เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
คลังเตรียมออกบอนด์ “ออมพลัส” ล็อตแรก 4 พันล้าน ปลาย ก.ค. ผ่านเป๋าตัง-Bond Connect
Politics คลังเตรียมออกบอนด์ “ออมพลัส” ล็อตแรก 4 พันล้าน ปลาย ก.ค. ผ่านเป๋าตัง-Bond Connect
การบินไทย ปรับลดราคาตั๋วทั่วโลก 20-30% หลังราคาน้ำมันโลกทรงตัวระดับ 100 กว่าเหรียญ
Business การบินไทย ปรับลดราคาตั๋วทั่วโลก 20-30% หลังราคาน้ำมันโลกทรงตัวระดับ 100 กว่าเหรียญ
อสมท เปิดเช่าที่ดิน 50 ไร่ พระราม 9 มูลค่า 9 พันล้าน ขายซองประมูล 10 ก.ค.นี้
Real Estate อสมท เปิดเช่าที่ดิน 50 ไร่ พระราม 9 มูลค่า 9 พันล้าน ขายซองประมูล 10 ก.ค.นี้
‘สกุชชี่’ ไอเท็มฮีลใจสุดฮิต ติดท็อปเทรนด์ Lazada 6.6 ทำยอดค้นหาทะลุ 3 หมื่นครั้ง
Business ‘สกุชชี่’ ไอเท็มฮีลใจสุดฮิต ติดท็อปเทรนด์ Lazada 6.6 ทำยอดค้นหาทะลุ 3 หมื่นครั้ง
สภาผู้บริโภคเตือน SMS แนบลิงก์ มิจฉาชีพ 100% หลังพบระบาดอ้างค้างจ่าย M-Flow-Lazada
News สภาผู้บริโภคเตือน SMS แนบลิงก์ มิจฉาชีพ 100% หลังพบระบาดอ้างค้างจ่าย M-Flow-Lazada
สายสีส้มตะวันตกบางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรม สร้างคืบ 34.99% ส่วนตะวันออกทยอยรับขบวนรถ ต.ค.นี้
Economic สายสีส้มตะวันตกบางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรม สร้างคืบ 34.99% ส่วนตะวันออกทยอยรับขบวนรถ ต.ค.นี้
SOLYNA Residence ส่งมอบน้ำสะอาดกว่า 900 ครัวเรือน ชุมชน จ.กระบี่
SD SOLYNA Residence ส่งมอบน้ำสะอาดกว่า 900 ครัวเรือน ชุมชน จ.กระบี่
‘เออร์ลี่รีไทร์’ เครื่องมือปฏิรูประบบราชการของเวียดนาม
Politics ‘เออร์ลี่รีไทร์’ เครื่องมือปฏิรูประบบราชการของเวียดนาม
ราคาทองวันนี้ (7 ก.ค. 69) ร่วงลง 300 บาท ทองรูปพรรณ 65,950 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (7 ก.ค. 69) ร่วงลง 300 บาท ทองรูปพรรณ 65,950 บาท
จีน ‘มือที่มองไม่เห็น’ ตัวแปรสำคัญราคาน้ำมันโลก
World จีน ‘มือที่มองไม่เห็น’ ตัวแปรสำคัญราคาน้ำมันโลก
ดูทั้งหมด

เชียงใหม่ พร้อมปลดล็อกปลูกกัญชาเสรี 21 อำเภอ ปลูกแล้ว 302 พื้นที่

07 มิ.ย. 2565 | 16:27น.
กัญชา

เชียงใหม่ พร้อมปลดล็อกปลูกกัญชาเสรี เผย 21 อำเภอปลูกแล้ว 302 พื้นที่

วันที่ 7 มิถุนายน 2565 ผุ้สื่อข่าวรายงาน นางนฤมล ขันตีกุล รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ แถลงข่าวเรื่อง แนวทางการปลูก การนำเข้า “กัญชา กัญชง” แบบถูกกฎหมาย หลังปลดล็อก 9 มิถุนายน 2565″ จากประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง

ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 พ.ศ.2565 จะมีผลบังคับใช้หลังวันที่ 9 มิถุนายน 2565 นี้ ทำให้พืชกัญชา กัญชง ไม่ใช่ยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 อีกต่อไป ส่วนที่เป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 คือสารสกัดจากทุกส่วนของพืชกัญชาหรือกัญชงเท่านั้น

ยกเว้นสารสกัดที่ได้รับอนุญาตให้ผลิตในประเทศ และมี THC น้อยกว่า 0.2%W/W ไม่เป็นยาเสพติด และยังมีการห้ามนำเข้าพืชกัญชา กัญชง ยกเว้นเมล็ดพันธุ์ ตามพระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ.2518 และพระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ.2507 กำกับดูแลโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ การขออนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก สารสกัดกัญชา กัญชง ยังเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติด ส่วนการขออนุญาตผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีกัญชากัญชงเป็นส่วนประกอบ ก็เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยอาหาร เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ยา แล้วแต่กรณี

ปัจจุบันพบว่า จังหวัดเชียงใหม่มีพื้นที่ปลูกกัญชา กัญชง ที่ได้รับอนุญาต (ข้อมูล ณ วันที่ 30 พฤษภาคม 2565) ครอบคลุมใน 21 อำเภอ จำนวน 302 พื้นที่ ซึ่งหลังการปลดล็อกวันที่ 9 มิถุนายน นี้ คาดว่าพื้นที่ปลูกจะเพิ่มขึ้นอีกจำนวนหลายเท่า ทั้งนี้ ประชาชนทั่วไป บริษัท หรือหน่วยงานราชการ สามารถปลูกกัญชากัญชง เพื่อใช้ดูแลสุขภาพหรือปลูกเพื่อจำหน่ายเชิงพาณิชย์หรืออุตสาหกรรมได้

โดยให้แจ้งข้อมูลการปลูกให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ผ่านระบบการจดแจ้งการปลูก “แอพพลิเคชั่น Plookganja” ซึ่งสามารถใช้โทรศัพท์มือถือดาวน์โหลด ได้ทั้ง Google play และ App store หรือ จดแจ้งผ่าน web application ได้ที่เว็บไซต์ https://plookganja.fda.moph.go.th

หากไม่สามารถดำเนินการเองได้ ก็สามารถมายื่นขอให้เจ้าหน้าที่กลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภคและเภสัชสาธารณสุข สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่จดแจ้งแทนให้ได้ โดยเตรียมหลักฐานคือบัตรประชาชน โทรศัพท์มือถือเพื่อยืนยันรหัส OTP และข้อมูลการปลูก ได้แก่

1.สิ่งที่ปลูก จำนวนต้นที่จะปลูก (ไม่จำกัดจำนวนต้น) แหล่งที่มา 2.รายละเอียดสถานที่ปลูก เช่น บ้านเลขที่ เลขที่โฉนดที่ดิน สถานที่สำคัญ จุดสังเกต และพิกัดการปลูก (ละติจูด ลองติจูด) ขนาดพื้นที่ปลูก 3.วัตถุประสงค์ ซึ่งมี 3 ข้อ คือเพื่อใช้ดูแลสุขภาพ เพื่อให้ดูแลผู้ป่วยทางการแพทย์แผนไทยและแพทย์พื้นบ้าน และเพื่อใช้ในเชิงพาณิชย์ เมื่อจดแจ้งสำเร็จก็จะมีใบรับจดแจ้งอิเล็กทรอนิกส์สามารถพิมพ์ออกมาได้

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของใบอนุญาตปลูกกัญชา กัญชงเดิม จะสิ้นสภาพ แต่ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาขอความร่วมมือให้ยังทำจัดทำรายงานการปลูก การจำหน่าย เพื่อรองรับการปรับเข้าสู่(ร่าง)พระราชบัญญัติกัญชา กัญชง ในอนาคตต่อไป และหากมีการเปลี่ยนแปลง เช่น เพิ่มหรือลดขนาดพื้นที่ปลูก ก็สามารถจดแจ้งรายละเอียดผ่านแอพพลิเคชั่น plookkanja ได้เช่นกัน

นางนฤมล กล่าวต่อว่า การจดแจ้งข้อมูลการปลูกถือว่ามีความจำเป็นสำหรับผู้ปลูกที่จะได้รับคำแนะนำด้านต่าง ๆ ทั้งการปลูกและการนำส่วนต่าง ๆ ของกัญชา กัญชง ไปใช้อย่างถูกต้องและเหมาะสม แต่หากปลูกโดยไม่จดแจ้งก็สามารถทำได้ แต่หาก พ.ร.บ.ที่กำลังจะออกมาอีกไม่นานนี้มีผลบังคับใช้ตามกฎหมาย การปลูกก็จะต้องเข้าระบบตามกฎหมาย

ดังนั้น การลงทะเบียนจดแจ้งไว้จึงมีประโยชน์มากกว่า นอกจากนี้ อย. จะสามารถควบคุมกำกับดูแลว่าแต่ละครัวเรือนนำกัญชา กัญชงไปใช้เพื่อประโยชน์ใด ซึ่งหากสารสกัดมี THC น้อยกว่า 0.2%W/W ถือว่าไม่เป็นยาเสพติด หรือหากมีกรณีที่ผู้ปลูกมีการทำสารสกัดที่มากกว่า 0.2% W/W โดยไม่ได้รับอนุญาต ก็ถือว่าผิดกฎหมายหากมีการตรวจสอบพบ

ทั้งนี้ การนำส่วนของกัญชา กัญชง มาใช้ประโยชน์ในการดูแลสุขภาพหรือใช้ในครัวเรือน เช่น ปรุงอาหารบริโภคเองหรือปรุงจำหน่ายได้ แต่ก็มีข้อควรระวังในการใช้บริโภคกัญชาอย่างปลอดภัย-โดยขอให้ปฏิบัติตามคำแนะนำตามประกาศกรมอนามัย เรื่อง การนำใบกัญชามาใช้ในการทำ ประกอบหรือปรุงอาหารในสถานประกอบกิจการอาหาร พ.ศ. 2565 ซึ่งมีคำแนะนำโดยย่อ ดังนี้

1.สถานประกอบกิจการอาหาร-ต้องจัดหาใบกัญชาจากแหล่งปลูกที่ได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย(จากแหล่งปลูกที่ได้รับใบอนุญาตหรือจากการจดแจ้งผ่านแอพพลิเคชั่นก็ได้) 2.จัดทำข้อความแสดงว่า ร้านนี้ใช้ใบกัญชา 3.แสดงรายการอาหารที่มีการใช้ใบกัญชา-ปริมาณการใช้ใบกัญชาเป็นส่วนประกอบต่อรายการอาหาร 4.แสดงคำเตือน ดังต่อไปนี้ “เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี สตรีมีครรภ์และสตรีให้นมบุตร ไม่ควรรับประทาน” เป็นต้น

นอกจากนี้ การนำกัญชามาใช้ประโยชน์ ต้องมีความรู้ ความเข้าใจ ทั้งผู้ปรุงและผู้บริโภค เพื่อให้เกิดประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจและมีความปลอดภัยด้วย เช่น ควรใช้แต่ใบกัญชา/กัญชง เท่านั้น ปริมาณที่ใส่ต่อจาน ควรประมาณ 1-2 ใบ ระมัดระวังการใช้ความร้อนเป็นเวลานาน เช่นการตุ๋น การทอดจะทำให้สาร THC ตกค้างในน้ำมันทอดได้เป็นต้น และต้องขอความร่วมมือผู้ปกครอง สอดส่องดูแล เฝ้าระวังบุตรหลาน ผู้อายุต่ำกว่า 18 ปี รับประทาน หรือนำไปใช้เสพเพื่อความบันเทิง

ซึ่งอาจเกิดอันตรายต่อสุขภาพของทั้งผู้เสพและผู้เกี่ยวข้องได้ ส่วนผู้ป่วยที่ต้องการใช้ยากัญชาเพื่อการรักษาโรค สามารถไปรับบริการได้ทั้งโรงพยาบาลรัฐและเอกชน คลินิกแผนปัจจุบัน คลินิกแพทย์แผนไทย และร้านยาได้ โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ กัญชาทางการแพทย์ www.medcannabis.go.th หรือติดต่อสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กัญชา เศรษฐกิจ