้งไทยส่วนใหญ่ 80% คนจีนเป็นเจ้าของ แห่ไปเปิดรับซื้อทุเรียนเวียดนามจำนวนมาก เพราะในช่วงเดือนสิงหาคม-ตุลาคม เป็นช่วงที่ทุเรียนออกมาก มีการขนส่งสะดวกรวดเร็วและถูกกว่า และการซื้อทุเรียนในเวียดนามการทำสัญญาซื้อขาย และปัญหาน้อยกว่า”

ล้งไทยแห่ไปทำตลาดเวียดนาม

นางสาวลิลพัชร์ ทองโสภา ผู้บริหารบริษัท เดอะลิส อินเตอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ที่มีสาขาในเวียดนาม เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ทุเรียนเวียดนามออกตรงกับภาคใต้ของไทย ตอนนี้ทุเรียนภาคใต้จากไทยขายไม่ดี เพราะข่าวทุเรียนหนอนเจาะเมล็ดสื่อสารออกทางโซเชียล คนซื้อจะบอกต่อ ๆ กัน ทุเรียนเวียดนามจะราคาพอ ๆ กับไทยแต่ขายดีกว่า และถ้าเป็นทุเรียนคุณภาพจะขายได้ราคาสูงกว่า ต้นทุนเท่ากับทุเรียนไทย

“ข้อได้เปรียบอีกอย่างคือ การขนส่งไม่เกิน 2 วัน จากไทย 5-6 วัน ตอนนี้มีทั้งล้งเก่าและล้งใหม่ไปเปิดรับซื้อทุเรียนในเวียดนามกันมาก โดยเฉพาะที่เมืองดักลั๊ก เลือกซื้อแบบเหมาสวนทุเรียนคุณภาพได้ ไม่มีปัญหาทุเรียนอ่อน เคารพกฎระเบียบ เพราะกลัวกฎหมายที่อาจะถูกล็อกห้ามนำเข้าจีน ต่อไปที่ลาว และกัมพูชาจะมีลักษณะเดียวกันกับเวียดนาม”

แหล่งข่าวบริษัท ยูนิฟาร์ม เวียดนาม-ไทย ที่เป็นบริษัทร่วมลงทุนไทย-เวียดนาม ให้ข้อมูลการซื้อขายทุเรียนเวียดนาม ในปีที่ผ่านมา ราคาถูกกว่าไทย 70-80 บาท แต่ปัจจุบันราคาสูงถึง 145 บาท/กิโลกรัม โดยล้งรายใหม่เพิ่มขึ้นถึง 200% เติบโตอย่างก้าวกระโดด การซื้อขายแข่งขันกันสูง พ่อค้าเริ่มซื้อเหมาสวน “แบบคว่ำหนาม” ทำให้การซื้อขายคัดคุณภาพได้ตามเกรด

ผวาต้นทุนสูง ตัดทุเรียนอ่อนติดหนอน

แหล่งข่าวจากสมาคมทุเรียนภาคใต้ กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัญหาหนอนเจาะเมล็ดทุเรียน ล้งส่งออกภาคใต้ไม่ค่อยให้ความร่วมมือ ในการประชุมร่วมกับส่วนราชการ ซึ่งการประชุมครั้งล่าสุด ใน จ.ชุมพร มีผู้เข้าร่วมเพียง 100 ล้ง จากทั้งหมด 480 ล้ง

ปัญหาการส่งทุเรียนที่มีหนอนเจาะในพื้นที่ จ.ยะลา มีบางล้งที่รู้ปัญหาแต่ยังเสี่ยงส่งออก เพื่อหวังกำไร ตู้ละ 3-4 ล้านบาท จากการลงทุนตู้ละ 3 ล้านบาท ถ้าขายได้จะได้ราคาตู้ละ 7 ล้านบาท

“ราคาทุเรียนยะลาจะถูกกว่าทุเรียนภาคใต้ กก.ละ 30 บาท ถ้าซื้อของยะลา กก.ละ 100-110 บาท ปนกับทุเรียนคุณภาพดี ๆ ครึ่งตู้ได้กำไร 2 ล้านบาท ถ้าเต็มตู้กำไร 4-5ล้านบาท พ่อค้าจึงยอมเสี่ยง ตัดทุเรียนอ่อน และมีหนอนในเมล็ดทุเรียน ที่ไปเติบโตในผลทุเรียนและออกเป็นตัวเมื่อขึ้นตู้ไปแล้ว”

สอดคล้องกับผู้ประกอบการส่งออกทุเรียนรายใหญ่กล่าวว่า ปัญหาทุเรียนหนอนเจาะเมล็ด ต่อเนื่องจากปัญหาทุเรียนอ่อน เพราะการเหมาสวนของสายตัด หรือล้ง จะตัดรูดหมดทั้งต้นในช่วงเดียวกัน ทุเรียนอ่อนที่มีหนอนจะออกมาจากผลทุเรียนเมื่ออยู่ในบรรจุภัณฑ์ ในตู้คอนเทนเนอร์ไปแล้ว

เฝ้าระวังทุเรียนใต้ผสมยะลา

ด้านนายณรงค์ศักดิ์ สินศักดิ์ ประธานศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร จ.ชุมพร (ศพก.) อุปนายกสมาคมทุเรียนใต้ กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตั้งแต่มีปัญหาหนอนในทุเรียนภาคใต้ มีผลกระทบต่อราคาทุเรียนใน จ.ชุมพร นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี เหลือราคา กก.ละ 110-125 บาท

และล้งส่วนใหญ่จะหยุดซื้อทุเรียนผลสดจากยะลา เพราะเกรงว่าเมื่อส่งออกและถูกตรวจสอบจะถูกระงับการส่งออก หรือระงับการขึ้นทะเบียน DOA กว่าจะรอขอขึ้นทะเบียนใหม่กับจีนต้องใช้เวลา 180 วัน

ทั้งนี้ ทุเรียน 3 จังหวัดภาคใต้ ยะลา นราธิวาส ปัตตานี ซึ่งผลผลิตจะเหลือประมาณ 30,000-40,000 ตัน ใกล้จะหมดในกลางเดือนกันยายนนี้ ล้งจะรับซื้อเฉพาะแช่แข็งราคา กก.ละ 60-80 บาท และซื้อกับสวนที่มี GAP ซึ่งมีเพียง 3% ของสวนทั้งหมด

ขณะนี้ทุเรียนผลสดภาคใต้ เกรด AB ราคาเพิ่มขึ้น กก.ละ 145-155 บาท คาดว่าเดือนตุลาคมที่ทุเรียนเหลือน้อยลงจะราคาพุ่งไปถึง 170 บาท

“ปกติทุเรียนภาคใต้จะนำมาบรรจุภัณฑ์ที่ จ.ชุมพร ที่มีทุเรียนมากเกือบ 500 ล้ง ทำให้หลายล้งเกรงว่าการแพร่ระบาดของหนอนที่ติดมากับการขนส่งและการแกะเนื้อ จะมีติดที่เมล็ดและเปลือกถูกทิ้งไม่มีการทำลาย ซึ่งหน่วยงานภาครัฐได้เรียกประชุมด่วน ผู้ประกอบการ (ล้ง) ทั้งหมด ขอความร่วมมือเกษตรกรและล้งคัดแยกเกรดทุเรียนให้ชัดเจนระหว่างส่งโรงงานแปรรูป หรือเพื่อการส่งออก และกรมวิชาการเกษตรจะมีการประชุมร่วมหลายหน่วยงานและภาครัฐเพื่อหาทางแก้ไขวันที่ 29 สิงหาคมนี้” นายณรงค์ศักดิ์กล่าว

แก้ไขทุเรียนยะลาเร่งด่วน

สำหรับปัญหาหนอนเจาะเมล็ดทุเรียนที่ยะลา เจ้าหน้าที่ GACC ที่ตรวจพบได้แจ้งเตือน โดยเป็นการถูกระงับการส่งออกชั่วคราวจนกว่าจะมีแนวทางแก้ไขมานำเสนอให้คณะกรรมการพิจารณา มีจำนวน 8 ล้ง ตู้ส่งกลับ 29 ตู้ และล่าสุดกำลังถูกตรวจสอบและระงับการส่งออกไปแล้ว ภายหลังตรวจพบและแจ้งเพิ่มอีก 5 ล้ง ซึ่งส่งผลกระทบกับความเชื่อมั่นของทุเรียนไทย เกรงว่าจะสูญเสียตลาดให้เวียดนามและฟิลิปปินส์

ข้อมูลจากสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 7 ทุเรียนภาคใต้ปี 2566 ทั้งหมด 667,338 ตัน ผลผลิตออกแล้ว 75% ปริมาณ 500,504 ตัน ส่งออกแล้ว 321,282 ตัน คิดเป็น 48.14% ทุเรียน จ.ยะลา ปี 2566 จำนวน 76,741 ตัน คาดการณ์ผลผลิตออกถึงสิ้นเดือนสิงหาคม 45,552 ตัน (60%) เดือนกันยายน 31,189 ตัน (40%) เป็นผลผลิตจากพื้นที่สูงคาดว่าหมดกลางเดือนกันยายนนี้

ทั้งนี้ สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 7 แจ้งว่า ในวันที่ 29 สิงหาคมนี้ กรมวิชาการเกษตรได้จัดประชุมหารือหน่วยงานภาครัฐ ผู้ประกอบการส่งออกในพื้นที่ จ.ชุมพร นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ยะลา หารือแนวทางและมาตรการในการควบคุมปัญหาหนอนเจาะเมล็ดทุเรียนเพื่อการส่งออก

สำหรับแนวทางระยะสั้น คือ จำหน่ายตลาดภายในประเทศ ส่วนการจำหน่ายตลาดต่างประเทศ ให้ทำในรูปแบบทุเรียนแช่แข็งหรือแปรรูป และการรับซื้อผลผลิตที่มาจาก จ.ยะลาต้องมีใบรับรองคุณภาพ (GAP)ถ้าไม่มีให้ส่งเข้าเฉพาะแกะเนื้อแช่แข็ง ระยะกลาง ขึ้นทะเบียนแปลงเกษตรกรที่ผลิตเพื่อการส่งออก และระยะยาว ถ่ายทอดเทคโนโลยีการป้องกันกำจัดหนอนเจาะเมล็ดทุเรียนให้เกษตรกรนำไปปรับใช้